ChibaTokyo-2016051332

ซีรีส์ “ญี่ปุ่นไปดูไลฟ์” ที่บอกเล่าการเดินทางไปญี่ปุ่นของพวกเราในคราวนี้นั้น..เรียกได้ว่ามีบทความนี้และบทความหน้าเป็นเมนดิชกันเลยเชียว เพราะเป็นวันที่มีไลฟ์ยังไงหละ!! มาเข้าเรื่องบันทึกของวันนี้กันต่อเลยดีกว่า สำหรับตอนอื่นๆติดตามอ่านได้ในสารบัญ

สารบัญ: ญี่ปุ่นไปดูไลฟ์

วันดูไลฟ์วันแรก – 14 พฤษภาคม 2016

ผ่านไป 1 คืนที่ญี่ปุ่น ห้องนอนของพวกเราที่จิบะนี้แม้ว่าจะแคบแต่ก็นอนได้ดีไม่ก่อให้เกิดอาการปวดหลังใดๆ (หลับเป็นตาย) ที่น่ามหัศจรรย์คือตื่นมาตั้งแต่ตี 5

.

.

.

ตื่นมาทำไมตี 5 (?) อ้อใช่แล้วจริงๆพวกเราต้องไปต่อคิวเพื่อรอซื้อสินค้าหน้าไลฟ์กันนี่เอง และหนักกว่านั้นคือ ตี 5 ที่ญี่ปุ่นนี่แสงแจ้มาก สว่างคาตา อยากนอนก็นอนไม่หลับหรอกคุณ

ย้อนความกันก่อน พวกเราวันนี้จะไปดูคอนเสิร์ต “ライブ ミルキィホームズ 総天然色祭 (ไลฟ์มิลกี้โฮล์มสฟูลคัลเลอร์มัตซึริ)” ซึ่งจัดในวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2016 ณ มาคุฮาริเมสเสะ (Makuhari Messe, 幕張メッセ) จังหวัดจิบะ

สำหรับผู้ที่ไม่เก็ตว่ามิลกี้โฮล์มสเป็นวงแบบไหนลองย้อนไปอ่านตอนที่ 1 กันดู (ญี่ปุ่นไปดูไลฟ์: กว่าจะถึงจิบะ)

โดยวิธีการเดินทางก็มีหลายวิธีด้วยกัน หลักๆแล้วก็ประมาณนี้

  • สำหรับผู้ที่มาจากโตเกียว: มักจะมาลงที่สถานีรถไฟ JR ไคฮินมาคุฮาริ (JR Kaihin-Makuhari) ด้วยเคย์โยไลน์ (Keiyo Line)
  • หรือสำหรับอื่นๆ (เช่นพวกเรามาจากในตัวเมืองจิบะ): ลงที่ สถานีรถไฟเคย์เซย์มาคุฮาริฮองโก (Keisei Makuhari-Hongo) แล้วต่อรถบัสเอา

ไหนๆก็เป็นการเขียนรีพอร์ทถึงไลฟ์แล้วพวกเราก็ขอรีวิววิธีการเดินทางจากวิธีสอง (จากฟุนาบาชิ ที่พักของพวกเรา) เอาไว้ในที่นี้เลยละกัน แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าวันนี้ไม่มีรูปจากกล้องดิจิตอลที่ดีเลย เพราะกลัวว่าจะมีปัญหาตอนเข้าไลฟ์..จริงๆแล้วมีล็อคเกอร์มากมายที่เมสเสะ ไม่ต้องกังวลกันนะ (ให้นึกภาพว่าเมสเสะมันก็เป็นราวๆ เมืองทองธานี คือมีทั้งศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม คอนเสิร์ตฮอล ห้างสรรพสินค้า บลาๆ)

อา ที่ลืมบอกคือวันนี้มีเน็ตใช้ฟรีแล้วจากพอคเกตไวไฟของที่พัก คุ้มค่าราคาดีจริงๆ แม้ว่าตอนแรกจะลืมหยิบออกมาจากที่พักจนตอนแวะกลับไปเอา

พวกเรานั่งรถสายชินเคย์เซย์ไลน์ (Shin-Keisei Line) ตรงมาจากสถานียาคุเอ็นไดเพื่อมาลงสถานีเคย์เซย์มาคุฮาริฮองโก จากนั้นสาดส่องสายตาเพื่อมองให้เห็นสถานีรถบัส

ตำแหน่งป้ายรถบัสคร่าวๆ

ตำแหน่งป้ายรถบัสคร่าวๆ

พวกเราต้องไปรอที่ป้ายหมายเลข 1 และหลังจากนั้นให้คอยสังเกตว่า ปลายทางบัสไปที่ใด ซึ่งจะปลายทาง 3 ที่ดังนี้

  • “Kaihim Makuhari Station (海浜幕張駅行き)” จะลงป้ายหมายเลข 1 ตามภาพ
  • “QVC Marine Field” /”Iryo Center (QVCマリンフィールド/医療センター⾏き)” จะลงป้ายหมายเลข 2
  • “Makuhari Messe Chuo (幕張メッセ中央行き)” จะลงป้ายหมายเลข 3

ส่วนที่บอกว่า จะลงป้ายหมายเลข 1 หรือ 2 ข้างบนนั้นหมายถึงตำแหน่งปลายทาง ตามภาพ อ้อ สำหรับตารางเวลารถบัสสามารถเช็คได้จากเว็บไซต์ของเมสเสะ (https://www.m-messe.co.jp/en/access/)

map003

ตำแหน่งลงของรถบัสตามแต่ละปลายทาง

เพราะว่าโดยมากป้ายจะโชว์มาเป็นภาษาญี่ปุ่น ตรงนี้จึงควรเตรียมตัวไปเทียบคันจิดูหน่อยเผื่อเวลาเร่งรีบจะได้ไม่ลน (มันจะแว้บสลับกับภาษาอังกฤษหละแต่บางทีก็ไม่มี รู้สึกสับสนเล็กๆ)

รอดูว่าต้องลงป้ายไหน และ อย่าลืมกดกริ่ง

รอดูว่าต้องลงป้ายไหน และ อย่าลืมกดกริ่ง

จำเลขที่ป้ายที่เราขึ้นเอาไว้ เช่นในกรณีนี้เราขึ้นที่ป้าย 1 ก็ดูที่บอร์ดคิดตัง ตัวเลขค่าราคามันจะเพิ่มเรื่อยๆ เรื่อยๆ .. จาก 150 เยน เป็น 180, 250 เยน ขึ้นไปตามระยะทางที่เรานั่ง ถ้าจำไม่ผิดก็ใช้ค่าเดินทางจากสถานีรถไฟไปราวๆ 480 เยนหละนะ (ยังคงแพงเหมือนเดิมเลยรถบัสแบบประจำทางเนี่ย..)

ถึงเมสเสะแล้ว ตรงไหนที่เค้าดูไลฟ์กันนะ

ถึงเมสเสะแล้ว ตรงไหนที่เค้าดูไลฟ์กันนะ

เมื่อมาถึงเมสเสะแล้วก็เช็คปลายทางที่พวกเราจะไปกัน โดยพวกไลฟ์คอนเสิร์ตมักจะจัดใน Makuhari Event Hall (幕張イベントホール) หรือ International Exhibition Hall 1–8 (国際展示場1-8ホール) พอลงรถบัสก็หาป้ายนำทางไปเรื่อยๆ ระบบออกแบบมาดีจนพวกเราไม่น่าจะหลงได้เลยจริงๆ อยากไปที่ไหนก็เดินตามไกด์สีเส้นทางไปเรื่อยๆแบบง่ายๆ

เดินขึ้นไปตามบันไดเลื่อนหลังจากลงบัสที่ QVC เซนเตอร์

เดินขึ้นไปตามบันไดเลื่อนหลังจากลงบัสที่ QVC เซนเตอร์

มีเส้นทางเดินเป็นไกด์สีให้เดินตาม

มีเส้นทางเดินเป็นไกด์สีให้เดินตาม

เดินไปตรงเหล็กโครงหลังคาแดงๆ บริเวณนั้นหละ

เดินไปตรงเหล็กโครงหลังคาแดงๆ บริเวณนั้นหละทางเข้าฮอล

บูชิโรดกับระบบการจัดการคิวที่ดี และการฆ่าเวลาเรื่อยเปื่อยก่อนไลฟ์

พวกเรามาถึงบริเวณหน้าที่จัดงานแล้ว (ตอนนี้เป็นเวลาราวๆ 7:00 น.) เหลือบมองด้วยพฤติกรรมเดิมๆเพื่อหากลุ่มแฟนคลับมิลกี้ก็พบว่า เอะ.. ดูไม่ค่อยมีแถวที่ดูบ่งบอกว่าเป็นพวกชอบอนิเมเลย (ใส่ชุดแปลกๆ สีสันฉูดฉาด มีห้อยกระเป๋าเยอะๆ อะไรแบบนี้) แต่พบกลุ่มของคนปกติจำนวนมากที่ต่อคิวรออยู่ เดินเข้าไปก็พบกับสตาฟของบูชิโรดคอยถือป้ายหางแถว.. อ๊ะไม่ผิดแล้วหละตรงนี้แน่นอน เลยไปนั่งรอกันท้ายแถวแบบเนียนๆ ตอนที่พวกเราไปนั้นเป็นท้ายแถวของแถวแรกหละ

พวกแฟนๆมิลกี้โฮล์มสนี่ปกติมากกว่าที่คิดเยอะเลย..

พวกแฟนๆมิลกี้โฮล์มสนี่ปกติมากกว่าที่คิดเยอะเลย..

ระบบที่บูชิโรดจัดให้กับผู้ที่มารอซื้อของหน้าคอนมิลกี้โฮล์มสในครั้งนี้คือ

  • ให้ผู้ที่มาก่อนเข้าคิวรอไว้เรื่อยๆ ทบไว้ก่อน
  • แถวละพอถึงเวลา 10 โมงจะให้ผู้ที่มารอไว้นั้น จับฉลากหมายเลขลำดับการซื้อของอีกที
  • แล้วเรียกตามหมายเลขการซื้อของทีละ 5 คนไปต่อคิวเรียงกันเรื่อยๆ เดินไปซื้อของอย่างเป็นระเบียบ

ฟังดูเข้าท่าและง่ายดี แต่สำหรับชาวต่างชาติอย่างพวกเรานั้นตอนแรกก็เรียกได้ว่างงๆไปพอควร แต่ก็ยังรู้สึกโอเค รอคิวไป กดน้ำตู้ไป เล่นเว็บไป มองดูแฟนๆมิลกี้ไป ยิ่งเวลาสายขึ้นเรื่อยๆ แฟนๆก็มากขึ้นตามไป และจากที่สังเกต แฟนคลับมิโมรินจะกล้าแสดงออกมากสุด แต่งตัวแบบสุดขีดมากมาย~

กลุ่มสาวๆก็พอจะมีที่มาต่อคิวหรือรอดูเข้าคอนกัน บางคนก็แต่งเสื้อลายมาแบบในรายการมิรุมิรุมิลกี้ด้วย!

มีม้าลายชิมะคุงที่คอสเพลย์เป็นเนโร่ (ตัวละครที่โซระมารุพากย์) โดนคนจูงมาด้วยหละ ได้รับความนิยมแบบสุดๆเลยทีเดียว มีคนไปขอถ่ายรูปมากมาย ถึงจะสงสัยว่าตอนเข้าไลฟ์จะไปฝากล็อคเกอร์ที่ไหน

พอสิบโมงก็ได้บัตรคิว แหม ใกล้ๆกันเลยนะเนี่ย (?)

พอสิบโมงก็ได้บัตรคิว แหม ใกล้ๆกันเลยนะเนี่ย (?)

ประเด็นต่อไปคือต้องรอเขาเรียกคิวแล้วไปต่อ..ฟังไม่ค่อยออกด้วยเพราะว่าพูดเร็วมากและผ่านโทรโข่ง บางทีก็ต้องอาศัยใช้เครื่องคิดเลขให้ชาวญี่ปุ่นข้างๆช่วยกดลำดับให้ แต่ก็ทำให้พวกเราไปต่อคิวรอซื้อของได้

ต่อคิวเสร็จก็เดินขึ้นไปซื้อของที่ซุ้ม

ต่อคิวเสร็จก็เดินขึ้นไปซื้อของที่ซุ้ม

ChibaTokyo-2016051417

เดินๆทบวนไป

โดยบูชิโรดเตรียมเคาท์เตอร์สำหรับขายของไว้อย่างเยอะ.. 20 กว่าเคาท์เตอร์ ทำให้หลังจากเปิดการขายเมื่อ 11:30 น. แล้วการซื้อของเป็นไปอย่างรวดเร็ว สมเป็นบริษัทการ์ดเกมชั้นนำที่รับมือกับลูกค้าปริมาณมากเก่งกาจ (ฮา)

ซุ้มขายของปริมาณมาก

ซุ้มขายของปริมาณมาก

การแต่งตัวของคุณสตาฟในงาน

การแต่งตัวของคุณสตาฟในงาน

หลักๆแล้วพวกเราซื้อ..เซ็ตพัด+ผ้า ของเซย์ยูที่แต่ละคนชื่นชอบ ตัวผู้เขียนซื้อผ้าขนหนูลายอนิเมกับหนังสือรีวิวร้านเกี๊ยวซ่าของคิตตะซังมาเพิ่มนอกนั้นก็พวกเข็มกลัดสุ่มกับผ้าเช็ดแว่นสุ่มๆที่มีวนๆไปซื้อกันเพราะต้องการได้อันที่ต้องการนี่หละ (ห่อละ 500 เยนก็สุ่มวนกันไป)

สินค้าหน้าคอนบางอย่างเช่นชุดพัดนี่จะหมดอย่างรวดเร็วมาก ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอันใด แต่ที่แน่ๆคือพวกเราก็จะเอาพัดพวกนี้ไปเล่นตลกกันภายหลังหลายอย่างมาก (ขอโทษจริงๆ..) พอสุ่มได้ที่ต้องการก็เก็บไว้ สุ่มได้มิโครอนก็เก็บมาให้ @SchanHime ที่ไทย

ซื้อสินค้าครบ 5,000 เยนจะแถมการ์ดที่มีลายเซนต์ดิจิตอลแบบสุ่มมาให้ด้วย..!! ได้มาเป็นมิโครอนกับมิโมริน (!) เดินๆหาคนแลกก็ทำให้ได้ลายเซนต์ของโซระมารุมาแทน (เทรดกับมิโมริน) ส่วนลายเซนต์ของมิโครอนนั้นเมคุงเอากลับมาเป็นของฝาก Sจัง เช่นเคย–

ลายเซนต์ดังกล่าว

ลายเซนต์ดังกล่าว

แอบสงสารมิโครอนเล็กๆ ลายเซนต์นางหาคนแลกยากเหลือเกิน (..)

ตามกำหนดการแล้ว คอนเสิร์ตวันแรกนี่เริ่มเย็นๆเลยคือเปิดให้เข้าฮอลล์ 17:00 น. เลยไปเดินเล่นหาอะไรกินกันแถวนั้นก่อน โชคดีที่แถวนั้นมีห้างเยอะ เลยมีร้านอาหารเยอะตามไปด้วย เดินต้องการจะหาร้านที่ราคาดีๆถูกๆกันและนั่งได้นานๆ เลยเลือกไปนั่ง คาเฟ’เรสเตอร์รองกุสโต (Cafe’レストランガスト) ร้านอาหารแบบแฟรนไชส์ที่มีจุดเด่นตรงมีดริงค์บาร์ให้นั่งเรื่อยเปื่อยได้ ก็กินก็จ่ายกันตามระเบียบ

ตึกเพลน่า (PLENA) ที่เมสเสะ มีร้านอาหารรวมกันเยอะ

ตึกเพลน่า (PLENA) ที่เมสเสะ มีร้านอาหารรวมกันเยอะ

หลังจากได้เวลาใกล้ๆ สี่โมงเย็นก็เดินกลับไปนั่งๆแถวร้านขายของแถมยังเสียเงินค่าสุ่มเข็มกลัดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ยังดีที่ได้คิตตะซังมาอันนึง TT ตอนเปิดได้ดันหลอนคิดว่าเป็นมิโครอนจนทำตกพื้นไปแว้บนึงด้วยแหละ อ้อ ในซองมี 2 อัน อีกอันได้มิโมรินก็จับบังคับขายเมคุงไปตามระเบียบ

แถวหน้าคอนมีให้สั่งภาพโบรไมด์พิเศษใส่กรอบที่มีลายเซนต์ดิจิตอลของพวกมิลกี้โฮล์มสด้วย มีทั้งแบบเดี่ยวไซส์ A5 (3,000 เยน) แบบรวม A3 (5,000 เยน) เป็นภาพแบบลิมิตเฉพาะไลฟ์คอนครั้งนี้ จริงๆถ้ามีเงินเยอะกว่านี้ซักหน่อยคงสั่งเอาไว้เป็นความทรงจำ แต่คราวนี้กรอบเกินไปจริงๆเลยต้องข้ามไปก่อน orz..

นั่งๆไปซักแปปก็ได้เจอกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นของแพตตี้ คุณป๊อปโป้สเตท (@poppostate) ส่งของที่ฝากซื้อกันให้อย่างเรียบร้อย ทำความรู้จักกันนิดหน่อยและฟอลทวิตกันก็ได้ขนมเป็นของตอบแทน (มีลิ้นวัวหมักเกลือ ข้าวเกรียบ โมจิถั่ว ยูโรคัสตาร์ดเค้ก..(ประมาณนั้น) เยอะมาก) ขอบคุณมากเลยที่มีขนมให้กับคณะทัวร์ผู้หิวโหย

ได้เวลา 17:00 น.ก็ออกไปเช่าล็อคเกอร์ฝากของแถวๆนั้น (ราคาปกติก็ราวๆ 300 เยน) แล้วไปรอต่อคิว ก็ได้ตกใจว่าโอว คนปริมาณมากกก!!! ต่อคิวเข้าฮออล์กันสุดสะพานโน่นแหนะ อากาศก็เริ่มเย็นขึ้นด้วยมีลมโกรกแรงพอสมควร

คนต่อคิวกันยาวมาก แต่กระจายเข้าคอนได้ไว

คนต่อคิวกันยาวมาก แต่กระจายเข้าคอนได้ไว

หลังจากเข้ามาข้างใน (ไม่มีการตรวจยืนยันตัวด้วย ไกจินแบบเราๆเลยสบายไปอีกขั้นหนึ่ง + แพตตี้ลืมพาสปอร์ตไว้ในล็อกเกอร์..ถ้าโดนตรวจคงลำบาก) พอเข้ามาก็ได้พบว่าแฟนๆหลายคนเริ่มกระบวนการแปลงร่าง แต่งตัวด้วยฮัปปิ (เสื้อเทศกาลสไตล์ญี่ปุ่น มีเวอร์ชั่นของมิลกี้ขายหน้าคอนนี่หละ) บ้าง คาดหัวด้วยผ้าที่เพิ่งซื้อมาบ้าง พวกเราก็ไม่น้อยหน้า (?) เอาแท่งไฟออกมาเตรียมกันคนละ 2 แท่งทำให้ตอนนี้ความตื่นเต้นก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ที่นั่งในวันแรกอยู่โซนด้านซ้ายของเวทีแถวบน สูงเล็กน้อยแต่ว่าก็มองได้ชัดอยู่

มุมมองจากที่นั่งในวันแรก ดูในนี้เหมือนจะไกลกว่าความจริงเล็กน้อยนะ

มุมมองจากที่นั่งในวันแรก ดูในนี้เหมือนจะไกลกว่าความจริงเล็กน้อยนะ

มุมมองอีกทิศ

มุมมองอีกทิศ

ความพิเศษของไลฟ์ในครั้งนี้คือ “สามารถถ่ายรูปและวิดีโอได้ในบางช่วงของไลฟ์ อัพรูปลงโซเชียลเนตเวิร์คได้ แต่วิดีโอไม่สามารถ” นับว่าเป็นมิติใหม่ของคอนเสิร์ตญี่ปุ่นเลยทีเดียว (ฮา) ไม่ก็จริงๆเป็นการแอบโปรโมทเนียนๆ..

ตอนนี้เวลาก็เข้า 18:00 น. แล้ว เสียงของท่านอาร์เซนซามะและอาจารย์โคบายาชิเริ่มต้นเป็น MC สั้นๆ จากนั้นตามด้วยฉาย PV ของเพลง “総天然色フルパワー” ให้ดูบนจอ แล้วไฟบนเวทีก็เปิดออก ตามด้วยทำนองเปิดเวทีในแบบเทศกาลเล็กๆ แล้วเริ่มต้นไลฟ์วันแรกอย่างเป็นทางการ!

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

รีพอร์ทความประทับใจ + เซ็ตลิสท์จากไลฟ์ในวันที่ ①

(ภาพจาก http://www.animatetimes.com/)

เปิดเทศกาล!

เพลง 1 ~ 4: “総天然色フルパワー” → “ミルキィA GO GO” → “ぐろーりーぐろーいん☆DAYS” → “激情!ミルキィ大作戦”

มาด้วยเพลงหลักประจำคอน (ฮ่า) ถึงตอนแรกจะดู PV เสร็จไปสดๆตะกี้แต่ว่าเพลงไลฟ์นี่ดีกว่าจริงๆนั่นหละ สาวๆออกมาทั้ง 4 คนในชุดนักสืบปกติ.. น่ารัก!!!!! ตัวจริงน่ารักทั้ง 4 คนเล้ย ( ^ U ^ ) มิโมรินตัวจริงน่ารักมว๊าก โซระมารุก็น่ารักแบบหน้าม้าสั้นๆ มิโครอนตัวจริงนี่น่ารักอย่างไม่น่าเชื่อ!!! ส่วนคิตตะซังสวยเหลือเกิน มาในชุดนักสืบนี่จะใส่ถุงน่องดำด้วยนะ (ดีมากๆ) หลังจากนั้นเพลง ミルキィA GO GO ก็เริ่มทำให้ทั้งฮอลล์เร่งจังหวะขึ้น เพราะเพลงนี้คอลสนุก (มิรุกี้อะโกโก้~!) ..ชาวญี่ปุ่นนี่เวลาคอลก็สุดๆกันจริงๆด้วยทำให้คอนเสิร์ตสนุกขึ้น ตามด้วยเพลงเปิดจากภาคฟุตาริ (เสียใจนิดๆที่ไม่ได้ฟังเพลงนี้มามากพอ แต่ว่าเนียนๆคอลไปได้) ตามด้วยเพลง “激情!ミルキィ大作戦” ที่เป็นเพลงจากมูวี่ของมิลกี้โฮล์มสที่เพิ่งฉายไปเร็วๆนี้ อันนี้ชอบท่อนคอล “We are ミルキィホームズ!” เป็นอันจบช่วงแรกเข้าสู่ช่วง MC ของทั้ง 4 คนตามด้วยกลุ่มเฟเธอร์รุ่นน้องทั้ง 2 มาแจม

คอลหลักที่ให้คนดูเล่นกันเป็นหลักประจำไลฟ์นี้เป็น “วัชโช่ย!!” ที่จะเอาไว้ตอบรับในสถานการณ์ต่างๆ ใช้เยอะมาก สนุกเชียว เสียงราวๆเอาไว้เรียกพลังตอนเทศกาลของญี่ปุ่นนั่นเอง

 เพลง 5~ 6: “We are the Miracle Holmes.” → “セイシュンビギナー!”

พอครบ 6 คนก็มาเป็นเพลงที่ต้องเล่นเปลี่ยนสีแท่งไฟกันมั่งแล้วกับเพลงแนะนำตัวมิลกี้ซิสเตอร์ส อย่าลืมเซ็ตสีแท่งไฟเป็น ชมพู → เหลือง → เขียว → ฟ้า → ขาว → ม่วง ไว้ด้วยหละ!! เกือบเปลี่ยนไม่ทัน..ทั้งๆที่เป็นไม่กี่เพลงที่ต้องเปลี่ยนแท้ๆ แต่เพลงนี้สนุกกว่าที่คิด ตามด้วยเพลงเดี่ยวของเฟเธอร์ (อายาสะ+ไอมิน) ที่ดีงามและน่ารักมว๊ากกก

∴ แทรกข้อมูลไว้เล็กน้อยว่าเฟเธอร์ (Feathers) เป็นกลุ่มรุ่นน้องของพวกมิลกี้โฮล์มสมี 2 คนด้วยกันนั่นคือ เมียวจินคาว่า อลิซ (明神川 アリス)  (CV: อิโต้ อายาสะ (伊藤 彩沙)) และ โทคิวะ คาซึมิ (常盤 カズミ)  (CV: เทราคาว่า ไอมิ (寺川 愛美) หรือไอมิน)

เพลง 7~ 9: “オーバードライブ!” → “勝利ノキズナ” → “鼓動の彼方〜劇場ver〜”

กลับมาเป็นกลุ่มมิลกี้ 4 คนอีกที.. ไม่สิตอนนี้เปลี่ยนเป็นชุดดำต้องเรียกกิลตี้โฮล์มแทนแล้ว..!! แล้วก็ตามด้วย 3 เพลงต่อเนื่องกัน ทั้งสามเพลงนี้เป็นเพลงที่ไปแวะร้องให้กับอนิเมกับเกมเรื่องอื่นๆหละมั้ง “オーバードライブ!” นี่ของเกมทอยส์ไดรฟ์, “勝利ノキズナ” ก็ของแวนการ์ด ส่วนเพลงสุดท้ายของมูวี่มิลกี้โฮล์มสเอง เพลงพวกนี้พอจะได้ฟังผ่านๆมาจากไลฟ์ครั้งที่ผ่านๆมาบ้าง

พวกแก๊งกิลตี้โฮล์มพากย์ได้ทั้งขำและชวนหมั่นไส้มากในเวลาเดียวกัน (ฮา) โดยเฉพาะมิโครอน..

เพลง 10~ 12: “HAPPY!絶好調” → “パーティーパーティー!” → “ピンチにパンチ”

กลุ่มเฟเธอร์มาพร้อมกับชุดใหม่ ชุดฮัปปิ (ชุดที่เอาไว้ใส่ในเทศกาลนั่นหละ) ประดับแบบเติมความวิ้งแวบเข้าไปให้สมเป็นไอดอล (??) ออกมาเล่นมุขฮัปปิ ฮัปปิ ฮัปปี้ (Happy) แล้วก็ต่อด้วยเพลง “HAPPY!絶好調”

อายาสะและไอมิในชุดฮัปปิ น่าย๊าก

อายาสะและไอมิในชุดฮัปปิ น่าย๊าก

แล้วก็ตามด้วยมิลกี้ทั้ง 4 ออกมาในชุดฮัปปิเช่นกัน.. ซึ่งเป็นไฮไลท์ของไลฟ์นี้เนี่ยหละะ ทุกคนที่อยู่ในชุดฮัปปิโมดิฟายแล้วเช่นกัน ร้องเพลงคลาสสิคมากด้วย!!! คนฟังมิลกี้ต้องคิดถึงเพลง “パーティーパーティー!” แน่นอน

ตรงนี้มีขึ้นรถเข็นไปมา ได้เห็นทุกคนในระยะประชิดกว่าที่ผ่านมา รู้สึกตื่นเต้นมากหัวใจแทบวาย ทุกคนน่ารักออลล ต้องเปลี่ยนสีแท่งไฟตามการมาเยือนด้วย ไม่รู้จะอธิบายช่วงนี้ยังไงรู้ว่าแค่น่ารักมว๊ากก
และพอมารวมกันครบ 6 คนก็ได้เวลาของเพลง ピンチにパンチ มาเสริมก่อนจะเข้าสู่เพลงของเกสคนแรกของไลฟ์นี้

เพลง 13: “美的・エゴイズム” → ช่วงกิจกรรม

เพลงเดี่ยวจากขาประจำของไลฟ์ อาร์เซนซามะ (アルセーヌ) (CV: อาเคซากะ ซาโตมิ (明坂 聡美)) จอมโจรในเรื่องมิลกี้โฮล์มส จากที่เคยดูไลฟ์เก่าๆมานางก็ร้องเพลงนี้แหละ แต่พอได้มาฟังก็นับว่าดีกว่าที่คิดจริงๆด้วย.. ดูเซ็กซี่และมีความเป็นผู้ใหญ่สูงมากเมื่อเทียบกับพวกมิลกี้ — เพลงนี้ต้องใช้แท่งไฟเป็นสีแดง+ม่วงหละมั้ง

เข้าช่วงเล่นรวมหมู่เล่นกิจกรรมบนเวที มีการเอาปืนอัดลมมายิงเสื้อ (หละมั้ง หรือผ้าขนหนู) ยิงไปตามสเตจคนดูตามที่จับฉลากได้ (แบ่งเป็น 10 ส่วน) เหมือนยิงง่ายแต่หลายคนก็พลาดนะ!!! ยิงไปไม่ถึงบ้าง ผิดสเตจบ้าง

ตรงนี้วันแรก..เมคุงเกือบจะได้เสื้อที่ยิงมาแล้วเพราะห้องน้ำกลับมายิงมาเป๊ะพอดี เสียดายที่มีคนมือยาวกระโดดเอาไว้ก่อน แหม่

เพลง 14 ~ 15: “NERORO☆おんど” → “ミルキィアタック”

หลังจากทุกคนใส่ฮัปปิกันแล้วก็ได้เวลาเข้าสู่ช่วงเทศกาลแท้จริง.. เริ่มต้นด้วยเพลงโซโล่ของโซระมารุจากภาค TD ที่เริ่มบิวท์ให้สเตจตื่นเต้นอีกครั้งและตามด้วยเพลงที่คอลสนุกมากสุดๆอีกเพลงกับ “ミルキィアタック” ที่ทำให้อุณหภูมิสเตจเร่งจนขั้นสูงสุดเลยทีเดียว วัชโช่ยกันกระจาย มีแบกเกี้ยวมิโคชิกันบนเวทีด้วย พร้อมเต้นๆกันรอบเกี้ยวมีที่ติดกล้อง 360 องศาไว้หลังคาเกี้ยว เดาว่าคงเอาไว้แถมในแผ่นนั่นหละ

เพลง 16 ~ 18: “みるみるUPっぷ↑↑” → “ミルキィ100ワールド”→ “冒険☆ミルキィロード!!”

สามเพลงยอดฮิตยุคปัจจุบัน ทั้งเพลงแรกที่ต่างคนต่างที่ดูมิรุมิรุมิลกี้ (みるみるミルキィ) ซีซั่น 2 มา..ต้องเตรียมตัว ไม่กึ่งว่าคอล แต่เพลงนี้ต้องร้องตามกัน!!! โดยท่อนที่ร้อง “みるみるみるみるみるみるみるみるみるみるみるみる” นั้นสนุกมากก เหนื่อยแต่ก็สนุกมาก เตรียมปอดไปเท่าไรก็ใช้กันตอนนี้เนี่ยหละ ตามด้วยเพลง 100 เวิร์ด ที่สนุกเร้าใจมากพอกัน ปิดท้ายด้วยมิลกี้โรด ทั้งสามเพลงเป็นเพลงที่มีจังหวะเร็วต่อเนื่องและทำให้แฟนๆต้องคอลกันหมดกันเลย

เป็นช่วงการแสดงที่ผู้เขียนชอบที่สุดในไลฟ์นี้

เพลง 19 ~ 21: “ いつだってサポーター!” → “正解はひとつ!じゃない!!” → “カラフルwith you”

เป็นช่วงที่อนุญาติให้ถ่ายรูปและวิดีโอได้ สาวๆบอกว่าจะมีช่วงที่เหมาะกับการถ่ายมากสุดๆด้วยนะให้คอยดู ชัตเตอร์แชนซ์” ขึ้นบอกบนจอ ก็ไม่อะไรมาก ไหนๆแล้วก็ต้องถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกกันให้เต็มที่ แม้จะอยู่ชั้น 2 ก็เถอะ ที่รันทดคือถึงจะอยากถ่ายแค่ไหน แต่ว่าเพลง 20 นี่คือต้องคอลสถานเดียว ควรเก็บมือถือไปแล้วตะโกนแทนนะ (ไฮ้!)

เพลงสุดท้ายในช่วงหลักคือ “カラフルwith you” คือจะว่าไงดี เพลงดีจริงๆ.. เป็นเพลงที่ประทับใจมากๆและเหมาะจะเป็นเพลงจบนี่หละ ถึงจะไม่ใช่เพลงสุดท้ายอังกอร์จริงๆก็คิดว่าเหมาะจริงๆ เนื้อหาก็เหมาะ การร้องแต่ละคนก็เข้าขั้นพีค มีชัตเตอร์แชนซ์ที่เพลงนี้นี้หละ

บรรยากาศจากในไลฟ์ ไม่อยากถ่ายมาก..อยากคอลมากกว่า

บรรยากาศจากในไลฟ์ ไม่อยากถ่ายมาก..อยากคอลมากกว่า

หลังจากนั้นก็หมดช่วงถ่ายรูปได้ ปิดม่านช่วยคราว เข้าสู่ช่วงอังกอร์ ที่สั้นกว่าที่คิดมาก (คงเพราะมีเกสมาช่วย)

BONUS TRACK: “ANSWER”

เพลงอังกอร์แรกเป็นของเกสชายหนุ่มหนึ่งเดียวในเวทีนี้ โคบายาชิ โอเปร่า (CV: ชูตะ โมริชิมะ (秀太 森嶋)) อ.สอนการใช้ทอยส์หรือพลังพิเศษ ของพวกมิลกี้โฮล์มส) เป็นเพลงที่มีความโรแมนติคสูงมาก ฉายแสงเป็นเหมือนทั้งฮอลล์อยู่ท่ามกลางทะเลดาวด้วย เรียกได้ว่าตัดบรรยากาศอย่างแรง เพลงดี เปลี่ยนแท่งไฟเป็นสีน้ำเงินด้วย

(ภาพจาก http://www.animatetimes.com/)

โมริชิมะซัง

อังกอร์ 1 ~ 3: “雨上がりのミライ” → “プロローグは明日色” → “はいぱーみるきぃあわー”

เพลงแรกคือเพลงชาติของมิลกี้โฮล์มสสำหรับตัวผู้เขียน ได้ฟังมาหลายต่อหลายรอบตั้งแต่ตอนดูไลฟ์แรกๆแล้ว (เป็น OP ของมิลกี้โฮล์มสภาควิชชวลโนเวลเกม) ฟังผ่านไลฟ์เก่าๆมาไม่รู้กี่รอบแล้ว ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกขมวดปมความคุ้มค่าเข้ามาในใจ เรียกว่ารู้สึกดีที่ได้มาแล้ว ตามด้วยเพลงที่คุ้นเคยและจบช่วงด้วยไฮเปอร์มิลกี้ไทม์! เพลงจากภาค 2 เป็นเพลงที่สนุกดี จังหวะดี มีความสดชื่นเหมาะกับช่วงอังกอร์

เพลงสุดท้าย: “夏祭り”

มีการประกาศโปรเจ็คใหม่ มีทั้งอนิเมซีซั่นใหม่และไลฟ์อีเวนท์เคาท์ดาวน์ (วันเดียวกัน 31/21 ปี 2016)

มิลกี้โฮล์มสทั้ง 4 รวมทั้งเฟเธอร์และเกส ขึ้นรถวน (เป็นโอกาสดีที่พวกเราจะได้เห็นหน้าสาวๆกันชัดๆอีกครั้งไงหละ) เพื่อร้องเพลงที่เหมาะกับการปิดท้าย “夏祭り(เทศกาลฤดูร้อน)” เป็นเพลงโคเวอร์มาจากเพลงต้นฉบับของ JITTERIN’JINN ไม่รู้จะอธิบายเพลงนี้ยังไง แต่ว่าทั้งจังหวะทำนองและความหมายเป็นการเอามาใช้ปิดท้ายไลฟ์ได้อย่างเหมาะสมที่สุดแล้ว คือขนาดตัวผู้ฟังไม่ได้มีทักษะในการเข้าใจภาษาญี่ปุ่นอะไรมาก แต่คิดว่ามันเป็นการแสดงที่ปิดท้ายได้กลมกล่อม ให้ความรู้สึกเหมือนจะกลับบ้านได้อย่างมีความสุข

สรุปไลฟ์วันที่ ①

เป็นไลฟ์ที่ดีมาก..ยิ่งเคยได้ดูไลฟ์เก่าๆวนมา หรือว่าดูมิรุมิรุมิลกี้ ดูอนิเมบั่นทอนปัญญามา ดูรายการวาไรตี้ต่างๆมา ฟังเพลงอัลบั้มแรก อัลบั้มสอง ซิงเกิ้ล หรือว่าแค่อยากมาดูหน้าเซย์ยูสาวที่ชื่นชอบ ไลฟ์นี้ก็ให้ความสุขกับคุณได้อยู่ดี จุดที่แอบเสียดายเล็กๆคือในไลฟ์ครั้งนี้จัดแสดงแบบเน้นร้องเพลงเป็นส่วนมากจริงๆต่างจากไลฟ์เก่าๆที่จะมีเนื้อเรื่องให้ดูด้วย ประมาณนั้น (ถึงจะมีพวกกิลตี้โฮล์มออกมาใส่ชุดขาวดำแต่ว่าก็ไม่ใช่เมนหลักของไลฟ์ เมนไปอยู่ที่เทศกาลมากกว่า) แต่ก็ประทับใจมากๆจนไม่รู้จะลบตรงไหนอยู่ดี

…อยากเจอท่านประธานบูชิโรดกับแก๊งมวยปล้ำด้วยอะ + ไม่มีนามาโกะซอง (ナマコソング) เสียใจมากๆ (ล้อเล่น)

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

เดินทางกลับที่พักหลังจบไลฟ์

แน่นอน อาการตกค้างหลังดูไลฟ์นั้นเกิดขึ้นกับทุกคน แต่มันจะไม่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า เพราะว่า พอออกมาจากไลฟ์ก็เจอสแตนด์ดอกไม้ปริมาณมากให้แวะถ่ายรูปกัน

มีจากวง STARMARIE

มีจากวง STARMARIE

กิลตี้มิโมรินนน

กิลตี้มิโมรินนน

อลังการสุดในนี้ยกให้สแตนด์ดอกไม้ของมิโครอน

อลังการสุดในนี้ยกให้สแตนด์ดอกไม้ของมิโครอน

นั่นโซระมารุกับหน้าม้าที่หายไป

นั่นโซระมารุกับหน้าม้าที่หายไป

ไม่มีสแตนด์ดอกไม้เป็นภาพวาดให้คิตตะซังแบบเด่นๆเดี่ยวๆซักสแตนด์!!!!!!!!… รู้สึกยอมไม่ได้ ไม่มีซักสแตนด์คืออะไร..!!! แฟนๆของนางในญี่ปุ่นหายไปไหน ถ้ามีโอกาสได้มาดูไลฟ์อีกครั้ง จะวาดให้สวยงามมาวางไม่ให้แพ้ใครเลย (บอกกับตัวเองไว้แบบนั้น แม้จะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร..)

มีแอบโฆษณาตุ๊กตามองจิจจี้ ( モンチッチ) เวอร์ชั่นคอลาโบกับมิลกี้โฮล์มสด้วย แต่นางมือรั่วนะ ทำตกแล้วตกอีก ขำกันใหญ่

มีแอบโฆษณาตุ๊กตามองจิจจี้ (モンチッチ) เวอร์ชั่นคอลาโบกับมิลกี้โฮล์มสด้วย แต่นางมือรั่วนะ ทำตกแล้วตกอีก ขำกันใหญ่

พวกเราลืมอะไรไป.. อ้อ มาดูไลฟ์ทั้งทีแต่ว่าไม่ได้ถ่ายหนังหน้าตัวเองเอาไว้เลย แต่ว่ากล้องก็ไม่มี ทำไงดี.. อืม ก็เลยเอาพัดหน้าเซย์ยูมาเล่นตลกกันอีกครั้ง

ประมาณนี้ไงหละ (มิโมริน..)

ประมาณนี้ไงหละ (มิโมริน..)

การเดินทางกลับที่พักนั้นเกิดความยากลำบากขึ้นมาเพราะว่า รถบัสหมด ไปตั้งแต่ 21:00 น. แล้ว และอากาศหนาวมากๆ ตัวผู้เขียนที่ย่ามใจไม่พกเสื้อกันหนาวมาซักตัวเนื่องจากเคยเที่ยวฮ่องกงในอุณหภูมิเท่านี้แล้วรอดต้องประสบกับภาวะหนาวสั่นเกือบเอาตัวไม่รอด.. แต่พวกเราต้องเดินไปสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด (ไคฮินมาคุฮาริ) และต้องต่อรถไฟเกือบ 3 รอบ หรือ 4 รอบนี้หละ ถึงจะกลับไปยังที่พักของพวกเราได้

ระหว่างทางเดินกลับมีบูธขายของบิ๊กแบง (จัดไลฟ์วันเดียวกัน)

ระหว่างทางเดินกลับมีบูธขายของบิ๊กแบง (จัดไลฟ์วันเดียวกัน)

คนหลังจบไลฟ์นี่เยอะมากๆเลยที่สถานีรถไฟ

คนหลังจบไลฟ์นี่เยอะมากๆเลยที่สถานีรถไฟ

และปริมาณคนที่สถานีรถไฟเยอะมาก ต้องทำใจเบียดเล็กน้อย กลับมาถึงแถวบ้านก็โซ้ยยาคูลท์กันซักหน่อย (2 ขวด 90 เยน) จากนั้นก็ซื้อบะหมี่สำเร็จรูปต่างๆ โอเด้ง ข้าวกล่องถูกๆ กลับห้องไปกินกันแบบจนๆชดเชยที่วันนี้ใช้จ่ายกันไปเยอะ แต่มีการลองชิมลิ้นวัวตากแห้งที่ได้จากเพื่่อนชาวญี่ปุ่นของแพตตี้ด้วยนะ นับว่าอร่อยดีทีเดียวสำหรับชาวดาวเนื้อวัว

มื้อเย็นแบบยาจกสไตล์

มื้อเย็นแบบยาจกสไตล์

ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมส่วนตัวกัน เช่น เดินไปซื้อไอศครีมชาเขียวเข้มข้น+โมจิ+ถั่วแดงมาจาก 7-11 ซึ่งมีความหวานที่เกินพอดีไปมาก ต้องมีรสขมตัดหน่อย คงไม่เหมาะจะกินเป็นของหวานเบาๆก่อนนอนนัก

หวานมากไปจนไม่อร่่อยเท่าที่่ควร

หวานมากไปจนไม่อร่่อยเท่าที่่ควร

วันนี้รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ..เหมือนว่าจะกรนไปเล็กๆ ทำให้เพื่อนร่วมทริปลำบากใจ (?) จะโดนฆ่าในอนาคตไหมนะ สำหรับรีพอร์ตไลฟ์และบันทึกในวันนี้ก็จบลงแค่ตรงนี้ก่อน มาติดตามพาร์ทสองกันในตอนหน้าเน้อ!

เครดิตภาพ

บางภาพในบทความได้นำมาจากทวิตเตอร์ (https://twitter.com/milkyholmes) และเว็บไซต์หลัก (http://milky-holmes.com/) ของทางมิลกี้โฮล์มสเพื่อประกอบความเข้าใจ

คอมเมนต์กัน!