สวัสดีค่ะ 🤗

กลับมาเจอกันอีกครั้งในบทความบอกเล่าเรื่องราวและรวบรวมเพลงในรายการวิทยุแนว Talk&Music ของคุสุโนกิ โทโมริหรือโทโมริรุ รายการ Kusunoki Tomori The Music Reverie นะคะ บทความนี้จะเป็นเรื่องราวของตอนที่ 2 ที่ออกอากาศไปเมื่อ 10 เม.ย. 2020 ค่ะ ในตอนที่ 2 นี้มีความเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่ 1 ก็คือช่วง Studio Live ที่จัดเป็นพิเศษเพื่อฉลองรายการเริ่มตอนแรกจะถูกเปลี่ยนเป็นช่วง Tomori Anison Study ซึ่งเป็นช่วงที่โทโมริซังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอนิเมเรื่องต่างๆ แทนค่ะ โดยทุกคนสามารถติดตาม Official Twitter เพื่อตามข่าวของรายการนี้ได้ที่ @tomori_tmr ว่าแล้วก็เริ่มเข้าเนื้อหากันเลยดีกว่า 🌟

KTMR#02 in Brief

ช่วง Opening

ในตอนนี้เปิดรายการด้วยเพลง Fire ของ QUEEN BEE โทโมริซังก็ได้แนะนำว่าเพลงนี้เป็นเพลง OP ของอนิเมเรื่อง Dororo และช่วงนี้ติดฟังเพลงของ QUEEN BEE ในระดับที่ยัดเพลงของวงนี้เข้าไปในมือถือเยอะเลย เพราะช่วงหลังๆ เริ่มฟังเพลงให้หลากหลายแนวมากขึ้นไปอีก แนะนำให้ทุกคนลองฟังดูด้วยค่ะ จากนั้นก็จบช่วง Opening ไปด้วยเพลง HEART STATION ของ Hikaru Utada ค่ะ

ช่วงพูดคุยและอ่านจดหมาย

โทโมริซังพูดถึงรายการคราวก่อนที่มีร้องเพลงสดๆ ในรายการว่าตื่นเต้นมากๆ ช่วงนั้นก็กระสับกระส่ายไปหมดว่าจะออกมาเป็นยังไง และหลังจัดรายการเสร็จกว่าจะหลับได้ก็ปาไป 6 โมงเช้าแล้ว แถมตอนกลับไปถึงบ้านคิดว่าทุกคนในครอบครัวจะหลับไปแล้วแต่ คุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว ยังตื่นอยู่เพราะฟังรายการตอนแรกกันหมดเลย ครอบครัวยังบอกอีกว่า “เป็นรายการที่ดีนะ” ทำเอาเจ้าตัวรู้สึกเขินมาก หนำซ้ำคุณพ่อยังฟังย้อนหลังอีกทีด้วย โทโมริซังบอกว่าไม่รู้เลยว่าจะดีใจหรือเขินดี อีกเรื่องที่เล่าคือหลังๆ มาเวลานอนเริ่มจะดึกขึ้นเรื่อยๆ จนต้องพยายามแก้ไขแล้วล่ะ สำหรับจดหมายที่ผู้ฟังส่งมาในตอนนี้ก็จะบอกว่ารายการนี้เน้นเรื่องดนตรีเป็นหลักเลยดูไม่ค่อยเหมือนรายการของนักพากย์สักเท่าไหร่ฟังได้เพลินดี ได้ฟังเพลงแนวที่ตัวเองไม่เคยฟัง แล้วก็ชมช่วงร้องเพลงสด โทโมริซังก็บอกว่าปกติในงานต่างๆ ที่พากย์เสียงก็มีได้แสดงร้องเพลงแบบสดๆ อยู่เยอะ แต่ในรายการวิทยุนี่เป็นครั้งแรกเลยตื่นเต้นจริงๆ แล้วก็พูดถึงบล็อกที่คุณทาดะเขียนถึงตัวเองไว้ด้วย ทาดะซังเขียนแต่เรื่องดีๆ จนเจ้าตัวน้ำตาคลอ แต่สุดท้ายแล้วเรื่องที่ครอบครัวฟังรายการก็ยังเป็นเรื่องที่รู้สึกเขินที่สุดอยู่ดี ฮา

เรื่องได้พูดถึงศิลปินที่ชอบในรายการนี้
โทโมริซังบอกว่าเคยแต่สัมภาษณ์เขาแต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดถึงศิลปินที่ตัวเองชอบสักเท่าไหร่ เลยอยากให้ทุกคนได้รู้จักศิลปินที่ตัวเองชอบให้มากกว่านี้ พอคิดไปคิดมาศิลปินที่ตัวเองชอบมันก็จะออกแนวคล้ายๆ กัน ที่อยากให้ทุกคนได้ฟังเพลงหลากหลายสุดท้ายก็ออกแนวใกล้เคียงกันอยู่ ในทางกลับกันเลยอยากรู้ว่าทุกคนมีอะไรที่อยากจะแนะนำให้ฟังรึเปล่า

อยากให้ร้องเพลงสดอีกถ้าเป็นไปได้ร้อง Cover เพลงตามที่คนฟังขอจะได้ไหม?
โทโมริซังบอกว่าเป็นความคิดที่ดีมากเลย เพลงที่ตัวเองฟังแล้วก็เคยคิดไว้ว่าถ้าตัวเองร้องจะเป็นยังไงมันมีความเอนเอียงไปทางใดทางนึงอยู่ ถ้าได้ฟังเพลงที่ทุกคนแนะนำแล้วนำมาเรียบเรียงใหม่ร้อง Cover ก็คงจะดี ลงท้ายด้วยว่าคุณทาดะช่วยมาออกรายการอีกครั้งเถอะค่ะ ฮา

ที่โทโมริซังเคยถามว่าเด็กสาวมัธยมปลายตอนนี้ฮิตเครื่องสำอางค์อะไร คุยๆ กับเพื่อนๆ แล้วพวกเรามักใช้ของพุจิพุระ[1]กันคิดว่าน่าจะเป็น Etude House นะคะ
เจ้าตัวบอกว่าก็สนใจยี่ห้อนี้อยู่เหมือนกัน สักวันก็อยากจะซื้อมาลองใช้ดู แต่ปกติแล้วเพราะเลี่ยงไม่ได้โทโมริซังเลยมักจะซื้อพวกเครื่องสำอางค์แบรนด์มากกว่า แล้วใช้เครื่องสำอางค์แบรนด์เวลาทำงาน แต่ตามปกติก็ชอบพวกพุจิพุระนะ มีอยู่เยอะเหมือนกันแต่มักจะใช้เวลาไปเที่ยวเล่นธรรมดามากกว่า แถมจริงๆ แล้วเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเจ้าตัวไม่เคยสนใจเรื่องความสวยความงามเลย อย่างเสื้อผ้าหรือการแต่งหน้าเป็นพวกสาวมันฝรั่ง[2] แต่ตอนนี้คือชอบมาก อยากให้ทุกคนช่วยแนะนำเครื่องสำอางค์ให้เหมือนกัน

อยากแนะนำเพลง LAST TRAIN -Atarashii Asa- ของ knotlamp ให้โทโมริซัง เพลงนี้นอกจากเป็นเพลงของอนิเม Yu-Gi-Oh! 5D แล้ว เนื้อเพลงก็ยังมีความหมายที่ดีด้วย ทำให้รู้สึกร่าเริงและพร้อมจะพยายามต่อไปในวันพรุ่งนี้
โทโมริซังบอกว่าฟังกันเลยดีกว่า ตอนที่ตัวเองได้รับบทโรมินใน Yu-Gi-Oh! SEVENS เลยไปศึกษาเรื่องยูกิมาพอสมควร เพลงของยูกินี่ดีนะ เนื้อเพลงก็ดีด้วย เดี๋ยวจบช่วงอ่านจดหมายแล้วฟังกันเลยดีกว่า

ต่อมาจดหมายฉบับสุดท้ายก็ชมเรื่องไลฟ์ในตอนที่แล้วอีกเช่นกัน โทโมริซังเลยพูดเรื่องเพลง Akatoki นิดหน่อย ว่าเป็นเพลงที่มีความหมายต่อตัวเองอยู่เหมือนกันเพราะเป็นครั้งแรกที่แต่งเนื้อเพลงร่วมกับคนอื่น ซึ่งคนที่มาร่วมแต่งเนื้อเพลงนี้คือคุณนารุมิ คานอนที่เป็นรุ่นน้องในค่าย โดยคุณคานอนแต่งท่อน Verse 2 (เนื้อเพลงก่อนท่อนฮุคที่ 2) ส่วนทำนองและเนื้อเพลงที่เหลือเจ้าตัวเป็นคนแต่งเอง แต่คนที่เคยฟังเพลงนี้อาจจะมีไม่มากเพราะเป็นเพลงที่มีเฉพาะในแผ่นซีดีไม่ได้ถูกนำมาทำ Lyrics Video ยังไงก็อยากให้ทุกคนลองฟังดู แล้วก็ปิดช่วงนี้ไปด้วย LAST TRAIN -Atarashii Asa- ของ knotlamp ที่ผู้ฟังแนะนำมาค่ะ

ช่วง Tomori Selection

ในตอนนี้เป็นหัวข้อ “เพลงสำหรับฤดูใบไม้ผลิ” ค่ะ

  • Soutaiseiriron – Sanzen Mannen เป็นศิลปินที่ชอบฟังแล้วเพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น ถึงเนื้อเพลงจะไม่ได้เกี่ยวกับฤดูใบไม้ผลิแต่ตัวเพลงฟังแล้วให้ความรู้สึกแบบนั้น
  • Katamari Damacy OST – Sakurairo no Kisetsu เป็นเพลงของเกม Katamari Damacy แค่ฟังก็ยิ้มแล้ว เป็นเกมที่ได้เล่นตั้งแต่ตอนเด็กๆ แค่ได้ฟังอินโทรก็รู้สึกว่า “ฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว!”
  • Harukatomiyuki – Spring Rain สองเพลงก่อนหน้าเป็นเพลงที่สนุกสนาน เพลงนี้เป็นเพลงฤดูใบไม้ผลิที่ออกเหงาๆ หน่อย เข้ากับทั้งเสียงร้องและเสียงดนตรีที่สวยงาม ฤดูใบไม้ผลิที่สดใสก็ดีแต่ฤดูใบไม้ผลิแบบนี้ก็ชอบเหมือนกัน

ช่วง Tomori Call

คนแรกเป็นผู้ชายอายุใกล้เคียงกับโทโมริซังที่ใกล้จะอายุ 20 แล้ว แต่ว่ายังรู้สึกว่าตัวเองเหมือนยังโดนมองเป็นเด็กอยู่ พ่อแม่ก็ยังเรียกชื่อลงท้ายด้วยจังอยู่ เลยอยากถามโทโมริซังที่โตกว่าแค่ปีเดียวแต่ดูเป็นผู้ใหญ่มาก เลยอยากรู้ว่าจะทำยังไงให้ดูเป็นผู้ใหญ่บ้าง โทโมริซังบอกว่าตัวเองเป็นพวกที่ยังโดนเข้าใจว่าเป็นเด็กอยู่เลยเวลาไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ฮา แต่ถ้าเป็นผู้หญิงการเปลี่ยนภาพลักษณ์ภายนอกด้วยเครื่องสำอางค์ก็ทำได้อยู่ ผู้ชายไม่แน่ใจ เปลี่ยนทรงผม? ส่วนภายในเจ้าตัวคิดว่าคนที่มีเป้าหมายความตั้งใจในการทำอะไรสักอย่างหรือมีงานอดิเรกดูเป็นผู้ใหญ่ดีค่ะ ถ้าเกิดยิ่งรีบอยากจะเป็นผู้ใหญ่กลับจะยิ่งดูเป็นเด็กซะมากกว่า เพราะโทโมริซังก็เคยเป็นแบบนั้นจนคนรอบๆ บอกว่าไม่ต้องรีบเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้นก็ได้นะ บอกให้ผู้ฟังค่อยๆ โตไปตามแนวทางของตัวเองก็ได้ พอวางสายไปก็บอกว่าเป็นคำถามที่ยากนะ ทำให้ตัวเองกลับมาคิดถึงความเป็นผู้ใหญ่อีกครั้ง คนนี้เขามีพูดถึงงานอดิเรกที่คิดว่าเป็นผู้ใหญ่คือการตกปลา โทโมริซังเลยบอกว่างั้นก็ตกปลาใน Animal Crossing กันเถอะ…

คนถัดมาเป็นผู้ชายอายุเท่ากับโทโมริซัง เขาบอกว่าเขาไม่มีเพื่อนแถมตอนนี้ต้องเรียนผ่านออนไลน์ยิ่งทำให้ลำบากไปใหญ่ ตอนปี 1 ก็ค่อนข้างอยู่คนเดียวคนรู้จักก็เป็นคนที่ทำงานพิเศษ ซึ่งก็ไม่ได้สนิทแค่คนรู้จักเฉยๆ เขาเลยถามว่าจะทำยังไงถึงจะหาเพื่อนได้ ซึ่งโทโมริซังก็บอกว่าตัวเองค่อนข้างมีชื่อในด้านความห่วยในการหาเพื่อน ทั้งไม่รู้ว่าจะวางตัวในระดับไหนกับคนอื่นแล้วก็ขี้อายซะด้วย ฮา โทโมริซังเลยบอกว่าตัวเองใช้วิธีหาคนที่ดูแล้วเฟรนลี่ใจดีที่เราเข้าไปคุยด้วยแล้วเขาจะไม่ว่าอะไร อย่างคุณซุสุชิโระ ซายูมิและคุณสุกานุมะ จิสะ สองคนนี้เป็นคนที่ทำลายกำแพงของคนรอบข้างเก่งมากๆ ในเมื่อตัวเองทำลายกำแพงของตัวเองไม่ได้ก็ลองให้คนที่ดูน่าจะยอมรับเราได้ช่วยพังมันให้แทน อย่างเข้าไปบอกเขาก่อนว่า เราเป็นคนขี้อายแต่อยากเป็นเพื่อนด้วย ถ้าเป็นคนแบบนั้นเขาอาจจะช่วยเราได้ หรือวิธีขอการติดต่อทางนึงก็คือถ่ายรูปด้วยกันแล้วขอช่องทางติดต่อเพื่อจะส่งรูป จบท้ายด้วยว่าพอดีตัวเองก็เป็นคนหาเพื่อนไม่เก่งเลยแนะนำอะไรดีๆ ให้ไม่ค่อยได้แต่จะคอยเชียร์อยู่ค่ะ

ปิดท้ายโทโฒริซังบอกว่านี่มันไหวปะนะ มีแต่เรื่องที่ตัวเองไม่ถนัดทั้งนั้นเลยตอบไปก็รู้สึกไม่ค่อยจะสบายใจ ฮา แต่ถ้าทุกคนโทรมาก็จะพยายามตอบให้ทุกเรื่องนะ ปิดช่วงนี้ด้วยเพลง Seishun Kyousoukyoku ของ Sambomaster ค่ะ

ช่วง Tomori Anison Study

ช่วงนี้จะให้โทโมริซังได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับเพลงอนิเมและตัวเรื่องอนิเมที่ตัวเองไม่ได้รู้จักสักเท่าไหร่ โดยหัวข้อในตอนนี้คือเรื่อง JoJo’s Bizarre Adventure ที่หลายๆ คนน่าจะรู้จักกันดี ซึ่งโทโมริซังบอกว่าตัวเองแค่รู้จักเรื่องนี้แต่ว่าพี่สาวตัวเองชอบเรื่องนี้ อ่านมังงะอย่างจริงจัง สิ่งที่ให้ทำในตอนนี้คือให้ทายว่าเสียงซาวด์เอฟเฟคแบบนี้คือเสียงอะไร ก็มีอย่าง ด้งง! ฮาบุโช! พะเพาเพาเพาปุฮิ๊ง~ กุป๊อง! สุปิสุปา~ ก็ตอบถูกบ้างตอบผิดบ้างจนเจ้าตัวบอกขอโทษแฟนๆ โจโจ้ตอนอ่านออกเสียงค่ะ ฮา สุดท้ายก็ปิดช่วงไปด้วยเพลงจากโจโจ้ BLOODY STREAM ของ Coda ค่ะ

จบท้ายรายการในตอนนี้เข้า Ending พร้อมเพลง Akatoki ของตัวโทโมริซังเอง พร้อมฝากให้ทุกคนส่งเมลมากันเยอะๆ แล้วเจอกันใหม่อาทิตย์หน้าค่ะ

KTMR#02 Playlist

YouTube Playlist

เพลงที่ไม่มีใน Playlist

เพลงที่เปิดในรายการ

M1. QUEEN BEE - Fire
M2. Hikaru Utada - HEART STATION
M3. knotlamp - LAST TRAIN -Atarashii Asa-
M4. Sambomaster - Seishun Kyousoukyoku
M5. Coda - BLOODY STREAM

Tomori Selection (เพลงสำหรับฤดูใบไม้ผลิ)

S1. Soutaiseiriron - Sanzen Mannen
S2. Katamari Damacy OST - Sakurairo no Kisetsu
S3. Harukatomiyuki - Spring Rain

Tomori Anison Study (JoJo's Bizarre Adventure)

A1. Hiroaki Tommy Tominaga - Jojo Sono Chino Sadame

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ ไว้เจอกันใหม่ในตอน 3 หรือบทความอื่นๆ ค่ะ 🌟


KTMR#02 Footnote

[1] พุจิพุระ มาจากคำว่า Petit Price ใช้กับพวกของที่ราคาไม่สูงแต่มีคุณภาพและดูดี มักนิยมใช้คำนี้กับเครื่องสำอางค์

[2] สาวมันฝรั่ง เอาไว้เรียกพวกผู้หญิงที่เชยๆ ไม่สนใจ ไม่มีเซนส์ด้านความงามหรือแฟชั่น

คอมเมนต์กัน!