Skip to main content

ในยุคที่โควิดระบาดหนักจนเดินทางไปไหนไม่ได้ การอยู่บ้านเฉยๆ ก็เป็นเรื่องน่าเบื่อ หากคุณคือคนหนึ่งที่อยากออกเดินทางใจจะขาดเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว ก็ขอบอกว่าเข้ามาอ่านถูกบทความแล้วค่ะ เพราะนี่คือบทความเกี่ยวกับ โอนิชิ อากุริ หรืออากุปอง นักพากย์ที่เป็นที่รู้จักกันในนามผู้ให้เสียงพากย์อุเอฮาระ อายูมุ จากเรื่อง Love Live! Nijigasaki High School Idol Club โดยเป็นบทสัมภาษณ์ที่นำมาจากโฟโต้บุ๊กของเธอที่ใช้ชื่อว่า Hajimari no Tabi หรือ ‘จุดเริ่มต้นการเดินทาง’ นั่นเอง

ก็เกริ่นแบบดูดีกันไปแล้ว ถ้าเอาแบบสั้นๆ คือเป็นเอนทรี่แปลบทสัมภาษณ์ท้ายเล่มโฟโต้บุ๊กอากุปองค่ะ แม้ตัวโฟโต้บุ๊กจะออกตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว แต่เนื่องจากเราเพิ่งได้เล่มและอ่านเมื่อไม่กี่วันก่อน เลยดูเหมือนตกขบวนรถเบาๆ แต่เพราะมีส่วนที่คิดว่าน่าสนใจ เช่นชีวิตวัยเด็ก เรื่องราวการทำงานในวงการบันเทิงก่อนมาเป็นนักพากย์ หรือกระทั่งการออดิชันบทอายูมุ เลยอยากแปลมาแบ่งปันล่ะค่ะ ‘ ‘/

เพื่อให้เข้าถึงอรรถรสของการเดินทางสูงสุดแล้ว แนะนำให้ลองจับจ่ายใช้สอยหรือดูภาพจากทวิตเตอร์ว่าธีมการเดินทางของอากุปองแต่ละหัวข้อเป็นอย่างไร และในบทความเมนชั่นถึงชุดไหนบ้างล่ะค่ะ

ถ้าเอาปัจจุบันเท่าที่หาเจอ รู้สึกว่าทางร้าน gamers ที่ญี่ปุ่นยังมีขายอยู่ ราคาเล่มปกติจะอยู่ที่ 4,180 เยน แบบมีของแถมเป็นอะคริลิกสแตนดี้อยู่ที่ 5,500 เยน และแบบที่มีของแถมเป็นอะคริลิกสแตนดี้+ทาเปสจะอยู่ที่ 7,370 เยน เนื่องจากของออกนานมากแล้วก็อาจจะเหลือน้อย แต่ก็ยังถือว่าจับจ่ายใช้สอยทันนะคะ!! ไม่แน่ใจว่าอนิเมทไทยยังวางขายอยู่ไหม แต่คิโนะไม่มีแล้วค่ะ ก็ขายตรงกันมายาวแล้ว เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ 5555


※เนื่องจากคำลงท้ายภาษาญี่ปุ่นไม่มีแยกเพศ จึงขอตีไปว่าผู้สัมภาษณ์เป็นผู้หญิงนะคะ

ーเพื่อให้ทุกท่านที่ซื้อโฟโต้บุ๊กเล่มนี้รู้จักคุณโอนิชิมากขึ้น จึงอยากถามย้อนความชีวิตคุณโอนิชิล่ะค่ะ ก่อนอื่นเลย ที่มาของชื่อ “อากุริ” (亜玖璃) คืออะไรคะ?

ก่อนฉันเกิด 1 เดือน ละครทีวีที่ทำจากนิยายของช่อง NHK เรื่อง “อากุริ” ที่นำเรื่องของคุณโยชิยูกิ อากุริ (吉行あぐり) มาทำเริ่มฉายพอดีค่ะ พ่อแม่ฉันที่ได้ดูละครเรื่องนั้นจึงตั้งชื่อฉันว่าอากุริ โดยใส่ความปรารถนาที่ว่า “อยากให้เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง ยืนหยัดสู้ชีวิตเหมือนคุณอากุริ” ลงไปด้วยค่ะ

รู้สึกว่าอักษรคันจิจะเลือกใช้ตามเสียงอ่านของคำว่า ‘อากุริ’ แต่เห็นว่าพ่อแม่ตั้งใจนับจำนวนเส้นอักษรคันจิน่าดู พอฉันลองเอาชื่อตัวเองไปนับจำนวนเส้นอักษรคันจิในเว็บ ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นจำนวนเส้นที่ส่งผลให้ค่อนข้างดวงดีด้วยนะคะ (หัวเราะ)

ละครเรื่องอากุริ ที่ฉายในเดือนเมษายน ปี 1997

ーแล้วตัวคุณโอนิชิเองคิดอย่างไรกับชื่อนี้คะ?

ฉันชอบชื่อตัวเองมากเลยค่ะ เป็นชื่อที่หาเจอได้ยากดีเนอะคะ (หัวเราะ)

ーดูเป็นชื่อที่เพื่อนจะจำได้ในทันทีเลยค่ะ

แต่ตอนฉันอยู่ป.1 ฉันเป็นคนที่ผิวคล้ำมากและมีชื่อแบบนี้ เลยเคยโดนคนรอบตัวถามด้วยค่ะ ว่า “อากุริจังพูดภาษาญี่ปุ่นเป็นหรือเปล่า?”…

ーโดนคิดว่าไม่ใช่ชื่อคนญี่ปุ่นสินะคะ

โดนถามเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยค่ะว่า “ให้ทักว่า Hello ดีกว่าไหม?” (หัวเราะ) ฉันก็เลยตอบไปว่า “ฉันเป็นคนญี่ปุ่นตัวจริงเสียงจริงเลยนะ” ถ้าจะมีปัญหากับชื่อตัวเอง ก็มีปัญหาเล็กๆ แค่นี้แหละค่ะ

ーตอนเด็กๆ คุณโอนิชิเป็นคนยังไงเหรอคะ?

ดูเหมือนว่าก่อนขึ้นชั้นประถม ฉันเป็นเด็กที่ชอบให้คนอื่นถ่ายรูปตัวเองค่ะ ทั้งยังเป็นคนที่พิถีพิถันกับพร็อบถ่ายรูปคู่ตัวเองอีกต่างหาก อย่างตอนไปปิกนิก เราก็ต้องถ่ายรูปกับเด็กที่อยู่กลุ่มเดียวกันใช่ไหมคะ ตอนนั้นฉันยกข้าวกล่องมาไว้ข้างใบหน้าตัวเอง แล้วพยายามยกให้อยู่ในมุมที่ถ่ายข้าวในกล่องออกมาสวยด้วยค่ะ (หัวเราะ) รู้สึกว่าจุดสำคัญคือควรทำยังไงให้ข้าวในกล่องออกมางดงามน่ะค่ะ

ーคำนึงว่า ‘จะถ่ายออกมายังไงให้สวย’ ตั้งแต่ตอนนั้นเลยสินะคะ (หัวเราะ)

ตอนนั้นก็ใช่แหละค่ะ *ถึงตอนนี้ฉันจะไม่ได้เล่น Instagram ก็เถอะ (หัวเราะ) แต่ยังไงก็เป็นเด็กที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายรูปสูงเลยค่ะ

*หมายถึงศัพท์คำว่า インスタ映え ที่หมายถึงการถ่ายรูปลง IG ให้ออกมาดูดี มีมุมที่สวยงาม ซึ่งผู้สัมภาษณ์ใช้คำว่า 映え ในบริบทนี้ อากุปองเลยพูดถึงเรื่องเล่น IG ขึ้นมาค่ะ

ーแล้วพอขึ้นชั้นประถมละคะ?

สักช่วงป.3-4 ฉันเป็นเด็กที่แก่นแก้วสุดๆ เพราะชอบออกไปเล่นนอกบ้านทุกวันก็เลยผิวคล้ำมาก แล้วเพื่อนที่เหมือนไจแอนท์ก็ตามติดฉันแจเลยค่ะ

ーประมาณว่าคอยอยู่ข้างคนที่เหมือนหัวหน้ากลุ่มเหรอคะ?

นั่นสินะคะ แต่เพื่อนพวกนั้นไม่ได้เข้าหาเพื่อผลประโยชน์หรือประจบสอพลอ แต่เพราะอยู่กับคนแบบนี้แล้วจะเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนานได้เลยอยู่ด้วยล่ะค่ะ แล้วพวกเราก็จะเล่นวิ่งไล่จับ ไม่ก็เล่นตำรวจจับผู้ร้ายกันค่ะ บางทีฉันก็ไปสร้างฐานทัพลับกับเพื่อนน้องชายด้วยนะคะ

ーตอนนั้นเริ่มดูอนิเมหรือยังคะ?

ตอนอยู่อนุบาลก็ดูนะคะ แต่พอขึ้นชั้นประถมแล้วก็ไม่ได้ดูเลยค่ะ ตอนนั้นฉันมีอนิเมที่ชอบคือเรื่อง Ashita no Nadja (明日のナージャ) แต่เป็นอนิเมที่จบก่อนฉันเลื่อนขึ้นชั้นประถม เพราะงั้นฉันก็เลยไม่ได้ยุ่งกับอนิเม และไปวิ่งเล่นนอกบ้านแทนค่ะ

อนิเมเรื่อง Ashita no Nadja เริ่มฉายในปี 2003

ーสมัยนั้นทุกคนน่าจะชอบพริตตี้เคียวกันหรือเปล่าคะ?

ใช่เลยค่ะ! ฉันเป็นคนที่อยู่ในยุค Ashita no Nadja เลยคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องเลยค่ะ (หัวเราะ)

ーแล้วนิสัยที่สดใสร่าเริงสุดๆ เริ่มเปลี่ยนไปตอนไหนคะ?

สาเหตุที่เปลี่ยนไป คือตอนฉันอยู่ชั้นป.4 แล้วเริ่มดูละครไทกะที่ฉายทางช่อง NHK กับคุณพ่อ เรื่องที่ฉายตอนนั้นคือ Atsuhime (篤姫) ที่คุณมิยาซากิ อาโออิ เล่นเป็นตัวเอกค่ะ จะว่าไปนี่ก็เป็นสิ่งที่คนรอบข้างเขาไม่ดูกันนะคะเนี่ย (หัวเราะ) คือฉันติดเรื่อง Atsuhime มากเลย ขณะที่ดูการแสดงของคุณมิยาซากิ อาโออิ ก็ชอบพูดว่า “น่ารักจังเลย~” “ดีจังเลย~” คุณพ่อที่เห็นฉันพูดอย่างนั้นก็บอกว่า “อากุริเองก็น่ารักนะ ลูกก็ออกทีวีได้เหมือนกันแหละ” ด้วยล่ะค่ะ (หัวเราะ) ซึ่งตอนนั้นการจะพูดตอบรับว่า “พ่อพูดอะไรแปลกๆ ของพ่อเนี่ย!?” อาจเป็นเรื่องทั่วไป แต่ฉันรับคำชมจากคุณพ่ออย่างว่าง่ายเลยค่ะ ฉันคิดว่า “งั้นเหรอเนี่ย!” “ไชโย! เราก็ออกทีวีได้นี่นา!” และตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มคิดว่าเป็นนักแสดงก็น่าจะดีเหมือนกันค่ะ แต่หลังจากนั้นคุณแม่บอกฉันว่า “ถ้าผิวไม่ขาวก็เป็นนักแสดงไม่ได้นะ” ก็เลยเอาแต่ทาครีมกันแดด และตอนป.6 ผิวก็ขาวผ่องเลยค่ะ (หัวเราะ)

ーไม่สดใสร่าเริงแล้วเหรอคะ?

พอเลื่อนชั้นมาอยู่ม.ต้นก็ซ่อนความแก่นแก้วไว้ในเงา แล้วเลิกเที่ยวเล่นในฐานทัพลับ เลิกทำอะไรก็ตามที่ทำให้หกล้มเป็นแผลแล้วค่ะ (หัวเราะ) เพราะมีความฝันแล้วว่าจะเป็น “นักแสดง” นิสัยก็เลยเปลี่ยนละมั้งคะ

ーพอจะอธิบายรายละเอียดได้ไหมคะว่าคุณทำอะไรบ้างเพื่อให้ไปอยู่ในวงการบันเทิง?

จุดเริ่มต้นคือตอนใกล้จบป.6 ฉันไปเข้ารับการออดิชันละครช่อง NHK เรื่อง Chuugakusei Nikki (中学生日記) ค่ะ แต่ตอนแรกฉันออดิชันไม่ผ่านเลยกังวล ทั้งที่เพื่อนฉันออดิชันผ่านแท้ๆ…

ฉะนั้นตอนเพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นม.1 ฉันเลยลองวิเคราะห์ข้อมูลในแบบของฉันดู ถึงได้รู้ว่ามีคนแนะนำตัวในการออดิชันว่า “ฉันเคยแข่งกีฬานี้ในการแข่งขันระดับจังหวัดค่ะ” หรือ “ฉันเต้นบัลเล่ต์เก่งมากค่ะ” เยอะสุดๆ เลย ตอนนั้นฉันเล่นเครื่องดนตรีคือฮอร์นก็จริง แต่คิดว่าถึงเล่าความสามารถพิเศษแบบนี้ไป กรรมการคงได้ยินจนชินแล้วน่ะค่ะ

ーแล้วคุณโอนิชิหาทางรับมือการออดิชันอย่างไรคะ?

ตอนนั้นคุณย่าฉันเสียค่ะ แล้วฉันก็ชอบร้องเพลง Sen no Kaze ni Natte หน้าหิ้งคุณย่าเพื่อส่งเพลงนี้ให้ถึงคุณย่าอยู่บ่อยๆ ก็เลยคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฉันในตอนนี้คือการสื่อความเป็นจริงที่ว่านั้นไปหรือเปล่า… ตอนออดิชันฉันเลยบอกกรรมการว่า “ฉันชื่อโอนิชิ อากุริค่ะ! จะร้องเพลงละนะคะ! ♪ Watashi no~ O haka no… (เป็นเนื้อเพลง Sen no Kaze ni Natte)” แล้วร้องเพลงด้วยเสียงโทนต่ำค่ะ (หัวเราะ)

ーกล้าหาญมากเลยค่ะ!

หลังจากที่ร้องเพลงจบ ฉันก็เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับคุณย่าให้กรรมการฟังค่ะ พอทำแบบนี้แล้วก็ออดิชันผ่านเลย เพราะมีเรื่องนี้ฉันถึงได้เริ่มคิดว่าคนเราจะเลือกคนจากการที่ดูแค่ว่า “ทำเรื่องนั้นได้หรือไม่ได้” “ถนัดหรือไม่ถนัด” ไม่ได้หรอกค่ะ

ーได้รับประสบการณ์ที่ดีมากเลยสินะคะ แล้วหลังจากนั้นก็ได้แสดงเรื่อง Chuugakusei Nikki หลายตอนเลยสินะคะ

ค่ะ การได้ทำงานร่วมกับคนวัยเดียวกันที่มีความฝันเหมือนกันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยค่ะ อีกทั้งการที่ฉันได้เล่นละครที่ฉายทางช่อง NHK เหมือนกับละครเรื่อง Atsuhime ที่ฉันอยากแสดงตอนแรก ก็เหมือนฉันเข้าใกล้ความฝันตัวเองขึ้นมา ฉันมีความสุขสุดๆ เลยค่ะ

ภาพจากซีรีส์ Chuugakusei Nikki ฉายเมื่อปี 2011

ーตอนนั้นไม่ได้อยู่สังกัดไหนเลยเหรอคะ?

ฉันสมัครไปหลายสังกัดเลยค่ะ แต่ต่อให้ผ่านการคัดเลือกสองรอบแรก ก็จะตกรอบที่รอบ 3 อยู่ดี เลยไม่ได้อยู่สังกัดไหนเลยค่ะ จะว่าไปฉันเคยโดนบอกว่า “ไปจัดฟันก่อนแล้วค่อยมาออดิชันนะ” ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่รับเข้าสังกัดด้วยนะคะ (หัวเราะ)

ーหลังจากนั้น คุณโอนิชิก็เข้าแข่งขันรายการ Zen Nihon Kokuminteki Bishoujo Contest (รายการเฟ้นหาสาวงามจากทั่วประเทศญี่ปุ่น) ในปี 2012 สินะคะ

การแข่งขันของฉันจบที่รอบเข้าค่ายฝึกในช่วงปิดเทอมหน้าร้อนตอนฉันอยู่ม.3 แล้วค่ะ (หัวเราะ) ทุกคนที่เข้าแข่งขันรายการนี้เป็นคนแต่งตัวเรียบหรู งดงาม แล้วคุณแม่ก็เป็นคนสวยทั้งนั้นเลยนะคะ ฉันคือคนที่ตัดผมสั้น ใส่เสื้อยืดสีชมพู กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบแบบสุดจะธรรมดาสามัญ ท่ามกลางเด็กๆ ที่เหมาะกับคำว่า “ลูกคุณหนู” นะคะ (หัวเราะ) ฉันอายมากเลยค่ะ

ーแต่คุณก็เข้ารอบสุดท้ายได้อย่างงดงามเลยนะคะ

แบบว่าฉันก็อยู่รอดจนการตัดสินรอบสุดท้ายเลยค่ะ อาจจะเพราะมีเพื่อนที่สนิทจากการผ่านรอบคัดเลือกมาด้วยกัน ฉันเลยพยายามได้ก็ได้ค่ะ

ーแล้วคุณก็มีสังกัดอยู่ ทั้งยังเป็นสมาชิกวง X21 ยูนิตไอดอลที่มีผู้เข้าแข่งขัน 21 คนสุดท้ายด้วยนะคะ การทำกิจกรรมในฐานะยูนิตเป็นอย่างไรบ้างคะ?

ฉันเป็นคนที่เต้นไม่เก่งเลย ตอนฉันได้เต้นครั้งแรกในรอบเข้าค่ายฝึก ฉันเคยคิดด้วยนะคะว่า “ไม่อยากเต้นไปตลอดชีวิตแล้ว” (หัวเราะ) แต่จะทำกิจกรรมเป็นยูนิตมันเลี่ยงการเต้นไม่ได้นี่คะ ฉันคือคนที่กัดฟันสู้กับการเต้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่ามกลางคนที่เต้นเก่งและเรียนรู้ได้ไวค่ะ บางทีตอนนั้นอาจจะเป็นช่วงที่ฉันพยายามที่สุดในชีวิตก็ได้นะคะ

ภาพถ่ายรวมวง X21 (https://girlsnews.tv/unit/74289)

ーลำบากน่าดูเลยนะคะ

แน่นอนว่าไม่ได้มีแต่เรื่องยากลำบากหรอกค่ะ ตอนได้ออกรายการวาไรตี้ต่างๆ ก็สนุกมากจริงๆ ค่ะ ดาราที่ร่วมออกรายการด้วยกันก็มองว่าฉันมี “คาแรคเตอร์ที่น่าแกล้ง” เลยคอยแหย่ฉันตลอด ตัวฉันเองก็ชอบพูดอะไรตลกๆ ต่อๆ กันในขั้นที่ตัวฉันตอนนี้นึกภาพไม่ออกเลยค่ะ (หัวเราะ) ฉันดีใจนะคะที่คนในครอบครัวดูฉันออกรายการแล้วหัวเราะชอบใจกันน่าดูเลย

ーแล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณโอนิชิที่ทำงานวงการบันเทิงผ่านยูนิตไอดอลตั้งเป้าว่าจะเป็นนักพากย์เหรอคะ?

ก่อนอื่นเลยตอนฉันอยู่ม.2 ฉันติดอนิเมมากค่ะ เรื่องที่ชอบตอนนั้นก็มี “เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ” “K-on!” แล้วก็อื่นๆ ค่ะ แต่ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าอนิเมหรือนักพากย์เป็นตัวตนที่อยู่คนละโลกกับฉัน เลยไม่ได้ตั้งเป้าจะเป็นนักพากย์ค่ะ พอเริ่มทำงานการแสดงก็คิดแค่ว่า “ถ้าสักวันได้เจอนักพากย์คงดีสินะ~” ไม่เคยนึกจะเป็นเองเลย แต่ช่วงม.5-6 ความคิดนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไป…

ーเป็นช่วงที่ทำกิจกรรมยูนิตแล้วสินะคะ
ใช่ค่ะ ความคิดที่ว่า “เราทั้งชอบอนิเมมากขนาดนี้ งานด้านการแสดงก็ทำอยู่ ถ้าอย่างนั้นก็อยากลองเป็นนักพากย์ดูจัง” ก็เริ่มหนักแน่นขึ้นค่ะ ฉะนั้นตอนอยู่ม.6 ช่วงที่ต้องคิดเส้นทางอนาคต ฉันมองว่า “แทนที่จะเรียนมหาวิทยาลัยแบบไร้เป้าหมาย อยากลองไปเรียนโรงเรียนฝึกสอนนักพากย์มากกว่า” หลังจากเรียนจบ ฉันก็ทำงานพิเศษเพื่อเก็บเงินเรียนต่ออยู่ 1 ปี แล้วเข้าเรียนที่โรงเรียนฝึกสอนนักพากย์ของสังกัด Pro-Fit ที่ฉันสังกัดอยู่ตอนนี้ค่ะ

ーและคุณก็จบการศึกษาจากยูนิตนั้นมาอยู่สังกัดปัจจุบัน และได้เป็นนักพากย์ ผลงานเดบิวต์ในฐานะนักพากย์ของคุณคือดราม่าซีดี เรื่อง Yomekura (ヨメクラ) ในปี 2017 สินะคะ

ใช่แล้วค่ะ ถึงจะเป็นตอนเพิ่งเข้าสังกัด ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมากนัก คุณเมเนเจอร์ก็ยื่นต้นฉบับการ์ตูนเรื่อง Yomekura มาให้แล้วบอกว่า “เอานี่ไปอ่านเตรียมไว้นะ” ฉันก็นึกอยู่ว่าอะไร แล้วคุณเมเนเจอร์บอกว่า “เพราะคุณได้พากย์การ์ตูนเรื่องนั้นไง” เฉยเลยค่ะ! (หัวเราะ)

ฉันได้พากย์เป็นอิจิโนเสะ มิอุจัง ที่เป็นตัวละครหลักคนหนึ่งด้วยนะคะ! ตอนนั้นรู้สึกเหมือนความตกใจและดีใจถาโถมเข้ามาพร้อมกันเลย ระหว่างที่รอว่าจะอัดเสียงเมื่อไร ก็ได้ยินว่าคราวหน้าจะได้ถ่ายแบบลงนิตยสารเซย์ยูพาราไดซ์…

การ์ตูนเรื่อง Yomekura ตัวละครที่อากุปองได้พากย์คือเด็กผู้หญิงผมทองคนแรกที่อยู่ขวามือ

ーคุณได้ถ่ายแบบกราเวียในฐานะนักพากย์เรื่อง Yomekura ในนิตยสารฉบับเดือนกรกฎาคม ปี 2012 (ฉบับที่ 19) สินะคะ ทั้งยังถ่ายในชุดว่ายน้ำด้วย!

ใช่ค่ะ หรือก็คืองานแรกในฐานะนักพากย์ของฉัน คือการถ่ายแบบลงนิตยสารเซย์ยูพาราไดซ์ค่ะ (หัวเราะ)

ーส่วนมากคนที่ถ่ายแบบด้วยเป็นรุ่นพี่สินะคะ

ใช่แล้วล่ะค่ะ แล้วส่วนมากเป็นคนที่เพิ่งเคยเจอหน้าครั้งแรกด้วย ฉันเจอหน้ามายุจิ (ซาการะ มายุ) ที่ตอนนี้สนิทกันเป็นครั้งแรกก็จากการถ่ายแบบนี้แหละค่ะ ส่วนอุจิดะ ชูจังเป็นคนที่อยู่คลาสเดียวกันตอนเรียนในโรงเรียนฝึกสอนนักพากย์ เลยเป็นเพื่อนกันมาก่อนแล้วค่ะ แต่ถ้าฉันที่เป็นรุ่นน้องจะเข้าไปกอดตีซี้เหมือนสนิทสนมกับรุ่นพี่มานานแล้วคงสร้างความลำบากใจให้รุ่นพี่น่าดู ก็เป็นการถ่ายแบบที่ใจเต้นตึกตักสุดๆ เลยค่ะ

ーหลังจากถ่ายแบบก็ได้ทำงานให้เสียงพากย์ครั้งแรกกับดราม่าซีดีเรื่อง Yomekura แล้วตอนอัดเสียงครั้งแรกประหม่าไหมคะ?

ค่อนข้างประหม่าค่ะ ฉันคิดว่าไม่ควรทำตัวส่งเสียงรบกวนในห้องอัดเสียง เวลาอยู่ในสตูดิโอเลยเปลี่ยนจากรองเท้าทั่วไปเป็นใส่รองเท้าสลิปเปอร์แทนค่ะ พอทำอย่างนั้นแล้วรุ่นพี่ที่อยู่รอบๆ เขาทักว่า “เป็นคนที่ใส่รองเท้าแปลกๆ มาอัดเสียงนะเนี่ย” ฉันก็เลยตอบว่า “เปล่าค่ะ ฉันพกมาเปลี่ยนค่ะ”… ซึ่งก็เป็นบทสนทนาแรกในการอัดเสียงที่สตูดิโอน่ะค่ะ (หัวเราะ)

ーแล้วอัดเสียงพลาดหรือเปล่าคะ?

เพราะทุกคนสอนเรื่องการใช้ไมค์เลยไม่เหนื่อยตรงนี้มาก แต่ก็เศร้าที่ตัวเองทำได้ไม่ดีน่ะค่ะ… ก็เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดอยู่ค่ะ

ーถ้าให้ยกผลงานที่เป็นจุดเปลี่ยนของคุณโอนิชิที่ได้ทำงานในฐานะนักพากย์แล้ว เรื่องนั้นคือเรื่องอะไรคะ?

ยังไงก็ต้องเป็นผลงานเรื่อง Love Live! Nijigasaki High School Idol Club ที่ได้รับบทเป็นอุเอฮาระ อายูมุจังค่ะ ถึงอนิเมจะเพิ่งฉายเมื่อปี 2020 แต่โปรเจกต์นี้เริ่มตั้งแต่ปี 2017 แล้วค่ะ ฉันเข้ารับการออดิชันทันทีหลังจากเดบิวต์เป็นนักพากย์เลยค่ะ

スクスタ】SR上原歩夢[食べ過ぎ注意報]の特技とステータス - Boom App Games

ーเข้ารับการออดิชันในสมัยที่มีผลงานแค่พากย์เรื่อง Yomekura เหรอคะ?

ใช่ค่ะ เพราะงั้นตอนที่ออดิชันผ่านฉันถึงมีความสุขมากเลยค่ะ ตอนอยู่ในสำนักงาน ฉันคุยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับนิจิกาคุเลยแม้แต่น้อยกับคุณเมเนเจอร์ พอคุยเสร็จคิดจะกลับบ้าน จู่ๆ คุณเมเนเจอร์ก็มาจับมือแล้วบอกว่า “ออดิชันผ่านแล้วนะ”

ーเป็นบทที่สุดยอดมากเลยนะคะ (หัวเราะ)

ฉันตกใจมากจริงๆ ค่ะ แต่ก็ดีใจด้วยเหมือนกัน แต่ว่า…ฉันก็มั่นใจแปลกๆ นะคะว่าตัวเองน่าจะออดิชันบทอายูมุจังผ่าน ถึงจะบอกแบบนั้น แต่กว่าฉันจะมั่นใจได้ คุณเมเนเจอร์ก็คอยติชมว่า “พูดอย่างนั้นมันต่างจากบรรยากาศของตัวละครนะ” และติเรื่องอื่นๆ อีก จนคุณเมเนเจอร์เอ่ยปากชมว่า “พูดได้เหมาะกับตัวละครเป๊ะเลย” ก็ตอนออดิชันบทพูดตัวอย่างที่เป็นการออดิชันรอบแรกค่ะ เพราะมีคำชมของคุณเมเนเจอร์เพียงคำเดียว ฉันถึงตั้งใจออดิชันรอบถัดๆ ไปได้ และมั่นใจในตัวเองอย่างบอกไม่ถูกค่ะ

ーพูดถึงการออดิชันของคุณโอนิชิแล้ว ฉันประทับใจเรื่องร้องเพลง Sen no Kaze ni Natte มากเลย แล้วตอนออดิชันนิจิกาคุ คุณโอนิชิก็สงบเสงี่ยมเหรอคะ?

ตอนออดิชันนิจิกาคุ… ฉันว่าฉันเป็นเด็กไม่ดีพอตัวเลยนะคะ (หัวเราะ)

ーเป็นเด็กไม่ดี?

ตอนออดิชันรอบถามตอบ กรรมการบอกให้ฉันช่วยหมุนตัวหน่อย ฉันนึกว่ากรรมการบอกเพราะอยากดูหุ่นเราหรือเปล่านะ ก็เลยค่อยๆ หมุนตัวค่ะ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะอยากดูทักษะการเต้น ในบรรดากรรมการมีคนที่แซวฉันเสียงดังว่า “ไม่เห็นหมุนตัวเลยนี่หว่า!” ด้วยนะคะ (หัวเราะ)

ーแซวเสียงดังเลยเหรอคะ

ฉันก็เลยคิดว่า “เอ๊ะ!? หมายความว่าไงเนี่ย!?” คราวนี้ก็เลยรีบหมุนตัวเร็วๆ แต่กรรมการก็บอกอยู่ดีว่า “ยังไม่หมุนตัวเลยนี่นา!” ฉะนั้นฉันเลยเถียงกลับไปว่า “หมุนตัวแล้วค่ะ!” (หัวเราะ) ไม่รู้ว่ามีกรรมการท่านอื่นคิดว่าฉันโกรธหรือเปล่า ถึงพูดปลอบว่า “เธอหมุนตัวแล้วนะ” ให้ด้วยค่ะ (หัวเราะ)

ーค่อนข้างก้าวร้าวนะคะเนี่ย

ยิ่งไปกว่านั้นนะคะ หลังจบการถามตอบข้อนั้น กรรมการถามฉันว่า “ทำไมถึงมาออดิชันครับ?” แล้วฉันดันเผลอตอบไปว่า “เพราะอยากมาออดิชันน่ะสิคะ!” ไปด้วยค่ะ

ーยังโกรธอยู่สินะ (หัวเราะ) ไม่คิดเหรอคะว่าถ้าเผลอทำตัวแบบนั้นแล้วจะออดิชันไม่ผ่าน?

นั่นเป็นเพราะคุณเมเนเจอร์บอกฉันว่า “ความรู้สึกนึกคิดของคุณโอนิชิคงสื่อถึงคณะกรรมการแล้วล่ะ” ไม่ก็ “ดีแล้วนะที่ร้องเพลงได้อย่างร่าเริง” ก็เลยมั่นใจมากค่ะ (หัวเราะ) แต่จะว่าไปทำไมตอนนั้นฉันถึงทำตัวแบบนั้นกันนะ… อาจจะทำไปเพราะหิวข้าวก็ได้นะคะ (หัวเราะ)

ーภาพจำที่เข้มแข็งอาจเกี่ยวกับผลการออดิชันก็ได้นะคะ

อาจจะใช่อยู่หรอกค่ะ… แต่ฉันอยากขอโทษคณะกรรมการที่อยู่ ณ ที่นั้นจัง (หัวเราะ)

ーคุณโอนิชิอยู่กับคาแรคเตอร์ที่ชื่อว่าอายูมุมามากกว่า 3 ปีแล้ว อายูมุเป็นตัวตนแบบไหนสำหรับคุณโอนิชิคะ?

เป็นเหมือนคู่หูที่พยายามวิ่งสามขามาด้วยกันละมั้งคะ เพราะมีอายูมุจัง ฉันถึงได้พบกับพวกพ้องที่มีความฝันเดียวกัน ฉันรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ แล้วฉันคงอยู่กับอายูมุจังนับจากนี้ตลอดไป ฉันอยากทำให้ฝันเป็นจริงด้วยกันกับอายูมุจัง อย่างการแสดงไลฟ์ในฮอลใหญ่ๆ ค่ะ

ーตอนที่คุณโอนิชิคิดว่า “ดีจังที่มาเป็นนักพากย์” คือตอนไหนเหรอคะ?

คงเป็นตอนที่ได้พบกับคนที่บอกว่า “ชอบ” ตัวละครที่เราพากย์ค่ะ เวลาเป็นแบบนั้นฉันจะมีความสุขมากเลย นอกจากนี้ก็คงเป็นตอนได้รับคอมเมนต์เกี่ยวกับตัวละครที่พากย์ อย่าง “ดีแล้วล่ะที่ได้อากุปองมาพากย์อายูมุจัง” ไม่ก็ “คิตะคาเสะ ฟุบุกิ จากเรื่อง Maesetsu! ที่อากุปองพากย์นี่เหมือนอากุปองเลย น่าสนใจดีเนอะ” ก็ดีใจเหมือนกันค่ะ

อนิเมเรื่อง Maesetsu! ตัวละครที่อากุปองพากย์คือเด็กผมฟ้า

ーว่าแต่คุณโอนิชิได้เป็น “ผู้ใหญ่ในอุดมคติ” แบบที่เคยวาดฝันไว้ตอนเด็กไหมคะ?

ตอนเด็กๆ ฉันมองคุณแม่ของเพื่อนที่ขยันทำงานแล้วคิดว่าเท่มากด้วยค่ะ ฉันเลยอยากเป็นผู้หญิงที่ขยันทำงานอย่างกระตือรือร้นแบบท่านบ้าง

ーแต่ฉันว่าปัจจุบันคุณโอนิชิก็ขยันทำงานอย่างกระตือรือร้นนะคะ…

ฉันทำงานก็จริง แต่มันต่างจากการทำงานที่เคยคิดไว้น่ะสิคะ (หัวเราะ) ภาพในหัวที่ฉันวาดไว้คือ “คนที่ถือเอกสารเต็มสองมือ” ค่ะ ตอนนี้ฉันได้ถือกระดาษแล้วก็จริง แต่ดันเป็นบทพากย์ ไม่ใช่เอกสารนี่สิคะ (หัวเราะ) ฉะนั้นจะบอกว่าเป็นจริงส่วนหนึ่ง แล้วก็ต่างจากที่คิดอีกส่วนหนึ่งก็ได้แหละค่ะ

ーจากนี้ไปคุณโอนิชิอยากเป็นคนแบบไหนเหรอคะ?

ตอนเด็กๆ ฉันนับถือคุณแม่ของเพื่อนก็จริง แต่พอตั้งเป้าว่าจะเป็นนักพากย์ ฉันก็นับถือนักพากย์หลายท่านเลยค่ะ แรงบันดาลใจในการเป็นนักพากย์ของฉันคือ “การได้เป็นตัวตนเหมือนคนที่ฉันนับถือ” สักวันหนึ่งฉันอยากเป็นคนที่ได้รับการนับถือ เหมือนนักพากย์ที่ฉันชอบค่ะ

ーถัดไปจะขอถามเกี่ยวกับโฟโต้บุ๊กนะคะ ในโฟโต้บุ๊กเล่มนี้เราได้ถ่ายภาพหลายที่เลยเนอะคะ

สถานที่ที่ได้ถ่ายภาพเป็นลำดับแรกคือที่รถไฟสายโจชิ (銚子電鉄) ค่ะ รถไฟที่วิ่งในสายโจชิให้ความรู้สึกย้อนยุคและน่ารักมากเลยเนอะคะ แล้วก็ในรถคนแน่นจนตกใจเลยค่ะ เป็นสายรถไฟที่เป็นที่นิยมสินะคะ

ーได้ถ่ายแบบที่เกาะด้วยสินะคะ

ได้ถ่ายแบบที่เกาะนีจิมะ (新島) กับเกาะชิกิเนะจิมะ (式根島) ค่ะ ไม่ว่าจะเกาะไหนก็ให้บรรยากาศน่าอัศจรรย์ใจเหมือนอยู่ต่างประเทศเลยค่ะ~ เพราะเป็นเกาะขนาดเล็ก จะอยู่ส่วนไหนของเกาะก็มีลมทะเลพัดมาล่ะค่ะ เพราะงั้นผมถึงได้เหนียวเหนอะหนะตลอดเวลาเลยค่ะ (หัวเราะ)

ーอยู่บนเกาะแล้วไม่เหนื่อยแย่เหรอคะ?

ไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นหรอกค่ะ… แต่ไม่รู้ว่าขยับตัวเยอะหรือเปล่าถึงได้หิวข้าว เวลาได้ยินคำว่า “ข้าวมาแล้วนะครับ” ระหว่างถ่ายทำ ฉันจะร้องไชโย! แล้วเด้งตัวออกจากโซฟาเลยนะคะ (หัวเราะ)

ーถ้าอย่างนั้นไฮไลท์ของโฟโต้บุ๊กเล่มนี้อยู่ตรงไหนคะ?

คงเป็นภาพถ่ายตอนสวมเสื้อฮู้ดสีเหลือง ที่ถ่ายริมชายหาดโทมาริ บนเกาะชิกิเนะจิมะค่ะ ชายหาดที่นั่นให้บรรยากาศเหมือนอยู่ทะเลทางตอนใต้เลยนะคะ แล้วก็ถึงจะไม่ค่อยมีคน แต่มีแมวหลายตัวเลยค่ะ (หัวเราะ) ฉันเพิ่งเคยไปสถานที่แบบนั้นครั้งแรกเลยคิดว่าจะเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายด้วยสีหน้าที่แปลกใหม่ค่ะ

ーคิดว่าโฟโต้บุ๊กเล่มนี้จะเป็นโฟโต้บุ๊กแบบไหนคะ?

ตอนสวมชุดสีขาวคือตัวฉันที่แสดงให้ทุกคนเห็นบ่อยๆ ส่วนตอนที่สวมชุดหลากสีคือตัวฉันที่ทำสีหน้าแบบที่ไม่แสดงให้เห็นทั่วไป คงเป็นโฟโต้บุ๊กเล่มหนึ่งที่เก็บตัวฉันที่ต่างกันสุดขั้วเอาไว้ค่ะ พูดถึงชุดที่ใส่แล้ว… ที่จริงในบรรดาชุดที่ถ่ายแบบไป มีชุดไปรเวทของฉันจริงๆ ปนอยู่ 2 ชุดแหละค่ะ ลองทายดูนะคะว่าชุดไหนเป็นชุดของฉัน (หัวเราะ)

ーถ้าจะทำโฟโต้บุ๊กเล่มที่ 2 อยากให้มีเนื้อหาเป็นแบบไหนคะ?

ถึงโฟโต้บุ๊กเล่มนี้จะแสดงภาพลักษณ์ของฉันที่ต่างจากทุกที แต่ฉันยังไม่ได้แสดงภาพลักษณ์ที่แหวกแนวแบบที่ใครก็คาดไม่ถึงเลยค่ะ เพราะงั้นในโฟโต้บุ๊กเล่มถัดไป ฉันอยากให้ทุกคนเห็นตัวฉันที่สมบูรณ์แบบมากกว่าเดิมค่ะ อย่างตัวฉันที่ใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด ตัวฉันที่เป็นผู้ใหญ่ใส่ชุดสีดำแล้วทาปากแดง…

ーชักอยากเห็นคุณโอนิชิที่เป็นผู้ใหญ่ใส่ชุดดำทาปากแดงไวๆ แล้วสิคะ ถ้าอย่างนั้นสุดท้ายนี้ฝากข้อความทุกท่านที่ซื้อโฟโต้บุ๊กเล่มนี้หน่อยค่ะ!

ขอบคุณที่ซื้อโฟโต้บุ๊กของฉันนะคะ ถ้าได้เป็นโฟโต้บุ๊กที่ทุกคนหารูปที่ตัวเองชอบเจอสักหนึ่งรูปก็จะดีใจมากเลยค่ะ แล้วก็รบกวนคอมเมนต์ว่า “อยากเห็นอากุปองแต่งตัวแบบนี้จัง” กันด้วยนะคะ สุดท้ายนี้…ฉันขอย้ำอีกทีแล้วกันค่ะ ว่าทุกคนลองทายดูนะคะว่าชุดไหนเป็นชุดของฉันกันแน่ (หัวเราะ)


แม้บทสัมภาษณ์หลักจะหมดแต่เพียงเท่านี้ แต่ไหนๆ เราก็ได้พื้นที่ในการเขียนเอนทรี่แล้ว จึงอยากขายของปิดท้ายก่อนจากกันสักนิด คือขายเพลงซิงเกิลที่ 2 ในฐานะศิลปินเดี่ยวของอากุปองนั่นเอง โดยซีซั่นนี้อากุปองได้ร้องเพลง Elder Flower ซึ่งเป็น ED อนิเมเรื่อง Seirei Gensouki (精霊幻想記) และมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 4 สิงหาคม 2564 ค่ะ

ความพิเศษของซิงเกิลนี้คือจะมีปกทั้งหมด 3 แบบ แต่ดีวีดีแถมจะไม่เหมือนกันค่ะ โดยรายละเอียดและช่องทางการสั่งจองจะอยู่ด้านล่างปกแต่ละแผ่นนะคะ

Elder flower/Hatsukoi Colors (ธรรมดา) [CD]

1. Elder flower

2. Hatsukoi Colors

3. Elder flower (Instrumental)

4. Hatsukoi Colors (Instrumental)

สั่งจองแบบของแถมธรรมดากับอนิเมทไทย (แถมโบรไมด์อย่างเดียว) ราคา 600 บาท

สั่งจองแบบของแถมลิมิเต็ดกับอนิเมทไทย (แถมโบรไมด์+อะคริลิกสแตนดี้) ราคา 1,075 บาท

Elder flower/Hatsukoi Colors (ลิมิเต็ดเซ็ต A) [CD+DVD]

1. Elder flower

2. Hatsukoi Colors

3. Elder flower (Instrumental)

4. Hatsukoi Colors (Instrumental)

[DVD] MV เพลง Elder flower+เมกกิ้ง

สั่งจองแบบของแถมธรรมดากับอนิเมทไทย (แถมเข็มกลัด+โบรไมด์) ราคา 870

สั่งจองแบบของแถมลิมิเต็ดกับอนิเมทไทย (แถมเข็มกลัด+โบรไมด์+อะคริลิกสแตนดี้) ราคา 1,345 บาท

Elder flower/Hatsukoi Colors (ลิมิเต็ดเซ็ต B) [CD+DVD]

1. Elder flower

2. Hatsukoi Colors

3. Elder flower (Instrumental)

4. Hatsukoi Colors (Instrumental)

[DVD] MV เพลง Hatsukoi Colors+เมกกิ้ง

สั่งจองแบบของแถมธรรมดากับอนิเมทไทย (แถมเข็มกลัด+โบรไมด์) ราคา 870

สั่งจองแบบของแถมลิมิเต็ดกับอนิเมทไทย (แถมเข็มกลัด+โบรไมด์+อะคริลิกสแตนดี้) ราคา 1,345 บาท

ส่วนรายการของแถมตามร้านทั้งของอนิเมทและร้านอื่นๆ ดูได้จากทวิตด้านล่างนี้เลยค่ะ

https://twitter.com/staff_aguri/status/1412718161535770624

เรายังไม่หมดเท่านี้ เพราะนอกจากเพลง Elder Flower แล้ว ยังมีตัวอย่างเพลง Hatsukoi Colors ให้ฟังกันอีกด้วยค่ะ


ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ ถ้าทุกคนได้รู้จักและชื่นชอบอากุปองมากขึ้นเราก็ดีใจแล้วค่ะ :D ยังไงก็ขอฝากงานทั้งด้านงานพากย์ ศิลปินเดี่ยว งานถ่ายแบบและอื่นๆ ทั้งหมดของอากุปองไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ!

ทวิตเตอร์: @aguri_onishi

ทวิตเตอร์สต๊าฟฝั่งเพลง: @staff_aguri

เว็บไซต์ข้อมูลฝั่งงานเพลง: https://columbia.jp/onishiaguri/index.html

เว็บไซต์แฟนคลับ: https://aguri-onishi.com/ (มีแบบทั้งสมัครฟรีและเสียเงินค่าสมาชิกรายเดือน)

คอมเมนต์กัน!