Skip to main content

ในยุคที่ต่างประเทศเริ่มทยอยเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกได้ภายใต้ข้อควรปฏิบัติต่างๆ เราก็เริ่มเห็นคนรอบตัวไปเที่ยวญี่ปุ่นบ้างเกาหลีบ้างกันมากมาย แต่ไอเราจะตีตั๋วเที่ยวเองตั๋วก็ราคาแรงชวนกระเป๋าเบา ฉะนั้นเราจึงอยากนำเสนอทริปเที่ยวทิพย์ ณ ฮอกไกโด ไปกับโอนิชิ อากุริ หรือ อากุปอง ที่เป็นที่รู้จักในฐานะนักพากย์อุเอฮาระ อายูมุ (Love Live! Nijigasaki High School Idol Club) หรือคิริว มิยะ (เกม Heaven Burns Red) และศิลปินอนิซองที่มีผลงานล่าสุดคือร้องเพลง Hajimaru Welcome ให้อนิเมเรื่อง Management of Novice Alchemist (新米錬金術師の店舗経営) นั่นเอง

ในเอนทรี่นี้เรานำเนื้อหาบทสัมภาษณ์ท้ายโฟโต้บุ๊กเล่ม 2 Tabi no Tochuu หรือ ‘ระหว่างการเดินทาง’ ของอากุปองมาแปลเป็นภาษาไทย ตัวโฟโต้บุ๊กเล่มนี้มีกำหนดออกเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2022 ที่ผ่านมา ดังนั้นบริบทเรื่องเวลาต่างๆ จะยึดตามช่วงเวลาที่โฟโต้บุ๊กวางจำหน่าย ส่วนเนื้อหาการสัมภาษณ์จะแบ่งเป็นเรื่องการประกาศทำอัลบั้มเพลง, เบื้องหลังการถ่ายภาพในสถานที่ต่างๆ ในฮอกไกโด, คำถามเกี่ยวกับตัวอากุปองเองค่ะ

ดังนั้นเพื่อให้ได้รับอรรถรสสูงสุดในการอ่าน จึงอยากแนะนำให้ซื้อโฟโต้บุ๊กมาดูภาพต่างๆ ด้านในประกอบการอ่านว่าอากุปองหมายถึงสถานที่ไหน ชุดอะไรบ้างค่ะ

ท่านสามารถเลือกซื้อโฟโต้บุ๊กได้ตามช่องทางที่ใช่ ของแถมที่ชอบ (ไม่แน่ใจว่าอนิเมทไทยมีขายไหม ลองเสิร์ชคิโนะไทยเหมือนจะขายหมดแล้ว แต่น่าจะสั่งย้อนได้ทั้งสองร้านถ้าญี่ปุ่นยังมีสต็อกสินค้าอยู่) แต่ถ้าเป็นคนใจร้อนรอร้านหนังสือไม่ได้ บางร้านในญี่ปุ่นน่าจะยังมีให้สั่งอยู่ เช่น Gamers, Animate โดยราคาจะอยู่ที่ 4,180 เยน (รวมภาษี) ค่ะ แบบอีบุ๊กใน kindle ญี่ปุ่นก็มีนะ

ปล. ก่อนหน้านี้เคยแปลบทสัมภาษณ์ในโฟโต้บุ๊กเล่มแรกไว้ด้วยนะคะ ถ้าใครยังไม่เคยอ่านแล้วสนใจสามารถอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ


ーโฟโต้บุ๊กเล่มแรก “Hajimari no Tabi” วางจำหน่ายเมื่อเดือนมกราคม ปี 2021 ถ้าพูดถึงสิ่งที่ต่างกับตอนนี้มากที่สุด ผมว่าคงเป็นการที่ตอนนี้คุณทำงานในฐานะศิลปินอยู่ครับ

จะว่าไปก็อาจจะใช่นะคะ

ーหลังจากคุณเดบิวต์เป็นศิลปินด้วยเพลง “Honjitsu wa Seiten Nari” ในซิงเกิลแรกที่วางจำหน่ายเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2021 ตอนนี้คุณได้ออกเพลงทั้งหมด 4 ซิงเกิล และในโอกาสนี้ก็ได้ประกาศทำอัลบั้มแรกแล้วสินะครับ

ฉันมีความสุขมากเลยค่ะที่ได้ออกเพลงถึง 4 ซิงเกิลด้วยกัน ทั้งยังรู้สึกว่าการได้ออกอัลบั้มหลังจากออกเพลงมา 4 ซิงเกิลนั้นเป็นจังหวะที่ดีมากเลยค่ะ ประมาณว่าหลังจากฉันได้เดินทีละก้าวๆ อย่างแท้จริงในฐานะศิลปิน ก็ได้ออกอัลบั้มในรูปแบบรวมสิ่งที่ทำมาจนถึงปัจจุบัน ขอบพระคุณจริงๆ ค่ะที่ทำให้ฉันเดินมาถึงจุดนี้ได้

ปกเพลงซิงเกิล 1-4 ของอากุปอง

ーอัลบั้มน่าจะออกมาเป็นแบบไหนเหรอครับ?

ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนคอนเฟิร์มเพลงที่จะร้องแล้ว แต่ยังไม่เริ่มอัดเสียงเลยค่ะ (หัวเราะ) ฉันว่าคงมีเนื้อหาตรงไปตรงมาสมกับที่เป็นอัลบั้มแรก ทั้งยังมีเพลงใหม่หลายเพลงที่แนวต่างจากเพลงในซิงเกิลที่ผ่านมา ฉะนั้นคงได้สนุกสนานไปกับสีสันที่หลากหลายค่ะ อย่างไรก็ตามตัวฉันเองก็ตั้งตารอเหมือนกันค่ะว่าจะออกมาเป็นอัลบั้มแบบไหน

ーความรู้สึกตอนเดบิวต์เป็นศิลปินกับความรู้สึกในปัจจุบันมีความเปลี่ยนไปบ้างไหมครับ?

หลังจากเดบิวต์เป็นศิลปิน ฉันมีโอกาสได้จัด*รีลีสอีเวนต์ไปจนถึงยืนพูดคนเดียวในหลายๆ ที่เพิ่มขึ้นค่ะ ช่วงแรกฉันประหม่ามากไปจนพูดได้ไม่ดีเท่าไหร่ก็จริง แต่ช่วงนี้ฉันน่าจะค่อยๆ พูดในแบบของตัวเองได้มากขึ้นแม้จะอยู่ในสถานที่อย่างนั้นค่ะ แน่นอนว่าถึงตอนนี้ฉันจะยังประหม่าเหมือนเดิมก็เถอะค่ะ (หัวเราะ)

แล้วในครั้งนี้ฉันได้เลือกเพลงในอัลบั้มด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ถ้าเป็นฉันตอนเพิ่งเดบิวต์ละก็คงเลือกได้ไม่ราบรื่นแน่เลยค่ะ นี่อาจเป็นการที่ฉันกำลังเติบโตในฐานะศิลปินในความหมายที่ว่าความรู้สึกเปลี่ยนไปก็ได้นะคะ

*Release Event งานที่ระลึกออกแผ่นเพลงและอื่นๆ ที่มักให้ศิลปินพูดเกี่ยวกับเพลงหรืออะไรก็ตามที่วางจำหน่าย บางครั้งก็มีจัดมินิไลฟ์และกิจกรรมพบปะแฟนคลับอย่างมอบของที่ระลึกด้วย

ーและในครั้งนี้โฟโต้บุ๊กเล่ม 2 ของคุณโอนิชิที่ทำกิจกรรมในฐานะศิลปินมาอย่างต่อเนื่องก็เสร็จสิ้นแล้ว คราวนี้ได้ไปถ่ายภาพที่ฮอกไกโดเนอะครับ

ใช่แล้วค่ะ ฉันคิดมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าถ้าจะทำโฟโต้บุ๊กเล่ม 2 ก็อยากไปถ่ายที่ฮอกไกโดจัง เพราะงั้นพอฝันเป็นจริงเลยดีใจค่ะ

เพียงแต่ว่าตอนแรกฉันทราบมาว่าจะเริ่มถ่ายภาพในฤดูร้อนของปีนี้ (ปี 2022) แท้ๆ แต่ไม่เห็นมีตารางงานที่ว่าเข้ามาเลย ฉันเลยคิดแบบใจลอยว่า “โฟโต้บุ๊กเล่ม 2 คงเป็นเรื่องในอนาคตอันไกลสิน้า~” แต่พอเข้าช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงฉันตกใจน่าดูเลยค่ะ! ที่อยู่ๆ ได้รับแจ้งว่า “ตกลงสถานที่ถ่ายโฟโต้บุ๊กได้แล้วนะ” ฉันยังไม่ทันเตรียมใจแต่ก็ไปฮอกไกโดด้วยความสุขในแบบที่อยู่เฉยไม่ได้ค่ะ (หัวเราะ)

ーคุณได้ไปเมืองโอตารุกับซัปโปโรสินะครับ

โอตารุดูดีให้บรรยากาศสมกับเป็นเมืองท่าเลยค่ะ แล้วที่ที่ได้ไปก็สวยทุกที่ด้วยค่ะ ชายหาดสวยงาม ทิวทัศน์ยามค่ำคืนก็เลิศเลอ สะพานคลองโอตารุเป็นสถานที่ที่ฉันประทับใจเลยค่ะ

ーมีภาพถ่ายในห้องที่ให้บรรยากาศเป็นผู้ใหญ่ด้วยนี่ครับ

ฉันได้ถ่ายภาพบนเตียงโดยสวมชุดที่มีลูกไม้สีดำล่ะค่ะ เพราะไม่ค่อยได้ใส่ชุดแบบนี้ให้เห็นกันบ่อย ทุกคนอาจจะรู้สึกคาดไม่ถึงก็ได้นะคะ แล้วพูดถึง “สีดำ” ก็มีที่ฉันใส่เสื้อแจ็กเก็ตหนังด้วย!

ーเป็นภาพที่เท่น่าดูเลยเนอะครับ

ก็คิดแหละค่ะว่าฉันที่เป็นแบบนั้นก็หาดูได้ยากเหมือนกัน

ーได้ถ่ายภาพในสถานที่ที่ไม่ธรรมดาด้วยสินะครับ

ที่ที่ฉันคิดว่าเจ๋งที่สุดคือตอนไปถ่ายภาพที่อดีตธนาคารมิตสึอิ สาขาโอตารุค่ะ ที่นั่นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญและสร้างขึ้นในช่วงต้นยุคสมัยโชวะ ดูเหมือนว่าปกติจะเป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยอนุญาตให้ใครไปถ่ายภาพ แต่ครั้งนี้ที่เข้าไปถ่ายได้ก็ถือว่าโชคดีอยู่ค่ะ

ฉันชอบสถานที่ที่ให้บรรยากาศความเป็นตะวันตกผสมกับญี่ปุ่นและสมกับเป็นช่วงต้นยุคสมัยโชวะมากอยู่แล้ว เพราะอย่างนั้นระหว่างถ่ายภาพฉันน่าจะคึกอยู่หน่อยๆ ด้วยค่ะ (หัวเราะ) แถมฉันได้สวมแว่นให้ทุกคนได้เห็นในสถานที่นั้นด้วย ก็อาจจะเป็นของหายากอยู่หน่อยนะคะ

ーภาพถ่ายตรงรางรถไฟที่เลิกใช้งานแล้วก็น่าประทับใจเหมือนกันนะครับ

ตอนเดินบนรางฉันได้แสดงความสมดุลดีของตัวเองไปด้วยค่ะ (หัวเราะ) อันที่จริงโฟโต้บุ๊กเล่ม 1 ก็มีที่ถ่ายบนรางรถไฟเหมือนกัน ส่วนตัวฉันดีใจนะคะที่โฟโต้บุ๊กเล่ม 1 กับเล่ม 2 มีจุดเชื่อมโยงกันแบบนี้

ーมีภาพตอนทานข้าวหลายภาพเนี่ยน่าสนใจดีครับ

ระหว่างถ่ายภาพฉันได้ทานซุปแกงกะหรี่ สเต็ก ข้าวหน้าทะเล ราเม็ง… ก็ได้ทานไปเยอะเลยค่ะ (หัวเราะ)

ーเป็นที่ทราบกันว่าคุณโอนิชิชอบราเม็ง แล้วราเม็งของฮอกไกโดเป็นอย่างไรบ้างครับ?

อร่อยสุดๆ เลยค่ะ! ในการถ่ายภาพครั้งนี้ฉันได้ทานราเม็งโชยุไป ถึงจะรู้สึกว่ามาฮอกไกโดก็ควรทานราเม็งมิโซะ แต่ร้านที่ไปทานมีเมนูขึ้นชื่อคือราเม็งโชยุ ฉันเลยเลือกทานราเม็งโชยุค่ะ แต่ก็มีจุดที่ฉันต้องปรับปรุง…คือฉันเผลอทำชาชูหกเลอะชุดนิดหน่อยน่ะค่ะ (หัวเราะ)

แล้วก็ข้าวหน้าทะเลอร่อยจริงๆ นะคะ~ สมกับเป็นอาหารทะเลคุณภาพฮอกไกโดเลย สเต็กก็สุดยอดเหมือนกัน! ฉันว่าถ้าไม่ได้โอกาสแบบนี้คงไม่ค่อยได้ทาน เลยทานเนื้ออร่อยๆ ไปเยอะเลยค่ะ (หัวเราะ)

ーซุปแกงกะหรี่ก็เป็นอาหารขึ้นชื่อของฮอกไกโดเหมือนกันสินะครับ

แน่นอนว่าอร่อยมากค่ะ! แล้วร้านนั้นเป็นร้านที่รีโนเวทอาคารจากอาคารที่ค่อนข้างเก่าแก่ด้วยนะคะ รู้สึกว่าเดิมจะเป็นร้านขายยา ก่อนหน้านี้เป็นสถานที่ที่เหมือนไว้ใช้จ่ายยา แต่ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่ไว้จ่ายเครื่องเทศที่ปรุงแล้วล่ะค่ะ (หัวเราะ)

แต่ยังไงการได้มาสถานที่นี้ซึ่งเป็นสถานที่ที่สัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์ต่อจากอดีตธนาคารมิตสึอินั้นนับเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยค่ะ

ーส่วนของหวานก็ได้ทานเมลอนโปะซอฟต์ครีมไปใช่ไหมครับ

ฉันไม่ค่อยทานของหวานเท่าไหร่ก็จริง แต่ที่ทานไปอร่อยมากเลยค่ะ! ว่าแล้วเชียวว่าคุณภาพเมลอนของฮอกไกโดเนี่ยสุดยอดจริงๆ ถ้าให้พูดถึงผลไม้ที่เคยทานมาจนตอนนี้ฉันเป็นพวกชอบแตงโม แต่ดูท่าว่าจากนี้ไปฉันจะชอบเมลอนแล้วล่ะค่ะ (หัวเราะ)

ーถ้าให้ยกสถานที่ที่ประทับใจเป็นพิเศษมาละก็?

มีหลายที่เลยค่ะ… แต่ที่นึกออกเป็นที่แรกในตอนนี้ คือสวนสาธารณะในซัปโปโรที่ใส่ชุดกระโปรงสีเหลือง ซึ่งเป็นที่ที่ถ่ายเป็นที่สุดท้ายค่ะ ต้น Poplar ที่เรียงรายขนาบข้างสวยมากเลยนะคะ แล้วเหมือนคุณช่างภาพบอกว่าที่สวนสาธารณะนั้นมีกระรอกด้วย แต่สุดท้ายฉันก็ไม่เจอน้องเลยค่ะ น่าเสียดายจัง

อ๊ะ แต่ว่าฉันเจอเป็ดเทาพันธุ์จีน (Eastern Spot-Billed Duck) ที่นั่นนะคะ! ถ้าเราสบตากับน้องแล้วน้องจะหนีไป เพราะงั้นฉันเลยพยายามเข้าหาอย่างระมัดระวัง แต่สุดท้ายก็กลายเป็นวิ่งไล่จับน้องเป็ด… รู้สึกผิดเลยค่ะว่านี่เราทำน้องเป็ดตกใจหรือเปล่านะ (หัวเราะ) …ขอพูดถึงที่ที่ประทับใจอีกได้หรือเปล่าคะ?

ーเชิญเลยครับ!

ที่ที่เห็นทะเลโอตารุก็น่าประทับใจไม่รู้ลืมเลยค่ะ ทะเลที่มองเห็นจากตรงนั้นสวยมากค่ะ! พูดถึงทะเลก็มีตอนวิ่งที่ชายหาดด้วย! ฉันชอบตรงที่ชุดเหมือนไอดอลนี่แหละค่ะ (หัวเราะ)

แล้วก็ภูเขาเท็งงุในโอตารุที่ได้ใส่ชุดสีเหลืองไปด้วยค่ะ ทิวทัศน์ที่มองลงมาจากตรงนั้นนี่พูดได้แค่คำเดียวคือสุดยอดไปเลยค่ะ อยากให้ทุกคนลองขึ้นเขานี้ดูบ้างนะคะ

ーแล้วคิดว่าโฟโต้บุ๊กเล่ม 2 นี้จะออกมาเป็นโฟโต้บุ๊กแบบไหนครับ?

คงจะอัดแน่นไปด้วยภาพจำนวนมากที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานอันหลากหลายเหมือนกับฮอกไกโด และโดยรวมค่อนข้างมีสีสันกว่าโฟโต้บุ๊กเล่มแรกค่ะ เพราะได้ใส่ชุดถ่ายภาพตั้ง 14 ชุดเลยนี่นา! เอาแค่ชุดนอนก็มี 2 แบบแล้วนะคะ (หัวเราะ) ไม่ว่าใครจะมาอ่านคงมีชุดหรือภาพที่ชอบสักภาพแหละค่ะ

แถมตอนทำผมทรงหางม้าในชุดสีน้ำเงินก็เป็นทรงหางม้าที่มัดต่ำที่สุดในชีวิตฉันเลยค่ะ (หัวเราะ) ฉันว่าการได้มองหารายละเอียดและความแรร์แนวนี้จนพบก็เป็นวิธีรับชมภาพที่สนุกสนานอย่างหนึ่งเหมือนกันค่ะ

ーเทียบกับโฟโต้บุ๊กเล่มแรกแล้ว รู้สึกว่าจะมีภาพที่ให้บรรยากาศเป็นผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นนะครับ

ถ้ารู้สึกอย่างนั้นก็ดีใจนะคะ ก็ฉันอายุ 25 ปีแล้วนี่นา

ーคิดว่าตอนนี้ตัวเองได้เป็นผู้ใหญ่อายุ 25 ปีที่น่านับถือหรือยังครับ?

ก็ไม่ค่อยมั่นใจแหละค่ะ…? แต่ก็รู้สึกว่าฉันเป็นคนอายุ 25 ปีที่ทำตัวสมกับอายุ 25 ปีนะคะ ไม่สิ มีส่วนที่เป็นคุณลุงเกินกว่าจะเป็นคนอายุ 25 ปีหรือเปล่านะ? (หัวเราะ) อย่างตรงที่ชอบราเม็งมากๆ น่ะค่ะ

ーสาวน้อยที่ชอบราเม็งมีอยู่ถมไปนะครับ (หัวเราะ)

นั่นสินะคะ (หัวเราะ) แต่พอมองคนรอบตัวฉันแล้วมีแต่คนที่ดูอ่อนกว่าวัยหลายคนเลยค่ะ เทียบกับคนเหล่านั้นแล้วฉันก็คิดนะคะว่าฉันทำตัวสมกับคนอายุ 25 ปีไหม …เอ๊ะ? เดี๋ยวนะคะ แต่บางทีฉันก็โดนตรวจบัตรเวลาเข้าคาเฟ่อะไรงี้นะคะ พอคิดแบบนี้แล้วฉันเองก็ดูอ่อนเยาว์งั้นเหรอคะ… แต่ตอนถ่ายภาพ คุณช่างแต่งหน้าบอกฉันว่า “ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วนะ” บ่อยขึ้นนะคะ… ใครพูดจริงกันแน่คะเนี่ย?

ーแปลว่ามีทั้งความอ่อนเยาว์และความเป็นผู้ใหญ่อยู่ทั้งคู่หรือเปล่าครับ

จนถึงก่อนหน้านี้ไม่นานฉันแสดงบรรยากาศอ่อนเยาว์แบบที่จะมีคนบอกว่า “น่ารักจัง” ได้อย่างเดียว แต่ช่วงนี้ฉันว่าฉันดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นตามทรงผมที่ทำหรือการแต่งหน้าค่ะ ฉันจะพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ คือการที่แสดงตัวเองแบบใหม่ๆ ได้มากกว่าเมื่อก่อนโดยไม่เกี่ยงว่าดูเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นเด็กน่ะค่ะ (หัวเราะ)

ーว่าแต่พอจะจินตนาการภาพตัวเองตอนอายุ 30 ปีได้ไหมครับ?

เมื่อก่อนฉันคิดแง่ลบกับการมีอายุมากขึ้นค่ะ ประมาณว่าเด็กผู้หญิงที่ทำงานในวงการบันเทิงต้องอ่อนวัย ไม่อย่างนั้นคนจะต้องการตัวน้อยลง ตอนฉันอายุ 20 ปี ฉันดันมองว่าเด็กอายุประมาณ 15 ปีที่ทำงานอยู่รอบข้างตัวเองช่างเปล่งประกายจริงๆ ค่ะ

แต่ช่วงนี้แนวคิดแบบนั้นได้หายไป ฉันเริ่มคิดว่าไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตามแต่แค่ทำตัวให้สมกับเป็นตัวเองก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันจะตั้งตารอตัวเองอายุ 30 ปีเลยค่ะ ก็คือการที่ถูกอายุบีบให้ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้หายไปแล้วสินะคะ แน่นอนว่าฉันต้องพัฒนาตัวเองด้วยแหละค่ะ

ーเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการมีอายุมากขึ้นที่ดีเนอะครับ ถ้าอย่างนั้นสุดท้ายนี้อยากถามว่าในโฟโต้บุ๊กเล่ม 2 ได้ถ่ายภาพที่ฮอกไกโด แล้วโฟโต้บุ๊กเล่ม 3 จะไปถ่ายที่ไหนดีครับ?

เอ๋!? คิดไว้ได้เลยเหรอคะ!? ฉันว่ามันเร็วไปนะคะ… แต่ได้ถ่ายภาพที่ทางเหนือแล้ว ต่อไปก็คงเป็นทางใต้ละมั้ง? อย่างโอกินาว่าไม่ก็ยาคุชิมะละก็เป็นไงคะ? ส่วนตัวฉันสนใจจังหวัดยามากุจิกับภูมิภาคชิโคคุด้วยสิ… แต่ไม่ว่ายังไงถ้ามีการจัดทำโฟโต้บุ๊กเล่ม 3 ฉันก็จะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ!


ในเมื่อได้พื้นที่เขียนเอนทรี่แล้ว แน่นอนว่าท้ายเอนทรี่จะเป็นการขายตรงเหมือนทุกที แต่เนื่องจากอัลบั้มเพลงที่เมนชั่นถึงในบทสัมภาษณ์ยังไม่มีข่าวสารเพิ่มเติม (เอนทรี่นี้โพสต์วันที่ 20 มกราคม 2023) ก็ขอฝากผลงานที่ผ่านมาคือเพลงทั้ง 4 ซิงเกิลที่ได้กล่าวไป ซึ่งทุกเพลงมีการอัปโหลด MV ไว้ในยูทูปออฟฟิศเชียล และสามารถหาฟังได้ทางบริการสตรีมมิ่งเพลงต่างๆ เช่น Spotify นะคะ

อีกทั้งทุกท่านสามารถรับชมภาพหรือคลิปเบื้องหลังได้ที่ทวิตเตอร์ของตัวอากุปองเองและทวิตเตอร์สำหรับโปรโมทโฟโต้บุ๊ก ซึ่งจะแปะลิงก์ช่องทางที่ว่ามาไว้ด้านล่างนะคะ (ซึ่งจริงๆ ก็แปะมาตลอดทั้งบทความ)

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจและอ่านจนถึงตรงนี้ด้วยค่า จากนี้ไปก็ขอฝากงานพากย์ งานศิลปินและทุกอย่างของอากุปองไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกท่านด้วยนะคะ

ทวิตเตอร์ส่วนตัวอากุปอง: @aguri_onishi

ทวิตเตอร์โปรโมทโฟโต้บุ๊ก: @aguri1st0502

ทวิตเตอร์สต๊าฟฝั่งเพลง: @staff_aguri

เว็บไซต์ข้อมูลฝั่งงานเพลง: https://columbia.jp/onishiaguri/index.html

เว็บไซต์แฟนคลับ: https://aguri-onishi.com/ (มีแบบทั้งสมัครฟรีและเสียเงินค่าสมาชิกรายเดือน)

คอมเมนต์กัน!