กลับมาพบกันอีกครั้งกับเอนทรี่แปลเพลงเรวิวค่ะ จากความเดิมตอนที่แล้วที่แปลเพลงเรวิวของมาฮิรุไปในบล็อกตัวเองแต่รอบนี้ย้ายมาลงในเว็บถังแทนเพราะว่าเว็บถังสวยงามและอ่านง่ายค่ะ–
花咲か唄 (Hanasaka Uta) เป็นเพลงประกอบเรวิวแห่งคำสัญญาของฟุตาบะและคาโอรุโกะในตอนที่ 6 ค่ะ สามารถฟังตัวอย่างเพลงได้ที่นี่ ซึ่งเพลงฉบับเต็มๆ จะอยู่ในอัลบัมラ レヴュー ド マチネ Vol.1 วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ถ้าใครสนใจก็หาซื้อได้ในราคา 2,700 เยนนะคะ

อัลบัมラ レヴュー ド マチネ Vol.1
เนื้อหาของเพลงกล่าวถึงเรื่องของฟุตาบะและคาโอรุโกะตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน เป็นเพลงที่ฟังแล้วทำให้ทราบถึงปูมหลังของตัวละครและความนึกคิดที่ผ่านมาทั้งหมดได้ในเวลาเพียง 5.04 นาทีเท่านั้น! ว่าแล้วก็เชิญรับชมคำแปลได้ค่ะ ขอบคุณทีมงานคุณภาพคนเดิมพี่แฮปปุยและฉะโจที่ช่วยตรวจดูความถูกต้องของเนื้อหาเช่นเคยค่ะ แต่ถ้ามีตรงไหนแปลหรือตีความผิดไปสามารถท้วงมาได้เสมอค่ะ!
花咲か唄 – บทเพลงของดอกไม้ที่ผลิบาน
อิสุรุกิ ฟุตาบะ (CV. อิคุตะ เทรุ) & ฮานายางิ คาโอรุโกะ (CV. อิโต้ อายาสะ)
เนื้อเพลง : นากามุระ คานาตะ
ทำนอง : โอคาวะ ชิเงโนบุ
いつまでもそばにいると 幼い小指を絡めた
เราสองในวัยเยาว์ต่างเอานิ้วเกี่ยวก้อยกันและสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป
あの時から どれくらいの月日過ぎたのでしょう
ตั้งแต่วันนั้นมาวันเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ
ふいに見上げた花びら とても眩しかった
ฉันเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว กลีบดอกไม้ที่เห็นนั้นช่างเจิดจ้าซะเหลือเกิน
腕を伸ばしても 届かないような気がした
และคิดว่าแม้จะเอื้อมมือไปจนสุดแขนก็ไม่อาจไขว่คว้ามาได้
別々の道を行く気ならば
ถ้าเธอจะเลือกเดินไปคนละทาง
あたしは止めたりしない
ฉันก็ไม่ห้ามหรอกนะ
幸せがもしここにないならば
ถ้าอยู่ที่นี่แล้วไม่มีความสุขละก็
他所の場所で咲くがいいさ
เธอจะไปผลิบานในสถานที่อื่นก็ย่อมได้
咲き誇るその瞬間だけ 一番に見たくて
ขอแค่ให้ฉันได้เห็นวินาทีที่เธอผลิบานเป็นคนแรกก็พอ
守り抜いてくれること 疑わず信じてたけど
ฉันเชื่อไปทั้งใจว่าเธอจะปกป้องฉันไปจนถึงที่สุด
籠の鳥は 青い空にずっと憧れていた
ทว่านกที่อยู่ในกรงนั้นใฝ่ฝันถึงท้องฟ้าสีครามตลอดมา
いつの間にやら雛鳥 凛々しく鳴いている
ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่ลูกนกร้องออกมาด้วยเสียงที่เข้มแข็ง
花も翼も ゆらり揺れ風に乗る
ทั้งดอกไม้และปีกก็ต่างปลิวไหวไปตามสายลม
さようなら うちは旅発ちます
ลาก่อนนะ นับจากนี้ไป
今すぐにあんたから
เราจะขอออกเดินทางไปจากเธอ
思い出を忘れられぬように
เราจะพยายามไม่ลืมความทรงจำที่ผ่านมา
こころ抉って行きます
และจากเธอไปด้วยใจที่ทุกข์ระทม
瀬を早み 岩にせかるる川
แม้จะมีก้อนหินขวางแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวจนทำให้แม่น้ำต้องแยกจากกัน
割れても末に逢はむ
แต่สุดท้ายแม่น้ำสายนั้นก็กลับมาบรรจบกันอยู่ดี
別々に分かれた花道 [1] も
แม้ว่าทางเดินจะแยกออกไปคนละทาง
やがては一本道に
แต่สุดท้ายก็รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
花咲かせ たった一人のため 限りある命を
ดอกไม้เอย ชั่วชีวิตนี้จงผลิบานเพื่อคนเพียงคนเดียว
[1] 花道 (Hanamichi) แปลว่าทางเดินด้านข้างที่นั่งผู้ชม มีไว้ให้นักแสดงเดินเข้า-ออกจากเวทีละครคาบูกิ (การแสดงประเภทร้องรำชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น) และเวทีซูโม่ พอหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วก็พบว่าศัพท์คำนี้ถูกนำไปใช้ในพวกฮอลจัดคอนเสิร์ตด้วยค่ะ

ตรงที่วงกลมคือส่วนที่เรียกว่าฮานะมิจิค่ะ ในรูปเป็นผังคอนเสิร์ตของศิลปินค่ายจอห์นนีส์
ถ้าอ่านว่า Kadou จะมีความหมายว่าการจัดดอกไม้ (อิเคบานะ) ค่ะ ตรงส่วนนี้คิดว่าเป็นการจงใจเล่นคำที่เราก็เพิ่งพบตอนที่นั่งเขียนเอนทรี่นี้ ตอนแปลไม่ได้นึกถึงตรงนี้เลย..!? (ส่วนขยายความ+ตีความอยู่ด้านล่างนะคะ)
แม้จะมีเอนทรี่วิเคราะห์ตัวละครที่ละเอียดยิบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ก็อยากเขียนขยายความ? วิเคราะห์? เนื้อเพลงทั้งหมดว่าพูดถึงชีวิตของสองคนนี้อย่างไรบ้างค่ะ อย่างไรก็ตามนี่เป็นมุมมองของผู้เขียนเองไม่จำเป็นต้องปักใจเชื่อทั้งหมดก็ได้นะคะ ♥
いつまでもそばにいると 幼い小指を絡めた
あの時から どれくらいの月日過ぎたのでしょう
ในเนื้อเพลงสองท่อนแรกเป็นการปูพื้นความสัมพันธ์ของฟุตาบะและคาโอรุโกะว่าสองคนนี้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ และจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไปเพราะฟุตาบะเป็นผู้ติดตามคนสนิทของคาโอรุโกะ อันนี้ก็ตรงตามตัวอักษรเลยค่ะ
ふいに見上げた花びら とても眩しかった
腕を伸ばしても 届かないような気がした
เนื้อเพลงท่อนนี้จะมีการใช้สัญลักษณ์เปรียบเปรย ในที่นี้คือคำว่า “ดอกไม้” ที่ผู้เขียนคิดว่าน่าจะหมายถึงคาโอรุโกะค่ะ อ้างอิงจากบทพูดในอนิเมตอนที่ 6 ตอนต้นที่คาโอรุโกะพูดเปรียบเทียบตัวเองกับดอกไม้ว่า “บอกว่าอยากให้ผลิบานเป็นดอกไม้ที่งดงาม แต่ดอกไม้น่ะจำเป็นต้องรับแสงแดดเพียงพอกับดื่มน้ำอร่อยๆ ด้วยไม่ใช่หรือไง” เมื่อนำมาถอดความจะหมายถึง “ฟุตาบะเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อมองไปก็เห็นคาโอรุโกะที่เปล่งประกาย” ประกอบกับท่อนนี้น่าจะหมายถึงจุดเริ่มต้นของปมขัดแย้งของทั้งคู่ที่แสดงให้เห็นในอนิเมว่าจากที่ฟุตาบะอยู่เฉยๆ มาตลอดแต่พอได้เห็นว่าคาโอรุโกะที่ตัวเองชื่นชมมาตลอดช่างเปล่งประกายจนตัวเองในตอนนี้คงเทียบด้วยไม่ติด ในเมื่อเป็นแบบนั้นแล้วจะให้ตัวเองอยู่เฉยๆ อีกต่อไปก็คงไม่ได้… เพิ่มเติมอีกหน่อยในภาษาไทยก็มีการเปรียบว่าผู้หญิงเป็นดอกไม้ ในบทกลอนญี่ปุ่นบางบทเองก็มีเหมือนกันค่ะ
ในส่วน 腕を伸ばしても 届かないような気がした อาจหมายถึงตอนที่ฟุตาบะผ่านการออดิชันของห้องB ในขณะที่คาโอรุโกะออดิชันไม่ผ่าน ยิ่งฟุตาบะเป็นคนที่ตัวเองคิดว่า “คอยตามหลังมาตลอด” และคาโอรุโกะเคยพูดว่า “ถ้าได้บทนำก็ยกให้เราด้วยนะ” อีกต่างหาก เลยไม่แปลกที่คาโอรุโกะจะอยากหนีออกไปให้พ้นๆ จากที่ตรงนั้นและตีตั๋วรถไฟกลับบ้านที่เกียวโตไปในที่สุด หรือ คาโอรุโกะที่คิดว่าตัวเองไม่ได้เปล่งประกายขนาดนั้น ต่อให้เอื้อมแขนไปสักเท่าไรก็เอื้อมไม่ถึงความเปล่งประกายที่ตัวเองปรารถนาจะให้คนทั้งโลกและฟุตาบะได้เห็นค่ะ
別々の道を行く気ならばあたしは止めたりしない
幸せがもしここにないならば他所の場所で咲くがいいさ
咲き誇るその瞬間だけ一番に見たくて
ในท่อนโซโล่ของฟุตาบะแสดงถึงทัศนคติของฟุตาบะที่มีต่อคาโอรุโกะ คือที่ผ่านมาเจ้าตัวไม่เคยคิดจะห้ามคาโอรุโกะทำอะไรเลย เพราะถ้านั่นคือสิ่งที่คาโอรุโกะปรารถนาและมีความสุขกับมันจริงๆ ก็ไม่ขัดอะไร แต่ขอแค่ให้ตัวเองได้เห็นวินาทีที่คาโอรุโกะเปล่งประกาย (ผลิบาน) มากที่สุดเป็นคนแรกอย่างที่เคยสัญญากันไว้ตอนเด็กก็พอ
เนื้อเพลงท่อนนี้จะตรงกับเรวิวฉากที่ฟุตาบะเป็นฝ่ายรุกคืบเอาอาวุธปะทะคาโอรุโกะรัวๆ พร้อมกับพูดบ่นความในใจเรื่องที่ตัวเองคอยตามใจคาโอรุโกะมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เรียนแทบตายเพื่อสอบเข้ามาเรียนที่เซโชกับคาโอรุโกะ พอบ่นว่าไม่อยากเดินไปเรียนก็ไปสอบใบขับขี่จักรยานยนต์มา พอเจอปัญหาแล้วหนีหายไปก็คอยออกตามหาทุกครั้ง ฟังดูเหมือนแฟนหนุ่มที่คอยเอาใจแฟนสาวจนแฟนเสียคนแต่เราว่าน่าจะสื่อถึงประเด็นที่ฟุตาบะทำทุกอย่างที่ว่ามาโดยไม่พูดขัดคาโอรุโกะเลยซึ่งตรงกับเนื้อเพลงที่ในครั้งนี้ตัวเองก็ไม่คิดจะขัดคาโอรุโกะเรื่องที่อยากหนีกลับบ้านไปเหมือนกันค่ะ
守り抜いてくれること 疑わず信じてたけど
籠の鳥は 青い空にずっと憧れていた
ตัดมาที่ครึ่งหลังของเพลงเริ่มมาที่ความคิดของคาโอรุโกะที่คิดว่ายังไงฟุตาบะก็คงจะตามปกป้องประคบประหงมตัวเองไปตลอด และส่วนของฟุตาบะที่ร้องมีการพูดถึง “นก” อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ใช้แทนตัวฟุตาบะที่ได้พบกับ “ความฝัน” ของตัวเองทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะทำอะไรเป็นพิเศษ ยิ่งเป็น “นกที่อยู่ในกรง” ก็ยิ่งย้ำให้เห็นว่าเป็นฟุตาบะตอนที่ยังไม่กล้าทำอะไรหลายๆ อย่างเช่นการหนีคาโอรุโกะไปซ้อมนอกเวลาค่ะ
ในเนื้อเพลงท่อนต่อมาคาโอรุโกะบอกว่า いつの間にやら雛鳥 凛々しく鳴いている ที่แปลได้ว่า “ฟุตาบะที่ไล่ตามตัวเองมาตลอดนั้นเริ่มปีกกล้าขาแข็งมีเส้นทางเป็นของตัวเอง” และในท่อนที่ว่า 花も翼も ゆらり揺れ風に乗る คิดว่าดอกไม้คือคาโอรุโกะอย่างที่ได้อธิบายเหตุผลไปข้างต้น นกก็มีปีกเลยคิดว่าน่าจะหมายถึงฟุตาบะและจะสื่อถืงความรู้สึกของทั้งสองที่สั่นคลอนขึ้นมาก็เป็นได้ค่ะ
さようなら うちは旅発ちます 今すぐにあんたから
思い出を忘れられぬようにこころ抉って行きます
ในท่อนโซโล่ของคาโอรุโกะจะตรงกับฉากในเรวิวที่คาโอรุโกะบอกกับฟุตาบะว่า “สงสัยเราจะรู้สึกตัวช้าไปแล้วละมั้ง” และตัวเองตั้งใจที่จะกลับเกียวโตจริงๆ ที่บอกว่าจากฟุตาบะไปด้วยใจที่ทุกข์ระทมอาจเป็นเพราะจนถึงท้ายที่สุดแล้วฟุตาบะจะไม่เข้ามาห้ามจริงๆ เหรอ… แต่ก็อย่างที่เห็นกันคือฟุตาบะวิ่งเข้ามาห้ามไว้ล่ะค่ะ
瀬を早み 岩にせかるる川割れても末に逢はむ
別々に分かれた花道もやがては一本道に
花咲かせ たった一人のため 限りある命を
แต่ในที่สุดแล้วต่อให้ทั้งสองคนจะเดินไปคนละทาง มีความฝันคนละอย่างแต่ย่อมมาบรรจบกันได้เปรียบเหมือนกับสายน้ำและทางเดินที่สุดท้ายปลายทางก็คือที่เดียวกัน… และท่อนสุดท้ายหมายถึงคาโอรุโกะที่เปล่งประกายเพื่อให้ฟุตาบะได้เห็น….!? เพื่อนกันไม่เป็นแบบนี้มั้ง
อธิบายเพิ่มเติมจากเชิงอรรถด้านบน คำว่า 花道 หมายถึงทางเดินข้างที่นั่งผู้ชม แน่นอนว่าทางเดินนี้เป็นทางเดินที่เชื่อมสู่เวทีหลักและมีอยู่สองด้านซ้ายขวา อาจหมายถึงฟุตาบะที่เดินอยู่ข้างหนึ่ง ส่วนคาโอรุโกะก็เดินอยู่อีกข้าง แต่สุดท้ายแล้วทางเดินทั้งสองนั้นก็มุ่งสู่เวทีเดียวกันค่ะ
ส่วนอีกความหมายหนึ่งหมายถึงการจัดดอกไม้ซึ่งถ้าแปลเพลงในท่อน 別々に分かれた花道も やがては一本道に ด้วยความหมายนี้แทนแล้วอาจหมายถึงการจัดดอกไม้ของญี่ปุ่นที่นำดอกไม้หลายๆ ดอกมาปักรวมๆ กัน แม้ว่าจะเป็นดอกไม้คนละชนิดแต่สุดท้ายก็มารวมอยู่ในช่อเดียวกันได้ค่ะ อาจฟังดูไม่เกี่ยวแต่คาโอรุโกะชอบไปดูการจัดดอกไม้เวลาว่างค่ะ
ตอนแรกคิดว่าจะอธิบายแค่ท่อน 花道 เพิ่มแค่ท่อนเดียว แต่คิดไปคิดมาถ้าจะโยงเรื่องราวของทั้งคู่เพื่อมาอธิบายเพลงท่อนสุดท้ายก็มีแต่ต้องเขียนวิเคราะห์ทุกท่อนค่ะ… ฮา
ยังไงถ้ามีโอกาสหน้าก็จะมาแปลเพลงและอาจมีเขียนวิเคราะห์เพิ่มเติมเหมือนรอบนี้นะคะ รอบต่อไปจะแปลเพลงของใครและจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็รอติดตามชมกันต่อไปค่ะ