Skip to main content

Seisho Music Academy Collaboration Event

奇異共演のリプロダクション

บุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นขณะซ้อมละครเวทีรอบพิเศษเรื่อง “บันไดนภาลัย” ของโรงเรียนดนตรีเซโช

คือนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องผู้บ้าคลั่ง โฮโออิน เคียวมะ!?

แม้ทุกคนจะสับสน แต่ก็สนใจสิ่งที่โฮโออิน เคียวมะ เอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า

“ควรทำให้ละครโศกนาฏกรรมจบอย่างมีความสุข”

และแล้วม่านการแสดงละครร่วมกันสุดประหลาด

ของนักแสดงและนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องผู้พานพบกันข้ามเส้นโลกนำพามาก็เปิดฉากขึ้น

天の階段 -บันไดนภาลัย-

เคียว (แคสต์: โฮชิมิ จุนนะ)

ริน (แคสต์: ไดบะ นานะ)

โฮ (แคสต์: เทนโด มายะ)

ทาโร่ (แคสต์: ไอโจ คาเรน)

ผู้รับใช้นภา (แคสต์: ฮานายางิ คาโอรุโกะ)

วันต่อๆ มา จุนนะกับนานะนัดให้เคียวมะมาหาหลังห้องซ้อมตอนสี่โมงเย็น ขณะที่รออยู่ก็ได้ยินเสียงพวกห้อง B คุยกันว่าแบบร่างพร็อบการแสดงกับคอสตูมเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ทันเฉลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นไหม ฉากก็ตัดไปที่พวกอาเมมิยะมาอธิบายเรื่องพร็อบต่างๆ ให้พวกคาเรนที่อยู่ในห้องซ้อมฟัง

มายะทักว่ามีอุปกรณ์ประกอบฉากน้อยจัง ถึงได้รายละเอียดเพิ่มว่าละครเวทีเรื่องนี้จะเดินเรื่องไปเรื่อยๆ ฉากเดียวจนถึงช่วงสุดท้าย แล้วเป็นการแสดงในที่ที่ต่างจากทุกทีด้วย คราวนี้คาโอรุโกะถามต่อว่าทำไมคอสตูมถึงเป็นชุดเสื้อกาวน์ แต่มายะเป็นคนตอบว่าเสื้อกาวน์สีขาวหมายถึงเด็กๆ ที่ใสซื่อบริสุทธิ์ และสื่อถึงตัวตนอันไร้ชีวิตจิตใจที่ถูกผลิตออกมาจำนวนมาก แกนหลักของเรื่องเป็น Sci-Fi เพราะงั้นก็เป็นชุดที่เหมาะกับการแสดงนี้แล้ว

คนที่ลองใส่คนแรกคือจุนนะ คาเรนชมว่าใส่แว่นกับเสื้อกาวน์แล้วเหมือนจะทำคะแนนได้ร้อยเต็มทุกวันเลย ส่วนนานะก็ใส่เสื้อพอดีตัวเหมือนกัน แน่นอนว่าจุนนะกับนานะไม่ได้มาลองชุดเฉยๆ แต่ก็พร้อมมาสร้างเรื่องด้วยการแสดงละครค้านบทเดิม ว่าเด็กแห่งดวงดาวถูกสร้างมาและส่งกลับขึ้นไปเป็นดวงดาวในอวกาศเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้อวกาศเล็กลง กล่าวคือเป็นการทำสัญญาตามแบบแผนที่อวกาศมีแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว พวกเด็กๆ ไม่ได้รับความรักจากพระเจ้าเลยสักนิด เพราะฉะนั้นจะแหกกฎก็ได้ จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะ มาเตรียมตัวออกไปข้างนอกกันดีกว่า พวกเราจะเป็นคนไปต้อนรับ “รุ่งอรุณ” มาเอง

บทที่จุนนะและนานะแสดงคือบทเดิมของละครเวทีเรื่องบันไดนภาลัย อาเมมิยะที่เป็นคนเขียนบทอธิบายว่าถ้ายังใช้บทเดิมแสดง เรื่องก็จะจบที่ไม่มีใครกลายเป็นดวงดาว ทุกคนจะสร้างยานอวกาศแล้วออกจากโลกนี้ไปได้ มาไซอธิบายเสริมว่าที่เปลี่ยนบทเป็นแบบปัจจุบัน เพราะต้องเปลี่ยนสถานที่แสดง แล้วสิ่งที่ลำบากที่สุดคือการหาอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าใช้บทเดิมเกรงว่าจะทำด้านเทคนิกการแสดงออกมาไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ

อาเมมิยะ: ความภาคภูมิของพวกเราห้อง B… คือการเตรียมเวทีการแสดงที่เยี่ยมที่สุดให้นักแสดงที่พยายามแสดงอย่างเต็มที่บนเวที พวกเราจะเอาบทละครที่ใช้แสดงได้ครึ่งๆ กลางๆ มาใช้ไม่ได้หรอก เพราะคิดอย่างนี้ถึงเปลี่ยนบทเป็นอันปัจจุบันไง

นานะเข้าใจว่าที่ตัดสินใจให้เรื่องออกมาเศร้านั้นมีความอบอุ่นของห้อง B อยู่ แต่พอนึกย้อนถึงคำที่เคียวมะพูดว่าพวกรินได้ลองทุกความเป็นไปได้หรือยัง บวกกับคนห้อง B ที่ดูเจ็บใจแล้ว นานะคิดว่ามันน่าจะมีวิธีอื่นอีก ต่อให้เป็นเรื่องกะทันหันหรือกลัวทำไม่ทัน แต่ฝั่งนักแสดงจะช่วยหนุนด้านโปรดักชันที่อาจจะขาดบางอย่างไปให้เอง ซึ่งฝั่งนักแสดงอย่างคาเรน มายะ คาโอรุโกะก็ยินดีช่วยเหลือ ทางอาเมมิยะกับมาไซจึงตกลงเพื่อให้เรื่องราวดำเนินไปสู่ฉากจบที่มีความสุข

เคียวมะที่ได้ยินเด็กๆ คุยกันจากด้านนอกฟังแล้วก็คิดว่าบทละครเรื่องบันไดนภาลัยอันปัจจุบัน เกิดจากการอดทนอดกลั้นเจตนารมณ์เพื่อให้มีการแสดงที่ดีที่สุดออกมา พอเห็นเด็กๆ แบบนี้แล้วยังไงซะก็ยังมีการแสดงละครเวทีแน่ๆ แล้วตัวเองจะอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะดูการแสดงมาหลายครั้งถึงอยากให้ตัวละครในเรื่องยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

เคียวมะ: (ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เราควรทำก็มีเพียงอย่างเดียว คือการส่งเมลไปในอดีต… *ส่ง D เมลยังไงล่ะ!! เวลาที่จะส่งไปคือวันที่ยืนยันว่าใช้โรงละครของโรงเรียนไม่ได้ ส่งหาคนในห้อง B เนื้อหาคือ “ปรึกษากันซะ” “อย่ายอมแพ้” “กับเรื่องราวนั้นนะ” ถึงจะไม่รู้ว่าการกระทำของฉันและคนอื่นๆ จะเปลี่ยนไปไหม…) แต่ขอร้องล่ะ ช่วยมอบเวทีการแสดงอันเปล่งประกายให้กับพวกเธอเหล่านั้นที!!!!

*การส่ง D เมล คือการส่งอีเมลมือถือที่เคียวมะสามารถส่งข้อความหาตัวเองในอดีตได้ (จำกัดตัวอักษรในการส่ง) พอส่งแล้วเคียวมะในอดีตอาจจะเปลี่ยนตัวเลือกการกระทำต่างๆ ที่จะส่งผลต่อเส้นโลก อย่างกรณีนี้คือเส้นโลก A ที่เป็นปัจจุบัน เคียวมะเลือกมาป่วนเด็กเซโชแต่แรก แต่หลังจากส่งเมลแล้วเคียวมะเลือกช่วยเหลือเด็กเซโชอย่างเป็นมิตรแทนในเส้นโลก B เคียวมะคนปัจจุบันที่เป็นคนส่งเมลก็จะข้ามเส้นโลกจาก A ไป B แทน เพราะเป็นตัวเลือกใหม่ในอดีต เรื่องถึงแตกออกเป็นรูทๆ ส่วนรูปด้านล่างหมายถึงหมายเลขของเส้นโลกที่ได้เปลี่ยนไปแล้ว

หลังจากกดส่ง D เมล เคียวมะก็ย้อนเวลากลับมาในช่วงที่ตัวเองกลายเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาบทละครเรื่องบันไดนภาลัย และอยู่ระหว่างที่ทุกคนประชุมกันอยู่ว่าจะเอายังไงกับพร็อบยานอวกาศ (ในเรื่องจะใช้คำเรียกว่าเรือโนอาห์) คาเรนเห็นเคียวมะพูดจาแปลกๆ ว่า “การส่ง D เมลสำเร็จงั้นเหรอ” ก็ทักว่าปกติเคียวมะจะหัวเราะเสียงดังแล้วบอกให้แก้ไขปัญหาเรื่องอุปกรณ์การแสดงทั้งหมดด้วยอุปสงค์จากอนาคต จนเคียวมะต้องตบมุกว่าอุปกรณ์ต่างหาก

เคียวมะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ว่าทำไมตัวเองกลายมาเป็นที่ปรึกษาได้ จุนนะเลยอธิบายว่านานะเชื่อเรื่องฤดูหนาวนิรันดร์ที่เคียวมะเล่า เลยให้เคียวมะเป็นคนช่วยด้านโปรดักชัน ถึงจะยังมีเรื่องให้ช่วยเหลืออยู่แต่ก็เคลียร์เสร็จไปเยอะแล้ว

เคียวมะ: หึหึหึ… งั้นเหรอ! จากนี้ไปพวกเราจะสร้าง “บันไดนภาลัย” ที่จบแบบแฮปปี้เอนด์! ที่สมบูรณ์แบบและไม่มีใครต้องทนทุกข์อีก! นับแต่นี้ห้องวิจัยอุปกรณ์อนาคตจะให้การสนับสนุนนักเรียนโรงเรียนดนตรีเซโช รุ่นที่ 99 ในทุกๆ ด้าน! เริ่มปฏิบัติการ Operation Reproduction ซะ!

คอมเมนต์กัน!