คุณคิดว่าคนเราวู่วามได้มากน้อยแค่ไหนคะ สำหรับเราแล้ว เราว่าเราวู่วามได้หลายระดับเลยค่ะ /ซับน้ำตา

เอนทรี่นี้คือเอนทรี่รีพอร์ตไลฟ์ 3  Starlive 3rd  -Starry Diamond- จัดขึ้นที่โยโกฮาม่า อารีน่า วันที่ 3 พ.ย. 62  โดยใช้คอนเซปต์ของกลุ่มดาวฤดูหนาวทั้ง 6 และตำนานกรีกเกี่ยวกับที่มาของดาวนั้นๆ ได้แก่

1. ซิริอุส (追って追われてシリウス)

2. พอลลักซ์ (ゼウスの仲裁)

3. คาเพลลา (御してぎょしゃ座)

4. อัลเดบารัน (裏切りのクレタ)

5. โปรคิออน (1等星のプロキオン)

6. ไรเจล (逆境のオリオン)

ไลฟ์คราวนี้พิเศษกว่าไลฟ์ครั้งก่อนๆ ตรงที่มีทุกโรงเรียนมาเข้าร่วมด้วยค่ะ! ที่ผ่านมาโรงเรียนดนตรีซีกเฟลด์เคยมาขึ้นไลฟ์ 2 (Starry Desert) เพลง プラチナ・フォルテ กับ ディスカバリー! ก็จริง ส่วนคราวนี้มากันครบทุกโรงเรียนที่อยู่ในเกม Starlight -Re LIVE- เลยค่ะ แต่ก็มีนักพากย์บางท่านที่ไม่สะดวกมาร่วมงาน อย่างยูเมะจัง (พากย์เมฟาน) คุณอายานะ (พากย์มิโซระ) และคุณเอมิริ (พากย์สึคาสะ) ถึงอย่างนั้นแล้วทั้งซีกเฟลด์และฟรอนเทียร์ก็แสดงกันอย่างเต็มที่ในส่วนของพวกพ้องที่ไม่อาจมาร่วมงานได้ค่ะ!

แน่นอนว่าเรามาในแพทเทิร์นเดิมๆ คือต้องเกริ่นก่อนว่ามีคนใจดีท่านหนึ่งให้โค้ดลุ้นตั๋วไลฟ์มา เป็นโค้ดจากแผ่นซิงเกิลเพลง Star Diamond ที่เป็นตีมของไลฟ์ครั้งนี้ ตอนแรกเราลงสตาร์ไลท์ซีท (เป็นที่ที่ดีกว่าตั๋วธรรมดา+มีของแถมพิเศษให้ ราคาจะแรงกว่าตั๋วธรรมดาหนึ่งหมื่นเยน) ไป 2 ที่แล้วไม่ได้ แต่ระบบตั๋วของสตาร์ไลท์รอบนี้คือถ้าไม่ได้ที่สตาร์ไลท์ซีท จะปรับให้ได้ที่ธรรมดาอัตโนมัติค่ะ ซึ่งเราก็ไม่ซีเรียสอะไร ถ้าได้ไปจะนั่งตรงไหนก็โอเค เลยฝากเงินให้เพื่อนที่อยู่ญี่ปุ่นไปจ่ายค่าตั๋วให้ที่ร้านสะดวกซื้อ (ตอนนั้นตัวยังอยู่ไทยเลยได้แต่นั่งตบยุง) แต่ด้วยสาเหตุหลายๆ ประการ ทำให้เพื่อนเราลืมไปจ่ายเงิน แล้วเราก็อดไปดูแบบงงๆ ค่ะ…

ตอนนั้นก็คิดว่าเอาวะ ยังเหลือลุ้นตั๋วไลฟ์รอบ 3 จากเกกคังบูชิ ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยไปดูไลฟ์วิวก็ได้ แต่เจ้ากรรมเราไปถึงญี่ปุ่นช่วงกลางๆ ค่อนไปทางสิ้นเดือนกันยายน เกกคังบูชิที่วางขายตั้งกะต้นเดือนจึงหมดเกลี้ยง และกรรมยังเข้ามาซัดอีกตอนที่จะซื้อตั๋วไลฟ์วิวแต่มันให้ตัดแค่บัตรเครดิตในประเทศญี่ปุ่น บอกตามตรงว่าใจสลายมากค่ะตอนนั้น อยู่ญี่ปุ่นแล้วเธอยังจะไม่ให้ฉันดูอีกหรืออย่างไรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร

ยิ่งใกล้วันไลฟ์ ใจยิ่งไม่สงบ ยิ่งฟังเพลงในอัลบัม ラ・レヴュー・エターナル ที่จะแสดงในไลฟ์ยิ่งปวดใจ เลยลองเสิร์ชในทวิตเตอร์ดูว่ามีใครขายบัตรบ้างไหม ต้องบอกว่าลองเสิร์ชมาหลายครั้งแล้วแต่ลังเลว่าจะทักไปดีไหม นอกจากจะไม่กล้าแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะโดนโกงไหม เขาจะคุยกับชาวต่างชาติหรือเปล่า เพราะเคยมีเคสที่เพื่อนหาคนแลกของแล้วพอบอกอีกฝ่ายไปว่าเป็นคนไทย (แต่อยู่ญี่ปุ่น) เขาก็ไม่ตอบกลับมาอีกเลยก็มีค่ะ… สุดท้ายเลยเอาไปปรึกษาพี่ๆ เพื่อนๆ ก็ได้คำตอบว่าถ้าไม่มีปัญหาเรื่องเงินก็ต้องลองดูกันสักตั้ง ดีกว่าวันไลฟ์มานั่งหดหู่ว่าทำไมไม่ไป!

เลยตัดสินใจทักชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งไปก่อนวันไลฟ์ 1 สัปดาห์ ชื่อคุณอุไมโบ เพราะเห็นเขาทวีตขายบัตรสตาร์ไลท์ซีทในราคา 14,000 เยน (จาก 19,000 เยน) โดยที่นั่งจะติดกับเขา ไม่ต้องกังวลว่าถ้าโดนเรียกตรวจบัตรขึ้นมาจะเข้าไม่ได้ เพราะถ้าเข้าไปพร้อมเขา เขาจะยืนยันตัวกับเจ้าหน้าที่ว่าชื่อตัวตรงกับบัตรค่ะ พอทักไปคุยก็คุยง่ายกว่าที่คิด ซึ่งเขาบอกว่าไว้ถึงวันไลฟ์แล้วจะเอาบัตรให้ มาถึงตรงนี้ก็โล่งใจเรื่องโดนโกงไปได้เปลาะหนึ่ง คืออย่างน้อยๆ ถ้าไปเจอเขาแล้วเขาไม่มีบัตรให้ เราก็ไม่เสียเงินให้ใครฟรีๆ (…)


และแล้วก็ถึงวันไลฟ์

 

เราเดินทางมาถึงโยโกฮาม่า อารีน่า ตอน 9.40 น. จากในรูป 1 ที่มีคนถือป้ายอยู่คือป้ายที่เขียนว่า “หางแถวอยู่ตรงนี้ (สำหรับคนซื้อ Goods)” เรียกง่ายๆ ก็ของหน้าคอนนั่นเอง เวลาที่ไลฟ์เริ่มคือ 5 โมงเย็น ถือว่ามาก่อนเวลานานพอควร แต่บอกเลยว่ากว่าจะได้ซื้อของก็ปาไปตอนเที่ยงโน่นค่ะ แถวยาวมากกกกกกกกกกก ในรูปอาจจะดูสั้นๆ แต่แถวที่ให้ต่อเป็นแถวคู่ และสเกลสถานที่ก็กว้างขวางไม่เบา… ที่จริงตอนตื่นมา 7 โมงเช้าเข้าทวิตไปก็เจอคนทวิตว่ามีคนมาต่อแถวรอซื้อของ 600 คนแล้ว ทั้งๆ ที่ของเริ่มขาย 9.30 น. (แต่เปลี่ยนมาเป็น 9.00 น.แทน) แท้ๆ ทุกคนตื่นเช้าไปไหน!? แต่หลังจากเราซื้อเสร็จ ท้ายแถวจะอยู่ตรงดาวสีเขียวค่ะ

โซนที่ให้ซื้อของจะแยกเป็น 3 โซนหลักๆ (แต่ก็รวมอยู่ที่เดียวกันแหละ) คือ

1. โซน Pony Canyon ขายของหน้าคอน

2. โซน Bushiroad ขายของหน้าคอนส่วนหนึ่ง Goodsเก่าๆ แล้วก็การ์ดเกมWeiß Schwarz

3. โซนแผ่น CD และ BD + พาเนลแยกโรงเรียน

ไม่ว่าทุกคนจะซื้อของโซนไหน ก็ต้องต่อแถวรวมกับโซน 1 ทั้งหมดค่ะ ส่วนเรามีธุระกับแค่โซน 1 เพราะแค่ตัดสินใจมาก็ยากจนพอแล้ว ถึงอยากได้ของแถมของโซน 2 (โคลสเตอร์รูปคู่ชิป–) กับโซน 3 (โบรไมด์แคสต์ แยกตามเพลงในอัลบัม) แต่ก็ต้องตัดใจไปก่อนชีวิตจะจบลงด้วยการไปขุดดินมาต้มกินกับเกลือค่ะ

พอมาต่อแถวแล้ว สต๊าฟในชุดสูทที่แสนดูดีจะแจกกระดาษกับปากกาให้เราติ๊กเลือกสินค้าโซน 1 ว่าจะซื้ออะไรบ้าง (ดูรูปประกอบได้ข้างบนเช่นกันค่ะ) และมีกำกับว่าซื้อสินค้านั้นๆ ได้สูงสุดกี่ชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3 ชิ้น ยกเว้นเข็มกลัดแคสต์ (สุ่ม) และพวงกุญแจอะคริลิกโคลาโบซานริโอ้ (สุ่ม) จะซื้อได้สูงสุดอย่างละ 30 ชิ้นค่ะ และถ้าซื้อครบ 5,000 เยน (ซึ่งทุกคนก็ดูซื้อเกิน) จะได้ถุงพลาสติกใส่สินค้าลายพิเศษที่มีเฉพาะไลฟ์นี้เท่านั้น (มีรูปอยู่ตรงส่วนสรุปค่ะ) ส่วนตัวเราซื้อเสื้อคอน แท่งไฟ โบรไมด์ฮารุจังและแพมเฟล็ต (และมีที่เพื่อนๆ ฝากซื้ออีกจำนวนหนึ่ง) ไปค่ะ กระเป๋าฟีบเลยทีเดียว

https://twitter.com/aimi_sound/status/1190986401082273792

รูปพาเนลแยกโรงเรียน

พอซื้อของเสร็จแล้วออกมาจะเป็นโซน 2 กับ โซน 3 (ที่โซน 3 จะมีให้รับของแถมพิเศษสำหรับคนซื้อตั๋วสตาร์ไลท์ซีทด้วยค่ะ แต่เราไม่มีบัตรกับตัวเลยไปรับตอนเข้าฮอล 4 โมงกว่านู่นเลย) ส่วนพาเนลคือเห็นคนต่อแถวถ่ายเยอะมาก ของเราก็เต็มไม้เต็มมือยังไม่ได้เก็บ เลยออกไปเก็บของลงกระเป๋าให้เรียบร้อย แล้วข้ามสะพานลอยไปซื้อข้าวกลางวันที่ลอว์สันที่อยู่ตรงข้ามกับสถานที่จัดงานค่ะ มารู้ตอนหลังว่าไม่ต้องข้ามสะพานลอยไป แต่สถานที่จัดงานก็มีเซเว่นอยู่ใกล้ๆ ซะงั้น… พอซื้อเสร็จเราก็หาที่นั่งแถวๆ ลานหน้าโยโกฮาม่า อารีน่า ซึ่งพื้นตรงนั้นปูด้วยกระเบื้องหินอ่อน (น่าจะใช่) นั่งไปแล้วเหมือนก้นถูกจับไปแช่ช่องฟรีซเลยค่ะ แต่ถ้าไม่นั่งก็จะเมื่อยมากเลยยอมนั่งไป

หลังจากหาอะไรกินเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มีทัก DM ชาวญี่ปุ่นที่เป็นเฮดโปรเจกต์ Flower Stand ในส่วนของสแตนด์ฟุตะคาโอะ และสแตนด์ของงานเทรุโนะอุตะ (งานเดี่ยวของแคสด์ฟุตาบะ) เพื่อรับของที่ระลึกค่ะ ต้องบอกว่าเป็นสแตนด์สองอันที่พี่ปุยร่วมลงขันไปโดยฝากให้เราจ่ายเงิน+ติดต่อให้ เราเลยเป็นคนที่ต้องไปรับของที่ระลึกต่างๆ แทนค่ะ

เล่าเสริมนิดว่าของที่ระลึกจากงานเทรุโนะอุตะ แต่เดิมมีแค่เข็มกลัดค่ะ แล้วทางสต๊าฟของเทรุโนะอุตะรู้สึกขอบคุณแฟนคลับทั้ง 45 คนที่ร่วมกันลงขันส่งสแตนด์ดอกไม้มา เลยส่งจดหมายและโปสการ์ดพิเศษ (ที่เราถืออยู่) มาให้เป็นการตอบแทนค่ะ น่ารักทั้งสต๊าฟและเทรุรินเลย UvU หลังจากนี้ก็เป็นช่วงรอจนกว่าจะถึงเวลาเปิดประตูให้เข้าไปในอารีน่า และต้องรอคุณอุไมโบมาให้บัตรเข้างานด้วยค่ะ ตอนแรกกลัวแทบตายว่าจะโดนเทไหม แต่คุณอุไมโบเป็นมิตรกับชาวต่างชาติมาก อาจจะเพราะเราพอสื่อสารญี่ปุ่นได้เขาเลยไว้ใจติดต่อ ฮือๆ พอได้รับบัตรก็จูงมือ (?) กันไปเข้างานค่ะ

ประตูเปิดเลทไปประมาณ 15 นาที คนเยอะมากแต่ก็ไม่ถึงขั้นกรูกันเข้าไป จากที่กลัวว่าเขาจะเช็กชื่อไหมก็หายห่วงเพราะบนบัตรไม่มีชื่อเจ้าของพิมพ์อยู่เลยค่ะ บ้าจริง! ที่ตรวจก็มีแค่กระเป๋าที่สต๊าฟจะถามว่าเราพกกล้องมาไหม ซึ่งเราบอกว่าไม่ เขาก็ปล่อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว

พอเข้าไป อย่างแรกที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นสแตนด์ดอกไม้ของคนที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์ครั้งนี้ เช่นต้นสังกัดของแคสต์แต่ละคน คนเขียนบท คนทำเพลงให้ซีรีส์สตาร์ไลท์อะไรทำนองนี้ค่ะ ด้านซ้ายมือจะเป็นที่ให้รับของแถมพิเศษของคนที่ซื้อตั๋วสตาร์ไลท์ซีท ส่วนด้านขวาถ้าจำไม่ผิดเป็นซุ้มขายแผ่น CD และ BD ค่ะ

มาถึงตรงนี้แล้วก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ผังที่นั่งและเวทีนั่นเองค่ะ ทะด๊า

ที่นั่งเรารอบนี้คืออารีน่าโซน A แถว 6 ที่นั่งหมายเลข 39 (และคุณอุไมโบ 40 เป็นแถวริมพอดีเลย) ตอนแรกที่เห็นคำว่าอารีน่าก็ดีใจ เราจะไม่ห่างไกลอีกแล้วใช่ไหม แต่พอมาคุยกับคุณอุไมโบและเห็นสถานที่จริงถึงรู้ว่าอารีน่าของมันคือสแตนด์ชั้น 1 ส่วนอารีน่าที่แท้จริงเรียกว่าเซ็นเตอร์ เอ่อ ก็ได้ค่ะพี่ อารีน่าก็ได้ () ก็มีคุยๆ กับคุณอุไมโบว่านั่งตรงนี้จะมองเห็นไหมเพราะไกลอยู่เหมือนกัน แต่บอกได้เลยค่ะว่าจากมุมเราชัดมาก ไม่มีใครบังเลย แล้วไม่ไกลลิบโลกด้วย เราเห็นแคสต์ทุกคนบนเวทีอย่างชัดเจนในความสูงที่มากกว่าสิบเซนติเมตรค่ะ! ดีใจมาก ฮือ T T

ในส่วนของเวทีตรงกลางจะเป็นจอรูปหกเหลี่ยมตามคอนเซปต์ดาว 6 ดวง แยกออกตรงกลางไปจะเป็นหลังเวทีพอดี ด้านหลังตกแต่งเป็นผ้าสีขาวโยงขึ้นเพดานตรงกลาง (แบบรูป 4 เลยค่ะ) ทางซ้ายขวาเหนือขึ้นไปอีกเป็นเมตรตรงผนังติดจอไว้ ส่วนเวทีด้านซ้ายขวาจะยื่นกินที่อารีน่าโซน E กับ F มาหน่อยค่ะ แล้วก็ตรงโซน B กับ C ที่ทำสีแดงไว้จะมีที่อยู่นิดหน่อย

เล่าอินโทรมายาวพอควรแล้ว มาเข้าเรื่องหลักก็คือไลฟ์กันเลยดีกว่าค่ะ!

ข้อควรทราบสำหรับใครก็ตามที่หลงมาอ่านเอนทรี่นี้ คือเราโอชิมาฮิรุ (และฮารุจังที่เป็นแคสต์) ส่วนคนอื่นเองก็มองว่าเป็นลูกน้อยในอ้อมอกอ้อมใจ (บางคนก็อายุเลยเกินจะเรียกลูกได้ ต้องเรียกแม่–) บางทีความทรงจำอาจจะขาดหาย เพี้ยนไปหรือจิตปรุงแต่ง (…) บ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ และอาจจะมีบางซีนที่ชิปทั้งตัวละครและแคสต์ (?) ถ้าใครไม่ได้สนใจส่วนนี้เป็นพิเศษแนะนำให้อ่านข้ามไปเลยนะคะ 555555

ปล. เพลงไหนถ้าเขียนชื่อแคสต์ไปครั้งหนึ่งแล้วจะไม่เขียนซ้ำในเพลงถัดไป แต่ใช้เป็นชื่อตัวละครที่พากย์อย่างเดียวนะคะ!


SETLIST & LIVE REPORT PART 1

ไลฟ์รอบนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเพลงคุคุกุมิล้วน (และแบบ Non Stop ด้วย…) ส่วนที่สองจะเป็นรวม 4 โรงเรียนตามคอนเซปต์ของไลฟ์ค่ะ อย่างที่บอกไปด้านบนคือมีแคสต์สึคาสะ มิโซระ และเมฟานที่ไม่สะดวกมา ส่วนมิโมรินมีซ้อมละครเวทีเรื่องอื่น ตอนแรกทางต้นสังกัดประกาศว่ามิโมรินจะไม่มาร่วมไลฟ์เลย แต่มิโมรินก็ไปสู้จนขอขึ้นไลฟ์ในส่วนที่สองได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม มิโมรินไม่ได้มาอย่างเงียบๆ แน่นอน จะเป็นอย่างไรนั้นเชิญอ่านด้านล่างได้เลยค่ะ!

1. 舞台少女心得 2. 舞台プレパレイション 3. キラめきのありか 4. ロマンティッククルージン : スタァライト九九組 

เปิดมาก็ยิงยาวกันไป เริ่มที่ 舞台少女心得 แฟนๆ ทุกคนก็ตะโกนไฮ่ๆ ตามจังหวะตอนต้นกันอย่างพร้อมเพรียง ส่วนใหญ่ฮารุจังจะเป็นคนร้องแทนท่อนที่มิโมรินเป็นคนร้องค่ะ ส่วนเพลงที่สอง 舞台プレパレイション ก็มีแก๊งห้อง B ออกมาร่วมเต้นด้วยเช่นเคย เป็นเพลงที่น่ารักมากค่ะ XD ที่เราชอบคือตอนท่อนก่อนฮุคที่เป็นพวก 配役どうなった オーマイガー 嬉しい 悔しい 立ち位置こうしよう ワイワイワイ ตรงนี้จะมีแก๊งที่ทำท่าเต้นน่ารักๆ ทั้งฟากซ้ายฟากขวา ถ้ามองจากที่นั่งเราไปทางเวที ทางซ้ายจะเป็นอายาสะจังกับเทรุริน ฝั่งซ้ายเป็นฮารุจังกับโมโยะจังค่ะ (ส่วนโมเอปิ ฮีจัง ไอไอ มาโฮะเน่น่าจะอยู่เวทีส่วนบนที่เดินขึ้นบันไดไป แต่ส่วนใหญ่ตาเราโฟกัสแค่ตรงฮารุจัง TvT เลยเก็บรายละเอียดได้ไม่ครบค่ะ ฮือๆ) มีทั้งท่าอ่านบทละคร ทำท่าเต้นแปลกๆ (?) ได้เห็นแคสต์ทำอะไรน่ารักๆ ในหลายอิริยาบถดีค่ะ

キラめきのありか นี่สิ่งที่จำแม่นสุดในเพลงคือท่อนไหนไม่รู้ (ดูขัดกับประโยคหน้าจัง–) เป็นท่อนที่อายาสะจังกับเทรุรินนั่งอยู่ตรงขั้นบันไดด้านขวา แล้วเทรุรินพยายามยืนขึ้นทำอะไรสักอย่าง แล้วอายาสะจังก็ดึงให้นั่งกับที่ค่ะ ละก็หันไปจู๋จี๋ๆ งุ้งงิ้งๆ (?) กัน ส่วน ロマンティッククルージン เป็นเพลงที่คอลสนุกมากค่ะ!! ส่วนใหญ่เพลงสตาร์ไลท์ไม่ค่อยมีคอลเยอะเท่าฝั่งไอดอล (เช่นเลิฟไลฟ์ที่เราไปมาเมื่อกลางปี) แต่โบกแท่งไฟเหนื่อยมาก…

5. 恋は太陽 ~CIRCUS!~ : Hanayagi Kaoruko (CV.Itou Ayasa) & Isurugi Futaba (CV.Ikuta Teru)Tsuyuzaki Mahiru (CV.Iwata Haruki) & Aijo Karen (CV.Koyama Momoyo)

หลังจากจบเพลงที่ 4 ไฟบนเวทีก็ดับลง สารภาพตามตรงคือนึกว่าจะได้พักแล้ว เพราะจากประสบการณ์ที่เคยดูไลฟ์มาต้องมีพักเบรก แล้วสัญญาณแห่งการพักเบรกคือดับไฟให้แคสต์หรือเซย์ยูไปยืนเรียงกันแล้วทักทายคนดู ให้นั่งพักเหนื่อยแล้วค่อยเป็นเพลงต่อไป แต่ที่ไหนได้ ไฟเปิดพรึ่บมาเป็นอายาสะจังกับเทรุรินอยู่ตรง Position Zero BGMเพลงโค่ยไทโยก็ลอยตามขึ้นมา ก่อนที่จะมาไลฟ์ก็มีคุยกับเพื่อนๆ ว่าจะมีเพลงอะไรบ้าง แต่สตาร์ไลท์มีเพลงไม่ค่อยเยอะ บางทีคงหยิบเพลงแถมบลูเรย์และอื่นๆ มาร้องจนหมด ซึ่งก็มาจริงๆ (…)

เพลงโค่ยไทโยออริจินอลเป็นเพลงของฟุตะคาโอะ (อ่านแปลไทยได้ที่นี่ค่ะ เราแปลเอง–) เคยแสดงตอนไลฟ์ 2 แล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้เองก็แสดงเหมือนเดิมคือครึ่งแรกจะเป็นฟุตะคาโอะ ครึ่งหลังจะมีคาเระมาฮิมาแจมแล้วสลับๆ กันร้องค่ะ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่อายะเทรุดูรักกันดี (?) ตรงจอรูปหกเหลี่ยมด้านหลังก็ฉายฉากฟีลคณะละครสัตว์เช่นเคย

อาจจะต้องออกตัวตั้งแต่เพลงที่ 5 ว่าส่วนแรกที่เป็นของคุคุกุมิ เราจำรายละเอียดอะไรไม่ค่อยได้เลยค่ะ สาเหตุหลักๆ คือไม่มีเวลาพักเบรกเพื่อจดรายละเอียดในช่วงนั้น…ใช่แล้วค่ะ ไลฟ์ครึ่งแรกของคุคุกุมิ เป็นไลฟ์ที่แสดงยาวติดกัน 16 เพลงโดยไม่หยุดพักค่ะ…

6. Circle of the Revue : スタァライト九九組 7. GANG☆STARHanayagi Kaoruko & Isurugi FutabaTendo Maya (CV. Tomita Maho) & Saijo Claudine (CV. Aiba Aina)

ต่อที่เพลงรวมหนึ่งเพลง ยูนิตหนึ่งเพลง ถ้าจำไม่ผิดเพลง Circle of the Revue นี่มีไฟพุ่งขึ้นมาด้วยนะคะ ร้อนแรงจริงอะไรจริง เป็นเพลงที่มันมากอีกเพลงหนึ่งเลยค่ะ

ในความทรงจำที่เหมือนจะติดเชื้อขี้ชิปจากเพื่อนแถวนี้มา สัมผัสได้ว่าเพลงแก๊งสตาร์นี่อายะเทรุยื่นหน้าเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคอนเสิร์ตจนงุนงงเลยค่ะ แล้วที่ตลกกว่าคือเวลามีฉากแนวๆ นี้ ทั้งฮอลก็จะส่งเสียงแซวกัน เพลงหลังจากนี้ไปที่ส่งเสียงแซวกันอีกก็มีค่ะ 5555555

8. You are a ghost, I am a ghost~劇場のゴースト~ : Tendo Maya & Daiba Nana (CV. Koizumi Moeka)Hoshimi Junna (CV. Sato Hinata) ⇒ 9. My friend ~Arrie~ : Saijo Claudine

เพลง You are a ghost, I am a ghost จริงๆ ต้องเขียนว่าสตาร์ไลท์คุคุกุมิ เพราะคนที่ร้องท่อนหลักๆ จะมี 4 คน คือมายะ ฮิคาริ จุนนะ นานะ ส่วนอีก 5 คนจะร้องคอรัสให้ แต่บนเวทีคราวนี้มีแค่มาโฮะเน่ โมเอปิและฮินะๆ เลยเขียนไว้แค่สามคนค่ะ แน่นอนว่ารอบนี้ปิฮิก็จะสลับๆ กันร้องท่อนส่วนของมิโมรินให้ ต้องบอกว่าเป็นบุญหูมากที่ได้ฟังเพลงโกสต์แบบสดๆ (?) ในไลฟ์ เสียงมาโฮะเน่ตอนร้องเพลงนี่ทรงพลังมากจริงๆ การแสดงตอนท้ายเองที่เป็นเสียงกรี๊ดก็สุดยอดมากเหมือนกัน จะเป็นฉากที่ทั้งสามคนเดินขึ้นบันไดกลางไปยืนหน้าจอหกเหลี่ยม จอจะค่อยๆ แยกออกเป็นทางกลับเข้าหลังเวที โมเอปิกับฮินะๆ จะเป็นฝ่ายหันหลังเดินเข้าไปก่อน ส่วนมาโฮะเน่ก็จะร้องท่อนกรี๊ดพร้อมกับยื่นมือมาข้างหน้า เหมือนถูกดึงเข้าหลังเวทีไป ถ้าจำไม่ผิดตรงนี้มีพ่นควันด้วยค่ะ ขลังมาก!

ส่วนมายเฟรนด์ฯ เป็นเพลงของคลอดีนและแก๊งห้อง B ที่ออกมาช่วยแสดงค่ะ เป็นเพลงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกสบายใจ คนละฟีลกับเพลงก่อนหน้าเลย

10. 情熱の目覚めるとき : Tsuyuzaki Mahiru & Daiba Nana & Hoshimi Junna11. 約束タワー ⇒ 12. スタァライトシアター : スタァライト九九組

โจเน็ทสึกุมิ!! มีแก๊งสตาร์แล้ว จะไม่มีโจเน็ทสึกุมิก็ไม่ได้!! ไม่รู้จะชมว่าอะไรดี แต่ทุกคนก็แสดงสีหน้าได้ดีเช่นเคยค่ะ ♥ ส่วนเพลงยาคุโซคุทาวเวอร์เราชอบตอนที่เล่นแสงมากค่ะ จากมุมที่เรามองไป แสงสีแดงเส้นเล็กจะยิงมารวมกันตรงกลางเป็นโตเกียวทาวเวอร์แบบนี้ด้วยค่ะ

ส่วนเพลงสตาร์ไลท์เธียเตอร์นี่ตกใจกับท่าโบกแท่งไฟค่ะ สารภาพได้เลยว่าเพราะตัดสินใจมากะทันหันและงานเยอะมาก กว่าจะได้ซ้อม (?) ก็คือวันเสาร์ตอนดึกๆ เลยค่ะ แผ่นคอนก็ไม่อยู่กับตัวสักแผ่น มาเจออันไหนที่มีท่าประจำ (?) แปลกๆ หน่อยเลยกลายเป็นคนเด๋อเลย ฮือ

มาถึงตรงนี้ก็คิดจริงๆ แหละค่ะว่าเป็นโปรเจกต์ที่นอกจากแคสต์จะเจ๋งกันทุกคนแล้ว ทีมงานก็สุดยอดไม่แพ้กันเลย แต่ถ้าให้ติก็คงเป็นระบบเสียงค่ะ อาจจะเพราะมุมที่เราอยู่ด้วยหรือเปล่าไม่รู้ แต่บางเพลงBGMดังกลบเสียงคนร้องเฉยเลยค่ะ…

13. Fly Me to the Star : スタァライト九九組

เป็นเพลงที่เปิดมาอย่างเรียบง่าย และผู้คนล้มตายกันตอนกลางเพลงค่ะ สไตล์การร้องก็เหมือนไลฟ์ครั้งก่อนไหมนะ ที่คู่แรกออกมาเป็นคาเระมาฮิ (แล้วทั้งฮอลก็เปลี่ยนแท่งไฟเป็นสีเขียวแดง สีที่สวยงาม–) แล้วคู่อื่นค่อยๆ ออกตามมา เป็นจุนนะนานะ ฟุตะคาโอะ แล้วก็มายะคุโระมั้งคะ

พอจบเพลงครึ่งแรก จอหกเหลี่ยมด้านหลังก็เปิดออก คนที่โผล่มาเพิ่มคือมิโมรินค่ะ!!  ตามกำหนดการณ์ มิโมรินจะร่วมแสดงตอนไลฟ์ส่วนหลัง แต่ที่มาได้ก่อนเวลาแล้วยังได้เปิดตัวกลางเพลงแบบนี้นี่ประทับใจจนพูดไม่ออกเลยค่ะ คุณอุไมโบที่อยู่ข้างๆ น่าจะเป็นโอชิฮิคาริจังคึกใหญ่เลยค่ะ แม้ฟลายมีจะเป็นเพลงช้าแต่คุณอุไมโบคึกจัดมาก 555555555 ตรงนี้สีแท่งไฟของคนทั้งฮอลก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินต้อนรับมิโมรินที่มาไวกว่ากำหนดค่ะ ทุกคนเปลี่ยนสีกันไวมากและพร้อมเพรียงสุดๆ คือแค่ชั่วพริบตาเดียวจริงๆ ค่ะ

14. Fancy You : Aijo Karen & Kagura Hikari (CV. Mimori Suzuko)

แค่เพลงขึ้นก็รู้สึกเหมือนโดนปล่อยหมัดฮุคใส่เต็มๆ ท้องเลยค่ะ (ในความหมายดีนะคะ ฮา) เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่มีการใช้รถเลื่อนไปรอบๆ เซ็นเตอร์ค่ะ คนที่มาฝั่งขวามือ (ของเรา) คือโมโยะจัง ส่วนซ้ายมือเป็นมิโมรินค่ะ แน่นอนว่าใครอยู่ฝั่งไหน ฮอลฝั่งนั้นก็จะเปิดสีตามคาร์ให้เหมือนในภาพค่ะ

เป็นภาพที่สวยมากจริงๆ ค่ะ ; ; โมโยะจังกับมิโมรินตัวจริงน่ารักและสวยมาก ถึงจะนั่งอยู่แถว 6 แต่ก็เห็นทั้งสองคนตอนผ่านหน้าชัดแจ๋วเลย ด้วยความที่โยโกฮาม่า อารีน่าไม่กว้างมากขนาดนั้น พอร้องได้ครึ่งเพลง ทั้งสองคนจะไปบรรจบกันตรงกลางพอดี (ตรงนี้สีแท่งไฟทั้งฮอลจะเปิดปนๆ กันด้วยนะคะ!) แล้วก็จะสลับฝั่งรถกัน เพลงครึ่งหลังมิโมรินก็จะถูกเข็นมาทางฝั่งเรา สีแท่งไฟที่ตอนแรกฝั่งขวาเป็นสีแดงก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินทันที

15. 願いはになって : スタァライト九九組

เอาแบบไม่เวอร์เลยคือ BGM ขึ้นแล้วจะร้องไห้จริงๆ ค่ะ ; ___ ; นอกจากชื่อเพลง 願いはになって (Negai wa Hikari ni natte) แล้ว ยังมีเนื้อเพลงท่อนฮุคที่ร้องว่า 私たち誰一人欠けちゃいけない “พวกเราจะขาดคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้” เป็นท่อนที่ทัชใจมากๆ ค่ะ นับว่าเป็นเซ็ตลิสต์ที่จัดมาโดยคิดมาแล้วอย่างดีว่าเวลาที่ร้องเพลงนี้ ต้องร้องตอนที่มิโมรินกลับมาพร้อมหน้ากัน ให้เป็น “คุคุกุมิที่ครบเก้าคน จะขาดคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้” ตอนที่นึกแบบนี้ได้ในไลฟ์ก็แค่ชั่วพริบตาเท่านั้นเอง กับตอนสอบยังไม่เคยนึกอะไรที่แลดูลึกซึ้งปานนี้ได้เร็วขนาดนี้เลย ช่วงเวลาที่รู้สึกอินกับไลฟ์มันเป็นแบบนี้นี่เอง รู้สึกขอบคุณตัวเองเลยค่ะที่ตัดสินใจมาดูไลฟ์ในวันนี้ เก่งมากแมกซ์ๆ

16. 星のダイアローグ : スタァライト九九組

ในเมื่อกลับมาครบทุกคนแล้ว จะขาด OP อนิเมไปได้อย่างไรกัน ตอนฮุคสองท่อน 歯車が回り始めたら 二度と止まらない ที่เป็นท่าเต้นแบบรถไฟฉึกฉักๆ (?) น่ารักกันดีค่ะ

พักเบรก

หลังจากจบโฮชิโนะไดอะล็อกไป ทั้ง 9 คนก็มารวมๆ กันแค่แป๊บเดียวจริงๆ ค่ะ แล้วโมโยะ (ถ้าจำไม่ผิด) ก็บอกทุกคนว่าไว้เจอกันตอนครึ่งหลังนะคะ แล้วก็พากันโบกมือกลับเข้าหลังเวทีไปเลยค่ะ

ตรงนี้เสียงตามสายจะประกาศว่าให้พักถึง 18.40น. (ประกาศตอน 18.20น.) แล้วจะเริ่มไลฟ์ครึ่งหลังที่เป็นรวมมิตร 4 โรงเรียน มาถึงตรงนี้แล้วเราก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเมื่อกี้เรายืนมาเป็นชั่วโมงเลยเหรอ…เพิ่งได้นั่งตอนนี้เนี่ยนะ…จากที่คิดว่าถ้ามีพักเบรกน่าจะจดเซ็ตลิสต์กับโมเมนต์ทันเลยกลายเป็นแทบไม่ได้จดอะไรเลยค่ะ 5555555555

บุแรกจดไว้แค่นี้จริงๆ (…)

ก็นั่งพักไป กินน้ำหมดไปเกือบขวดหนึ่ง ไม่นานนักเสียงตามสายก็ประกาศเตือน (?) ว่าใกล้เริ่มไลฟ์ช่วงสองแล้ว อย่าลืมกลับมานั่งที่นั่งกันค่ะ

SETLIST & LIVE REPORT PART 2

17. ディスカバリー! : 聖翔音楽学園 & シークフェルト音楽学院 & 凛明館女学校 & フロンティア芸術学校

ครึ่งแรกของเพลงจะเป็นเซโชร้องอย่างเดียวเลยค่ะ แต่พอครึ่งหลัง แต่ละโรงเรียนจะเริ่มโผล่ตามสถานที่ต่างๆ ในฮอลค่ะ ขออนุญาตรียูสผังที่นั่งแล้วอธิบายเอานะคะ

1) คือเซโชที่อยู่ตรงกลางเวทีมาแต่แรก และเปิดมาเป็นโรงเรียนแรก ตามด้วย 2) คือซีกเฟลด์ 4 คน โผล่มาร้องเพลงหลังท่อนฮุครอบแรก จำไม่ได้ว่าหลังจากเปิดตัวเสร็จแล้ววกออกแล้วไปโผล่บนเวทีหรือเปล่า เพราะในความทรงจำคิดว่าไม่น่าจะเดินตามทางเขียวๆ ด้านบน จากนั้น 3) กับ 4) ก็โผล่มาที่ข้างซ้ายขวาของเวทีส่วนที่ยื่นออกไปในเวลาไล่เลี่ยกัน โดย 3) คือรินเมคัง 5 คน และ 4) คือฟรอนเทียร์ 3 คนค่ะ ส่วนท่อนร้องเพลงก็สลับๆ กันร้อง โรงเรียนไหนโผล่ท่อนอะไรก็เอาท่อนนั้นไป

หลังจากเปิดตัวมา แต่ละโรงเรียนก็จะหาที่ยืน (?) เป็นของตัวเอง ถ้าจำไม่ผิด เซโชจะอยู่เวทีด้านล่างกับรินเมคัง+ฟรอนเทียร์ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะอยู่กับซีกเฟลด์เวทีด้านบน (หรือมีอีกอย่างคืออยู่เวทีล่างหมด แต่ยืนซ้อนแถวกัน โอ้ย จำไม่ได้ 55555) แน่นอนว่าทุกคนมาในชุดเรวิวของแต่ละโรงเรียนค่ะ เป็นชุดที่สวยและเด่นมากจริงๆ ดีใจที่รอบนี้อยู่ใกล้เวทีหน่อยเลยมองเห็นหน้ากับชุดค่อนข้างชัด แยกออกว่าใครเป็นใคร

MC

เป็น MC แสนสั้นที่ทุกโรงเรียนมารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ไม่มีแนะนำตัวเรียงคนแต่จะแนะนำเป็นโรงเรียนนั้นๆ ไปเลย พอแนะนำเสร็จ โมโยะจังก็บอกว่าต่อจากนี้ไปจะเป็นเมดเล่ย์เพลงทั้ง 4 โรงเรียน โดยเริ่มจากเซโช เพลงโยโรชิคุคุคุกุมิค่ะ ถึงตรงนี้เด็กอีก 3 โรงเรียนก็โบกไม้โบกมือกลับเข้าหลังเวที รอถึงคิวค่อยออกมาใหม่–

18. よろしく九九組!: スタァライト九九組

เพลงแนะนำตัวเด็กๆ ที่แสนสดใส มีเปลี่ยนสีแท่งไฟตามเวลาคนคนนั้นแนะนำตัวด้วยค่ะ จากตอนแรกๆ ที่เราไม่ค่อยชินกับแท่งไฟสตาร์ไลท์ (ปกติแท่งไฟที่มีกับตัวจะไม่มีฟังก์ชันให้สีไหลไปตามคน (?) อัตโนมัติ แต่สตาร์ไลท์มี และทุกครั้งที่วนกลับมาสีแดงของคาเรนมันจะชะงักด้วย 555) พอมาเพลงนี้ก็ตรัสรู้ เป็นผู้เข้าใจหลักการทำงานของแท่งไฟและสามารถเปลี่ยนสีให้ทันชาวปุ่นได้แล้ว!! สไตล์การแสดงก็เป็นเหมือนที่ผ่านๆ มา คือถึงคิวใครแนะนำตัว คนนั้นก็จะขึ้นไปยืนบนขั้นบันไดตรงกลาง (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ ทำไมความทรงจำดูขาดหายเป็นช่วงๆ) แล้วจอหกเหลี่ยมจะฉายชื่อ ภาพ และสีประจำตัวละครให้ด้วยค่ะ

19. ショウタイム フロンティア! : フロンティア芸術学校 – Otsuki Aruru (CV. Han Megumi) & Kocho Shizuha (CV. Sasaki Mikoi) & Nonomiya Lalafin (CV. Tomita Miyu)

ดนตรีบรรเลงจังหวะชวนให้สนุกสนาน รู้เลยว่าคิวถัดมาคือฟรอนเทียร์ ไลฟ์ครั้งนี้ฟรอนเทียร์เป็นโรงเรียนที่มีจำนวนสมาชิกน้อยสุดคือ 3 คน แต่ถึงจะมาน้อยก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร! ทีแรกนึกว่าจะแนะนำตัวเผื่อเพื่อนอีกสองคนที่มาไม่ได้ด้วย แต่แนะนำแค่ส่วนของ 3 คนที่มาวันนี้ค่ะ ส่วนใหญ่สามคนนี้จะยืนเต้นไม่ค่อยห่างกันมาก มักจะกระจุกอยู่กลางเวที มองแบบนี้แล้วโล่งจนน่าใจหายเลยค่ะ ฮือ

20. キミも私もアリス : Otsuki Aruru & Kocho Shizuha

พอเพลงขึ้นก็ร้องกรี๊ดในใจเลยค่ะ TTTTTTTTT ถ้ามีเพลงนี้ก็แปลว่าของโรงเรียนอื่นก็ต้องมีเหมือนกัน!! แต่เดิมเพลงนี้เป็นเพลงคู่ของอารูรุกับมิโซระ และเป็นเพลงประจำอีเวนต์キミと私のWONDERLAND (เนียนโฆษณานิด อ่านอีเวนต์แบบแปลไทยได้ที่นี่นะคะ) เนื้อหาของอีเวนต์คร่าวๆ คือน้องม.4 (อารูรุกับมิโซระ) จะได้เล่นละครเวทีเรื่อง อลิซในแดนมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นละครเวทีที่พวกชิสึฮะ สึคาสะ ลาลาฟินเคยเล่นตอนอยู่ม.4 แน่นอนว่าทั้งคู่อยากเป็นอลิซ แต่อลิซมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น สุดท้ายตอนออดิชัน กรรมการก็ให้สองคนนี้ออดิชันเป็นอลิซทั้งคู่ที่มาเจอกัน เลยเป็นที่มาของชื่อเพลงว่าฉันและเธอต่างก็เป็นอลิซค่ะ

แต่ที่กรี๊ดในใจเป็นเพราะเลือกคนมาร้องได้เข้าสุดๆ ไปเลย… เพราะทั้งอารูรุและชิสึฮะต่างก็เป็นคนที่ได้รับเลือกให้เป็น ‘อลิซ’ ตอนม.4เหมือนกันทั้งคู่ค่ะ ตอนแบ่งท่อนร้องของเพลงนี้ไม่ค่อยลำบากเท่าไรเพราะเป็นเพลงดูโอ้ มิโครอนเลยจะร้องแทนในส่วนของมิโซระให้ค่ะ ความพิเศษของเพลงนี้อีกอย่างหนึ่งคือเป็นอีกหนึ่งเพลงในไลฟ์ที่แคสต์ขึ้นรถเลื่อนมาเหมือนตอน Fancy You ค่ะ ทางฝั่งเรา (ฝั่งขวา) จะเป็นมิโครอนที่ผ่านหน้ามาก่อนตอนเพลงครึ่งแรก ครึ่งหลังถึงเป็นคุณเมกุมิค่ะ เป็นอีกครั้งที่ทั้งฮอลแบ่งสีแท่งไฟเป็นสีเขียว (ชิสึฮะ) และสีเหลือง (อารูรุ) กันอย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งภาพที่น่าจดจำดีค่ะ XD

21. 鬼紅忍絵巻 -おにくれないにんえまき-Akikaze Rui (CV. Tsumugi Risa) & Yumeoji Fumi (CV. Kurachi Reo)

มีคนร้องไห้ตอนทำนองเพลงขึ้นมาค่ะ เราเองค่ะ U///U เพลงโอนิคุเรไนเป็นเพลงประจำอีเวนต์ที่เราชอบมากๆๆๆๆ เรียกว่าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้อยากมาไลฟ์ครั้งนี้เลยก็ได้ค่ะ เพราะคิดว่ามีโรงเรียนอื่นมาก็น่าจะได้ฟังเพลงนี้ด้วย ซึ่งไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ฮือ

เพลงโอนิคุเรไนเป็นเพลงประจำอีเวนต์ 重なる刃 忍伝・鬼紅 (อ่านอีเวนต์แบบแปลไทยได้ที่นี่เช่นกันค่ะ) เป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีความหมายดีและเข้ากับเนื้อเรื่องละครเวทีในอีเวนต์มากๆ แอบเสียดายนิดหน่อยที่สองคนนี้ไม่พกดาบมาฟันกันให้ดาบประสานตามชื่ออีเวนต์ แต่ก็เข้าใจว่านี่ไม่ใช่เพลงเรวิว และถึงไม่มีอาวุธก็แสดงดีมากๆ อยู่ดีค่ะ อวยสุดลิ่มทิ่มประตูเหมือนมีคนจ้างมา แต่ไม่มีคนจ้างแม้แต่อย่างใดนะคะ เรื่องเสียงร้องสองคนนี้เองก็ไม่มีปัญหา การแสดงจะอยู่ที่เวที (จริงๆ หลังจากเพลงอลิซด้านบนก็ไม่มีเพลงไหนนั่งรถเลื่อนมาแล้ว…) เป็นหลัก ท่อนที่เท่มากๆ คือท่อนที่โอนิคาเกะ (รุย) กับเบนิคาเกะ (ฟุมิ) คุยกันก่อนเข้าฮุคค่ะ ก่อนฮุคแรกน่าจะเดินสวนกันตรงบันไดกลาง เดินขึ้นลงช้าๆ เหมือนดูเชิงอีกฝ่าย (เนื้อเพลงที่เป็นท่อนพูดก็บอกให้สำแดงพลังออกมาทำนองนั้นด้วย เท่มากๆ เลย!!) ส่วนมากทั้งเพลงจะวนๆ ทำนองนี้ อยากให้ทุกคนได้มาดูจริงๆ ค่ะ แผ่นออกเดือนมีนาคมปี 2020 นะคะทุกคน!!

22. 蝶になってみませんか : 凛明館女学校Tomoe Tamao (CV. Kusunogi Tomori) & Otonashi Ichie (CV. Waki Azumi) & Yumeoji Fumi & Tanaka Yuyuko (CV. Saeki Iori) & Akikaze Rui

หลังจากโอนิคุเรไนจบไป ไฟบนเวทีก็ดับลง พร้อมกับเพื่อนๆ อีก 3 คนที่โผล่มา แสงไฟฉายไปที่โทโมริรุที่พากย์ทามาโอะ เพราะท่อนแรกสุดทามาโอะเป็นคนร้องล่ะค่ะ

ด้วยความที่รินเมคังเป็นอีกโรงเรียนหนึ่งที่คนมาครบ เวทีเลยดูไม่ค่อยโล่งเท่าไรค่ะ ยืนกระจายๆ กันได้แบบบาลานซ์กับเวทีดี ที่ชอบที่สุดในไลฟ์อาจจะเป็นท่อนโซโล่โทโมริรุตอนหลังๆ หน่อย น้องเท่มากกกกกกกกกกค่ะ สมกับเป็นทามาโอะที่เลเวลอัพ (?) มาแล้วเลย

23. プラチナ・フォルテ : シークフェルト音楽学院Yukishiro Akira (CV. Nomoto Hotaru) & Otori Michiru (CV. Ozaki Yuka) & Yumeoji Shiori (CV. Tono Hikaru) & Tsuruhime Yachiyo (CV. Kudo Haruka)

สูงส่งสมกับชื่อซีกเฟลด์ (ฮา) ซีกเฟลด์เป็นโรงเรียนที่เคยมีประสบการณ์ขึ้นไลฟ์แล้วคราวก่อน คราวนี้ก็ยังดูเท่เหมือนเดิมเลย กับเพลงนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้พูดเยอะ แต่เพลงต่อไปนี่เรียกได้ว่าเป็นภาพติดตาเลยค่ะ ถ้าเปิดเพลงนี้ตอนนี้ก็นึกขึ้นมาได้เป็นฉากๆ (…)

24. Rose Poems : Yukishiro Akira & Yumeoji Shiori

Rose Poems เป็นเพลงประกอบอีเวนต์ 麗しき獣とワルツを อีเวนต์เดี่ยวอีเวนต์แรกของซีกเฟลด์ ที่มีเมนแคสต์เป็นอากิระกับชิโอริ เพลงนี้จึงเป็นเพลงของสองคนนี้นั่นเองค่ะ

ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดี เอาแค่ส่วนสูงของแคสต์ (คุณโฮทารุกับน้องโทโนะ) นี่ตีลังกาดูก็เหมือนอากิระกับชิโอริหลุดออกมานอกจอเลยค่ะ… แล้วเสียงสองคนนี้เข้ากันมากๆ เสียงดีและชัดกว่าเปิดแผ่นฟังอีกค่ะ UvU เสียงคุณโฮทารุที่ลงต่ำคือดีมากกกกกกกกกกกกก ดีงามมากกกกกกกก ตัดกับเสียงน้องโทโนะที่เสียงสูง พอมารวมกันแล้วลงตัวมากจริงๆ ค่ะ…

ช่วงแรกๆ ก็ไม่ค่อยมีอะไรค่ะ สองคนนี้เดินสวนกันไปสวนกันมา เดินขึ้นลงบันไดอะไรงี้ จนเข้าท่อนฮุคที่ร้องว่า 愛と言う名の薔薇が สองคนนี้ก็จะเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ จนไปถึงท่อน 心の目で 感じて (หันหน้าเข้าหากัน มองตากัน) 触れられそうな (ยกมือขึ้นมาประสานกัน!?!?!??) 奇跡 (ค่อยๆ ยกมือที่ประสานกันให้สูงขึ้น แล้วแยกมือออกอย่างช้าๆ) ทั้งฮอลก็เหมือนเสียสติกันไปแล้วค่ะ ตั้งแต่ที่เขาประสานมือกันก็ว่าไม่ไหวแล้ว พอเริ่มเข้าเพลงท่อนหลัง คุณโฮทารุยื่นมือมาด้านหน้า น้องโทโนะยื่นมือไปวางไว้ แล้วทั้งสองคนก็เต้นลีลาศกันตรงเวทีล่างค่ะ แบบ โอโห ลีลาศไปร้องเพลงไปแบบเสียงไม่ดรอปด้วยนะ เสียงโห่แซวในฮอลดังเป็นระยะๆ เลยค่ะทีนี้ ชาวญี่ปุ่นขี้ชิปไม่เบาเหมือนกันนะเนี่ย แต่ถ้าไม่ขี้ชิปเบอร์นี้ เราก็คงจำไม่ได้ละเอียดเบอร์นี้เหมือนกันค่ะ…

และอย่าคิดว่ามันจะจบที่เต้นลีลาศธรรมดา เพราะก่อนเข้าท่อนฮุครอบ 2 จากที่แตะไหล่แตะเอวกุมมือเต้นลีลาศกัน ก็แปรเปลี่ยนมาเป็นเช่นนี้

จริงๆ พยายามวาดเองแล้วพบว่าวาดออกมาไม่น่าดูมาก ขออนุญาตแปะภาพรีพอร์ตจากนักวาดท่านอื่นแทนนะคะ T T ที่บอกว่าจากเต้นลีลาศ (รูปซ้ายล่าง) ก็เป็นพาน้องมาโอบแบบรูปซ้ายบนค่ะ ตรงนี้เสียงในฮอลดังลั่นมาก 55555555555555 ทุกคนลั่นจนเราหลุดขำเลยค่ะ ฮือ หรือจริงๆ นี่เป็นงานแต่งของอากิระกับชิโอริ แล้วทุกคนที่มางานวันนี้เป็นสักขีพยานความรักกัน… แต่ดึงเข้ามากอดแล้วก็หมุนตัวออกนะคะ คาดเดาว่าท่านผู้อ่านคงพอนึกภาพเวลาเต้นลีลาศออก พอเข้าฮุค 2 ก็กลับไปเต้นเหมือนตอนแรก เพิ่มเติมคือตอนท้ายสองคนนี้จะจูงมือกันขึ้นไปบนบันไดกลาง ยืนอยู่กลางๆ แล้วทำท่าแบบในรูปซ้ายบนค่ะ หวานจ๋อยมาก เป็นเพลงที่อยากให้ทุกคนได้เห็นอีกเพลงหนึ่งจริงๆ ค่ะ จากที่ไม่ค่อยได้ฟัง หลังจบไลฟ์มานี่ได้ยินแค่ทำนองก็เขินแล้วค่ะ ช่วยด้วยค่ะ น้องแต่งงานกันแล้ว

หลังจากจบเซ็ตนี้แล้ว ไฟในฮอลก็ดับลงอีกครั้ง แสงสว่างวาบที่จอหกเหลี่ยม เป็นเกริ่นถึงเนื้อเรื่องของ Star Diamond คร่าวๆ คือกลุ่มดาวในฤดูหนาวทั้งหกดวง แต่ละดวงก็ส่องสว่างต่างกันไป แล้วใครกันที่จะได้ครอบครองดาวที่สว่างไสวดวงนั้น มาร้องเต้นและช่วงชิงกันและกันเถอะ (เสียงพูดจะเป็นโมโยะจัง+มิโมรินค่ะ)

25. 追って追われてシリウス : Isurugi Futaba & Hanayagi Kaoruko & Tomoe Tamao & Akikaze Rui

เปิดมาที่เพลงแรกของอัลบัม ดาวซิริอุสของฟุตะคาโอะและรุยทามะ เริ่มมาจะเป็นสึมุๆ กับโทโมริรุยืนอยู่ตรงหน้าจอหกเหลี่ยม (หลังจากนี้ไปทุกคนก็จะยืนแนะนำตัวอยู่ตรงหน้าจอตรงนั้นก่อนเหมือนกันทุกเพลง) พูดบทแนะนำตัวแบบในเกม แต่จะพูดสลับกันคนละประโยค แล้วมีท่อนพูดรวม ตรงนี้ทั้งสองคนจะเรียกสังกัด (?) ตัวเองว่า 凛明館演劇同好会 (ชมรมการแสดงโรงเรียนรินเมคัง) เพราะตามเมนสตอรี่ แผนกการแสดง รร.สตรีรินเมคังถูกยุบ พวกทามาโอะโดนย้ายไปเรียนแผนกธรรมดา แต่ยังแสดงละครเวทีในฐานะชมรมได้อยู่ เพราะงั้นไลฟ์ครั้งนี้จะเป็นเรื่องราวหลังจากเมนสตอรี่ของแต่ละโรงเรียนนั่นเอง แต่พูดกันตรงๆ ตอนที่ได้ยินคำว่าโดโกไคจากปากโทโมริรุนี่นึกถึงซีรีส์อื่นที่ไม่ใช่สตาร์ไลท์อะค่ะ

หลังจากที่ฝั่งรินเมคังแนะนำตัวเสร็จก็จะเดินลงบันไดมาตรงเวทีส่วนล่าง อายาสะจังกับเทรุรินก็โผล่มาแทนด้วยบทแนะนำตัวแบบที่คุ้นชินกัน (ไปเปิดอนิเมตอน 6 ดูได้นะคะ–) จะสลับกันพูดคนละประโยคเหมือนกัน ต้องบอกว่าทุกคนสลับกันพูดแบบนี้เกือบหมด 5555 พอแนะนำตัวเสร็จก็จะตรงกับเพลงท่อนแรกที่คาโอรุโกะพูดว่า「ここで会ったも舞台の導き」ตรงนี้อายาสะจังกับเทรุรินจะลงมาเวทีส่วนล่างแล้ว บทโต้ตอบคุยกับใครก็หันหน้าคุยกับคนนั้น ถืออาวุธกันครบมือ เตรียมต่อยตีกันเต็มที่มาก

ครึ่งแรกจะยังไม่มีฉากสู้ เป็นรุยทามะร้องเพลงส่วนแรกตรงกลางเวทีแล้วแยกออกไปอยู่ข้างๆ เปิดทางให้ฟุตะคาโอะตีกันเองก่อนที่จะไปตีกับคนอื่น ตรงท่อนที่คาโอรุโกะบอกว่า「もっと向こうに回ってよ 立ち位置おかしいやろ」เป็นตอนตั้งท่าจะสู้อีกฝ่ายแล้ว แต่ทะเลาะกันเองก่อน เป็นอายาสะจังหันไปดุเทรุรินที่ยืนอยู่ทางซ้ายมือ (ของเรา) แล้วเทรุรินก็หันกลับไปบอกว่า「そっちこそもっと周り見て バランスを考えろよ」แถมยังดึงอายาสะจังให้เปลี่ยนตำแหน่งแบบลากมาเลยอีกต่างหาก ท่อนนี้ 「話がちゃいますやろ」 อายาสะจังจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เทรุรินแบบนี้ค่ะ

ของจริงใกล้กว่านี้มาก หน้าแทบจะติดกันเลยค่ะ จริงๆ สองคนนี้ถืออาวุธด้วยแต่ฝีมือการวาดไม่ถึงขั้น (…) พอเป็นท่อน 「いい加減にしろって」 ของฟุตาบะ เทรุรินก็ยกนิ้วขึ้นมาดีดหน้าผากอายาสะจังให้กระเด็นออกไป อายาสะจังก็หันหน้ามาทางเวทีแล้วบ่นว่า 「ほんまわがままやな」 มาท่อน もう!ก็เอาอาวุธกระแทกพื้นหนึ่งที่ด้วยความโกรธ–

พอเป็นท่อนฮุคจะเป็นพาร์ทเต้นค่ะ หลังจบฮุคแรกไปจะเข้าช่วงฟาดกันมันๆ แล้ว จะแบ่งเป็นฝั่งคาโอรุโกะ VS ทามาโอะ และฟุตาบะ VS รุยเป็นตามบทพูดในเนื้อเพลงเลย เป็นแก๊งที่สู้กันแบบใช้เวทีบนล่างและบันไดได้คุ้มดีค่ะ ตอนที่สู้ๆ กันจะมีฉากแบบในโบรไมด์แถมจากที่ซื้อแผ่น CD หรือ BD ด้วย เป็นภาพนี้ค่ะ

ฉากถัดมาจะเป็นช่วงท่อนพูดที่เริ่มจากฟุตาบะบอกว่า「これがあたしの投陣だああ!」ตรงนี้เทรุรินจะกระโดดลงมาจากขั้นบันได (ไม่น่าจะเยอะมาก สูงจากพื้น 2-3 ขั้น) แล้วฟาดฮัลเบิร์ดลงไปบนดาบสึมุๆ แล้วสึมุๆ ก็พลาดท่าให้เทรุรินจนล้มลงไปนั่งพับเพียบกับพื้น อายาสะจังจะเอ่ยชมระหว่างที่สู้กับโทโมริรุว่า「ええ調子やないの?双葉はん」ส่วนโทโมริรุที่สู้กับอายาสะจังอยู่ทางเวทีฝั่งซ้าย ก็วิ่งมาเวทีตรงกลางที่สึมุๆ ล้มอยู่ แล้วช่วยรับฮัลเบิร์ดที่เทรุรินจะฟาดมาอีกครั้ง พร้อมกับบอกว่า「塁ちゃん、あぶない!」(โทโมริรุแสนเท่เลยนะ) จบท่อนนี้สึมุๆ จะค่อยๆ ลุกขึ้นมาแล้วยืนหันหลังชนกันแบบในรูปด้านบน ร้องเพลงท่อนที่ว่า「珠緒先輩、お気をつけて」

แล้วก็มีสู้กันอีกสักพัก จนผลออกมาที่ฟุตาบะฟันรุยจนล้มลงไปที่เวทีฝั่งขวา ส่วนคาโอรุโกะก็ล้มทามาโอะจนเจ้าตัวลงไปนั่งพับเพียบอยู่ที่ฝั่งซ้าย เรวิวของทุกเพลง คนที่แพ้ไม่มีใครโดนปลดผ้าคลุม เกราะไหล่หรืออื่นๆ นะคะ ชุดสมบูรณ์กันดีทุกคนและทุกเพลงค่ะ แล้วตอนท้ายสุดอายาสะจังกับเทรุรินก็มายืนคู่กันตรงกลาง ตรง Position Zero ยื่นอาวุธออกมาแล้วตะโกนว่า Position Zero ถือว่าเป็นอันจบเพลงแรกค่ะ

26. ゼウスの仲裁 : Saijo Claudine & Yumeoji Shiori & Yumeoji Fumi

เพลงเริ่มมาที่คลอดีนแนะนำตัวแบบปกติ ถัดมาเป็นพี่น้องที่โผล่มาพร้อมกัน ยืนอยู่ข้างๆ จอคนละฝั่ง ถ้าจำไม่ผิด ฟุมิจะอยู่ฝั่งซ้าย ส่วนชิโอริอยู่ฝั่งขวาค่ะ มีพลาดนิดหน่อยตรงที่สองคนนี้พูดแนะนำตัวชนกันตอนแรกเลยฟังไม่ค่อยออก แต่สุดท้ายคนเป็นพี่เสียสละให้น้องพูดแนะนำตัวจนจบก่อน ถึงตามด้วยพี่  รู้สึกว่าจังหวะตอนแรกดูเร่งๆ หน่อย เพราะเสร็จจากแนะนำตัว น้องโทนปปี้ต้องรีบก้าวลงบันไดมาแล้วพูดบท 「シークフェルトを裏切ったお姉ちゃんと一緒に舞台……!?」 ส่วนเรโอจังที่ตอบว่า 「裏切った、か。そう言われても仕方ないわね、栞」 ฟังจากตรงเราแล้วเสียงเบาไปนิด แต่ก็เข้าใจได้ว่าตอนต้นฉบับฟุมิก็ไม่ได้พูดออกมาเต็มเสียงอยู่แล้ว

เนื้อเพลงท่อนแรกๆ แพทเทิร์นจะคล้ายกันแทบทุกเพลงค่ะ อย่างของซุสนี่ท่อนไหนใครเด่นก็ออกมาร้องก่อน จำไม่ค่อยได้ว่าตอนท่อนคลอดีน พี่น้องเริ่มสู้กันรึยัง แต่น่าจะมีปะทะกันเล็กน้อย เพราะตอนท่อน Bah Bon ทั้งสามคนจะมาเต้นรวมกันค่ะ

สิ่งที่ขาดไปไม่ได้สำหรับเพลงนี้เลยคือคอลแอนด์เรสพอนด์! ตรงนี้คนดูจะได้ตะโกนคอลไล่หลังแบบท่อนที่ทำสีน้ำเงินไว้ด้านล่างด้วยค่ะ ทุกคนตั้งใจตะโกนกันน่าดู XD

コールアンドレスポンス!  (コールアンドレスポンス!)
みんなでレッツポン酢! (みんなでレッツポン酢!)
もう一度レッツポン酢! (もう一度レッツポン酢!)

แล้วไอไอก็จะตบมุกว่า どういうことポン酢って!?พร้อมกับยกขวดพอนสึขึ้นมา จังหวะได้มากเหลือเกิน…

ท่อนหลังจากนี้พี่น้องจะพุ่งมาปะทะกันจริงจังมากค่ะ ตอนแรกไอไอจะยืนอยู่ตรงกลาง ร้องเพลงท่อนตัวเองแล้วคอยหลบดาบสองพี่น้องที่ฟาดกันไม่เกรงใจ แรกๆ ก็ร้องไปหลบไปดีๆ แต่สักพักน่าจะรำคาญ (?) เลยเริ่มโต้กลับบ้าง จะมีทั้งท่อนที่คลอดีนรับมีดฟุมิแทนชิโอริ รับดาบชิโอริแทนฟุมิ แล้วปิดด้วยท่าเหมือนในโบรไมด์คือหยุดสองพี่น้องพร้อมๆ กัน ของจริงเท่มากเลยค่ะ!! เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วสมกับเป็นบุไตโชโจมาก

หลังจากแยกพี่น้องที่ตีกันเหมือนจะฆ่ากันให้ได้จริงๆ ก็จะเป็นท่อนของชิโอริและฟุมิที่พูดเสียงอ่อนลงมา ตรงนี้จะเลิกตีกันแล้ว ยืนคนละฟากเวทีแล้วคุยกันเหมือนเดิม พอฉากเหมือนจะปรับความเข้าใจกันได้ ซุสผู้คอยไกล่เกลี่ยจะขึ้นไปยืนเด่นอยู่ตรงบันไดขั้นสูงๆ ตรงกลางแล้วพูดจบไปจนถึงท่อน ほんとヤな女よね ท่อนหลังจากนี้จะเข้าส่วนสุดท้ายแล้ว เป็นส่วนที่ฟุมิและชิโอริทิ้งอาวุธในมือไปหลังเวทีเรียบร้อยแล้ว กลับมาเป็นพี่น้องที่ปรับความเข้าใจกันได้บนเวที ควงแขนเต้นกันสุดแสนจะแฮปปี้ ผิดกับภาพที่เพิ่งซัดกันเต็มแรงก่อนหน้าเลย

แล้วเรวิวนี้ก็จบลงที่พี่น้องคืนดีกันได้ หลังจากคืนดีกันแล้วก็เดินอ้อมหลังไอไอที่ยืนถือดาบรออยู่หน้า Position Zero ไปอยู่บันไดกลาง ตรงกลางๆ หน่อย เป็นแบ็กคล้องแขนกันแล้วด้านหน้าเป็นไอไอพูดว่า Position Zero สอนให้รู้ว่าชัยชนะเป็นของคนกลางที่คอยห้ามมวยนี่เอง

27. 御してぎょしゃ座 : Hoshimi Junna & Tanaka Yuyuko & Nonomiya Lalafin

เพลงนี้จะเริ่มที่จุนนะแนะนำตัวตามประโยค「掴んで見せます。自分星。」ที่เป็นประโยคแนะนำตัวประจำของน้อง แล้วถึงตรงนี้เพลงก็จะเริ่ม เข้าบทพูด「え!ちょっとなになに?どういうこと?!」แล้วค่อยๆ เดินลงบันไดมา ถัดมาเป็นยูยูโกะพูดท่อน「寿限無、寿限無、五劫の擦り切れ、エリクトニウス箱のわたくしが」แล้วแนะนำตัว และปิดท้ายที่ลาลาฟิน「真のヒーロー、エリクトニオスはララフィンが演じるよ!」+ แนะนำตัวเช่นกัน อันนี้น้องมิยุอินเนอร์ลาลาฟินมาแรงมาก ชื่นชอบตอนแนะนำตัวที่ทำท่าเหมือนแปลงร่างแล้วข้างหลังมีพ่นควันไขว้กันเป็นตัว X เหมือนฉากเปิดตัวฮีโร่เลยค่ะ (จริงๆ แนะนำตัวใครเสร็จก็มีพ่นควันไขว้ให้นะ แต่ของลาลาฟินนี่สุดแสนจะติดตา 555555)

ท่อนที่ทุกคนรอคอยก็คงไม่พ้นจุนนะจังแรป ตรงนี้ในฮอลจะมีคอลให้แบบนี้ด้วยค่ะべらんめい聡明 YO! かかりっきり善攻 HO!ส่วนท่อนของเมฟานไม่มีใครร้องแทนให้ค่ะ เปิดเทปเอา ส่วนท่าเต้นตอนฮุคจะดูอินเดียๆ หน่อย (…) ไม่รู้จะวาดให้ดูยังไง แต่มียกมือสองข้าง ยกขามาข้างหน้าข้างหนึ่ง ก็ถืออาวุธเต้นกันไป ส่วนฉากเรวิวที่ต่อยตีกันก็มีเล่นแสงเวลาฮินะๆ ยิงธนู แสงเฟี้ยวฟ้าวทั่วฮอลมาก แล้วก็มีที่ลาลาฟินควงค้อนทุบพื้นแล้วอีกสองคนทำเป็นสะเทือน (?) กระโดดออกไปแบบในโบรไมด์อีกเช่นกันค่ะ

จากนั้นก็มีก่อนขึ้นฮุคสองที่มิยุจังแปลงร่าง (?) แล้วหลังจากฮุคจะเป็นฮินะๆ ที่ตะโกนอยู่หน้าจอหกเหลี่ยมว่า「幕は上がってるって言うのに、こんな状況……こんなのレヴューじゃない!」อีกสองคนก็มองจุนนะ แล้วก็ดูสมานฉันท์กันตอนท่อน「なんかこの曲、クセになってくるわね」เรวิวเกี๊ยวซ๋าก็จบลงที่จุนนะได้ครอง Position Zero ล่ะค่ะ

เสียดายที่ยูเมะจังไม่สะดวกมา ถ้ามาอีกคน เราว่าฮินะๆ ที่เป็นจุนนะคงปวดหัวน่าดู เพลงแต่ละท่อนก็พูดกันไปคนละเรื่องเลย 555555

28. 裏切りのクレタ : Tendo Maya & Daiba Nana & Otori Michiru & Tsuruhime Yachiyo & Kocho Shizuha

เป็นทีมที่เปิดตัวมาได้เท่มากค่ะ จริงๆ ท่อนแนะนำตัวของทุกคนที่ร่วมเรวิวนี่ก็ขลังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาพูดสลับกันคนละประโยคแล้วลงตอนท้ายพร้อมกันก็ยิ่งดูน่าเกรงขามขึ้นไปอีก ด้วยความที่เพลงนี้มีระดับความจริงจัง (?) มากกว่าเพลงอื่นและมีท่อนพูดอันน้อยนิด เลยเข้าฉากบู๊เร็วกว่าเพลงอื่นค่ะ

ช่วงแรกจะมีแบ่งทีมสู้กัน เพราะมีกัน 6 คน (มาจริงๆ 5 คน) 3 โรงเรียน ฉากที่สู้กันเด่นๆ เลยแบ่งเป็นทีม 2 คนกับทีม 3 คน (แต่จริงๆ ก็ดูปนๆ กัน) เป็นเพลงที่ดูฉากเรวิวเพลินสุดแล้วค่ะ หลังจากจบฮุคแรกจะเริ่มมีคนที่ล้มหายตายจากเข้าหลังเวทีไปเก็บอาวุธแล้วมานั่งอยู่ตรงขั้นบันไดแบบสงบๆ นั่งร้องเพลงคลอไป จนมาถึงฉากที่ชวนช็อกที่สุด จากที่มายะนานะหันหลังชนกัน ช่วยกันสู้มาเกือบทั้งเพลง มายะกลับหันดาบเข้าหานานะแล้วไล่รุกจนนานะต้านไม่ไหว จากที่นั่งเราจะมองเห็นหน้าแคสต์ไม่ค่อยชัดเท่าไร แต่จะมีแวบหนึ่งที่เห็นว่าโมเอปิหน้าเหวอมาก ส่วนที่มาโฮะเน่ยิ้มจิตๆ นี่เพิ่งเห็นในรายการอันนี้ที่ซูมให้ดูค่ะ แสดงกันได้สมบทบาทมากๆ ยิ่งมีฉากบีบหัวใจอย่างดาบนานะค่อยๆ ร่วงไปทีละเล่มๆ แล้วปิดท้ายด้วยท่าที่เหมือนจะปลดผ้าคลุม (แต่ผ้าคลุมไม่ร่วง โมเอปิร่วงลงไปแล้ว) นับว่าเป็นเพลงที่ชิง Position Zero ได้ใจเหี้ยมที่สุดในบรรดา 6 เพลงแล้วค่ะ

29. 1等星のプロキオン : Tsuyuzaki Mahiru & Otonashi IchieOtsuki Aruru

โปรคิออนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน รอเพลงนี้มานานเหลือเกินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน เพลงของลูกน้อยที่เป็นน้องม๋าาาาาาาาาาา แงงงงงงงงงงงงงงงงง

อันนี้ตอนเริ่มแนะนำตัว มาฮิรุเปลี่ยนบทพูดด้วยค่ะ!! ปกติมาฮิรุจะแนะนำตัวว่า キラめく舞台が大好きだけど、キラめくあなたはもっと好き。แล้วมีต่ออีก แต่คราวนี้มาฮิรุอัปเกรดจาก キラめくあなたはもっと好き เป็น キラめくみんなはもっと好き คือเปลี่ยนจากคำว่า “เธอ” ที่เปล่งประกาย เป็น “ทุกคน” ที่เปล่งประกาย นั่นเองค่ะ น้องเลิกยึดติดกับคาเรนจังแล้วเติบโตได้มากขนาดนี้ คนเป็นแม่ซาบซึ้งจนน้ำตาปริ่มเลย ; w ; ท่อนหลังเองก็โฟกัสที่ทุกคนมากกว่าใครคนใดคนหนึ่งแล้วค่ะ อ้าก มาฮิรุ ลูกแม่ เก่งที่สุดเลย–

ก็แนะนำตัวเรียงกันไป เพลงเปิดมากันอย่างสดใส ไม่มีใครตีกันสักคน 5555555555555555 เพราะในเนื้อเพลงเองก็คุยกันว่า “เรามาตัดสินกันว่าใครจะได้ Position Zero ไปอย่างสันติกันไหม” พอคิดได้ดังนั้น อิจิเอะกับอารูรุก็วางอาวุธ แล้วไปพยายามดึงอาวุธมาฮิรุออกมาค่ะ กล่าวคือเป็นเรวิวที่ไม่มีใครถืออาวุธกันตั้งแต่ต้น ซึ่งตรงนี้ฮารุจังที่เป็นแคสต์มาฮิรุจะทำหน้าเหลอหลามาก ตอนที่จะถูกแย่งอาวุธไปก็พยายามดึงเข้าหาตัว ไม่ให้ใครมาแย่ง แต่สุดท้ายก็โดนทั้งอิจิเอะ ทั้งอารูรุหยิบไปโยนทิ้งหลังเวทีหมด แล้วก็เต้นท่อนฮุคกันแบบสดใส มีท่าที่เอามือไปแทนหูแล้วพับขึ้นพับลงเป็นน้องหมาด้วยค่ะ แสนจะน่ารัก

อยากให้ทุกคนจินตนาการถึงน้องๆ สามคนทำท่าแบบฮารุจังรูปขวา กระโดดไปมาซ้ายทีขวาทีจังเลยค่ะ เป็นสตรีที่ทำให้เราใช้คำว่าน่ารักได้สิ้นเปลืองมาก จะน่ารักไปไหน!!

หลังจากจบท่อนฮุคแรกก็จะเข้าสู่ท่อนที่อารูรุถามว่า “มาฮิรุจังล่ะคิดว่าไง?” ท่อนที่มิโซระพูดก็จะเงียบไปเลย แล้วอิจิเอะก็จะถามคนทั้งฮอลว่า “ไหนใครอยากฟังความคิดของมาฮิรุจังบ้าง!” ถ้าเป็นในเพลง คนที่ตอบว่า はーい!จะเป็นอารูรุกับมิโซระ แต่ตรงนี้คนทั้งฮอลจะพร้อมใจกันตอบ はーい!เสียงดังเลยค่ะXD

ระหว่างที่มาฮิรุบอก (?) ว่าตัวเองคิดยังไง อิจิเอะกับอารูรุก็จะนั่งตั้งใจฟังเชียวค่ะ อย่างที่บอกไปคือสามคนนี้ไม่มีต่อยตีกันเลย จะมีก็มีแต่เดินไปเดินมาบนเวที เล่นกันงุ้งงิ้งน่ารัก ไปจนถึงหลังจบฮุค 2 ทุกคนก็จะถืออาวุธเหมือนเดิมแล้ว (แต่ไม่ตีกันนะ ถือเฉยๆ…) ที่เด่นๆ ของเพลงนี้ก็เป็นตอนที่พวกอารูรุกับอิจิเอะตะโกนเชียร์มาฮิรุที่ร้องท่อน 嬉しいときは一緒に空まで駆け上がろう 悲しいときは涙を拭いてあげたい 一人より成長できる จะเป็นท่อนที่ฮารุจังโชว์ทักษะการควงบาตองอันคล่องแคล่วอยู่หน้าจอหกเหลี่ยม (ดูได้จากคลิปนี้ (นาทีที่21.50) เหมือนกันค่ะ แฮ่)

แล้วเพลงนี้ก็จบลงที่ทั้งสามคนยื่นอาวุธไปด้านหน้าพร้อมกันตรงกลางตำแหน่ง Position Zero เป็นเพลงที่สันติผิดกับเพลงก่อนหน้า แถมยังได้ครอง Position Zero ไปพร้อมๆ กันอีกต่างหาก

30. 逆境のオリオン : Aijo Karen & Kagura Hikari & Yukishiro Akira

แนะนำตัวเสร็จก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง คาเรนกับฮิคาริรุมตีอากิระแบบ 2 รุม 1 ไปเลย ตอนแรกๆ จะไม่ค่อยมีอะไรนอกจากเดินสวนไปสวนมาและปะทะกัน เรื่องจะเริ่มเข้มข้นขึ้นตอนที่ฮิคาริโดนอากิระแช่แข็ง ตรงนี้มิโมรินจะยืนอยู่ตรงหน้าจอหกเหลี่ยม ต่อให้โมโยะเรียกชื่อสักกี่หน มิโมรินก็ยังคงยืนค้างท่าเดิม นิ่งแบบนิ่งมากค่ะ จากนั้นจอหกเหลี่ยมจะแยกออกมาเป็นหลังเวที มิโมรินก็จะกลับเข้าหลังฉากไปทั้งๆ อย่างนั้น ปล่อยให้โมโยะต่อยตีกับคุณโฮทารุไป

ในไลฟ์ มิโมรินจะกลับมาก็ตอนที่เริ่มโมโยะเริ่มร้องเพลงท่อน 恵の光よ 冷えた海に降り注げ แล้วมิโมรินร้องตอบว่า 太陽の歌声が 大きく広がっていく จอหกเหลี่ยมจะค่อยๆ แยกออกเป็นมิโมรินที่กลับมาแบบไม่โดนแช่แข็งแล้ว ก็ร้องกันไปจนจบท่อน ฮิคาริกับคาเรนจึงกลับมารวมตัวสู้กับอากิระอีกหนหนึ่ง

อันนี้ไม่เกี่ยวกับตอนดูไลฟ์เท่าไรแต่อยากเล่าเสริมค่ะ เนื้อเรื่องอีเวนต์ 逆境のオリオン ในเกมสตาร์รีละ มีอธิบายฉากเพิ่มว่าเนื้อเรื่องเป็นไงมาไง เอาคร่าวๆ เนื้อเรื่องก็คล้ายกับในตำนานกรีกที่อพอลโล่ (คาเรน) หลอกให้อาร์เทมิส (อากิระ) ยิงธนูใส่โอไรออน (ฮิคาริ) ในที่นี้อากิระหยิบดาบขึ้นมาฟันฮิคาริจนอีกฝ่ายถูกแช่แข็งไป ซึ่งเรวิวก็ควรจะจบลงตั้งแต่ตรงนั้น แต่คาเรนและฮิคาริยังไม่อยากยอมแพ้ ไม่อยากให้เรวิวและเรื่องราวต้องจบลงแบบโศกนาฏกรรม ในเมื่อคำพูดของคาเรนส่งไปไม่ถึงฮิคาริ คาเรนจึงร้องเพลงท่อน 恵の光よ 冷えた海に降り注げ เหมือนข้างบน แล้วฮิคาริได้ยินก็เลยร้องตอบมาจนจบท่อนฮิคาริถึงออกมาได้สำเร็จ ซึ่งการกระทำนี้ทำให้ไรเจลเปล่งประกายขึ้นมา ผู้ชนะในเรวิวครั้งนี้เลยเป็นคาเรนและฮิคาริค่ะ อนึ่ง เอรุอธิบายในเนื้อเรื่องด้วยว่าเรวิวนี้ไม่ได้ตัดสินแพ้ชนะกันจากกำลัง แต่ตัดสินแพ้ชนะจากการทำให้ไรเจลเปล่งประกายขึ้นมา ซึ่งการจะทำให้เปล่งประกายได้ไม่จำเป็นต้องมาจากคนคนเดียว จะมีผู้ชนะ 2 คน หรือ 3 คน เลยก็ได้ค่ะ

แน่นอนว่าเรื่องราวก็จบลงที่คาเรนและฮิคาริชนะ โดยมีอากิระยืนหันหลังให้คนดูอยู่ตรงขั้นบันไดตรงกลางที่สูงกว่าทั้งสองคน และที่สำคัญคืออากิระเป็นคนเดียวที่แพ้แล้วไม่ได้ทิ้งอาวุธ และไม่ได้ล้มหรือลงไปนั่งเหมือนคนอื่นด้วย ยังคงความเป็นราชันจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ ค่ะ

หลังจากจบไป 6 เพลง จะมีพูดปิดท้ายเกี่ยวกับคำว่า Star Diamond หน่อย จากนั้นเพลงถึงขึ้นมาค่ะ

31. Star Diamond : 聖翔音楽学園 & シークフェルト音楽学院 & 凛明館女学校 &フロンティア芸術学校

เพลงนี้ช่วงครึ่งแรกจะเป็นเซโชร้องทั้งหมดก่อนค่ะ พอเข้าครึ่งหลังถึงมีโรงเรียนอื่นมาร่วมร้องด้วย แต่โรงเรียนอื่นจะร้องแค่ท่อนรวม ท่อนเดี่ยวอันไหนเป็นของเซโชก็ยังคงไว้เหมือนเดิมค่ะ ทุกครั้งที่เป็นท่อนร้องรวมรู้สึกมีพลังมาก เสียงที่ร้องประสานกันดังกระหึ่มฮอลเลยค่ะ

พอจบเพลง Star Diamond ไป ทุกคนก็โบกไม้โบกมือลากลับเข้าหลังเวทีกันไปค่ะ

เราอาศัยช่วงที่ทุกคนตะโกนอังกอร์มาจดรีพอร์ตนี่แหละค่ะ ฮา พอเวลาเหลือก็ไปเมาท์กับเพื่อนว่าบุ 2 มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไม่นานนักไฟในฮอลก็สว่างขึ้นอีกครั้งแล้วค่ะ

Encore 1. 舞台少女体操 : 聖翔音楽学園 & シークフェルト音楽学院 & 凛明館女学校 &フロンティア芸術学校

เป็นเพลงอังกอร์ที่น่ารักมาก! แคสต์ทั้ง 4 โรงเรียนจะมาในชุดที่ท่อนบนเป็นเสื้อยืดประจำไลฟ์ (ที่ตกแต่งสวยงาม) ส่วนท่อนล่างจะเป็นกระโปรงในชุดเรวิวค่ะ พอเห็นทุกคนมากายบริหาร ยืดเส้นยืดสายกันหลังจากแสดงไปแล้ว 31 เพลงก็เป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจดีนะคะ ฝั่งคนดูก็มีคนที่เต้นตามแคสต์ด้วย เราก็มีเต้นตามบ้างเหมือนกัน ตรงจอหกเหลี่ยมก็จะฉายสตาร์ไลท์ตัวเล็กที่เป็น ED อนิเมสั้นประกอบค่ะ

MC

MC ส่วนนี้เป็น MC ที่ให้ตัวแทนแต่ละโรงเรียนออกมาขอบคุณทุกคนที่มาร่วมไลฟ์ในวันนี้ค่ะ จะเขียนแค่ดีเทลของแต่ละโรงเรียนที่ต่างกันนะคะ เพราะทุกคนก็พูดขอบคุณทุกคนที่มาดู และฝากติดตามซีรีส์นี้ต่อไปค่ะ

ซีกเฟลด์ – ยูกิชิโระ อากิระ (โนโมโตะ โฮทารุ): ถึงครั้งนี้จะมากันแค่ 4 คน แต่คราวหน้าจะพาเมฟานมาด้วยให้ได้เลย! (คุณโฮทารุพูดเร็วมากค่ะ เหมือนแรป เหมือนไม่หายใจ)

ฟรอนเทียร์ – โอสึกิ อารูรุ (ฮัน เมกุมิ): คราวนี้โรงเรียนเราคนมาน้อยที่สุดเลยเนอะ แต่ว่าคราวหน้าจะพามาให้ครบให้ได้เลย เลย เลย เลย (เล่นเสียงเอคโค่เองแบบไม่ต้องพึ่งใคร ฮือ รู้ว่ายากแต่น้องก็พยายามเอนเตอร์เทนคนดูล่ะค่ะ)

รินเมคัง – โทโมเอะ ทามาโอะ (คุสึโนกิ โทโมริ): ทุกคนคะ รินเมคังร่วงลงมาละนะคะ (แล้วทุกคนก็หัวเราะ) เฮ้ย มันไม่ใช่เรื่องน่าขำสักหน่อย!!

เซโช – ไอโจ คาเรน (โคยามะ โมโมโยะ): ขอบคุณทุกคนที่ทำให้กลับมาที่นี่อีกครั้ง จากนี้ไปก็จะพยายามเพื่อให้กลับมาที่นี่ได้อีกนะคะ

แล้วโมโยะก็จะพูดต่อว่าวันนี้ยังไม่ได้ร้องเพลงนั้นกันเลยนะคะ เชิญทุกคนรับฟัง Star Divine เวอร์ชัน 4 โรงเรียนได้เลย!

Encore 2. Star Divine : 聖翔音楽学園 & シークフェルト音楽学院 & 凛明館女学校 &フロンティア芸術学校

อย่างที่บอกไปข้างบน เพลงไหนร้องรวมกัน เพลงนั้นเสียงทรงพลังนัก ถือเป็นกำไรมากๆ ที่ได้ฟังเพลงนี้แบบหาฟังที่ไหนไม่ได้ อันนี้ส่วนใหญ่จะแบ่งท่อนร้องสลับกันตามโรงเรียนค่ะ พอท่อนรวมถึงร้องด้วยกัน

หมดตรงนี้ทุกคนก็ขอบคุณแฟนๆ แล้วกลับเข้าหลังเวทีไปอีกครั้ง เมื่อไฟดับลงได้สักพัก เซอร์ไพรส์ก็ฉายขึ้นจอด้านซ้ายขวาของเวทีขึ้นมา ใช่แล้วค่ะ คลิปที่ประกาศหนังโรงนั่นเอง

ทุกคนเฮกันตั้งแต่เห็นคำว่า 特報 แล้วค่ะเอาจริง เราเองตอนที่เจอประกาศนี้เข้าไปก็น้ำตาไหลพรากๆ ไปเหมือนกัน T T ยิ่งตอนที่ประกาศว่ามีมูฟวี่ตัวที่ 2 นี่ขนลุกมาก คนเฮกันทั้งฮอลจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว ดีใจมากจริงๆ ที่สตาร์ไลท์ยังทำอนิเมต่อ ก่อนหน้านี้เคยคุยกับเพื่อนเหมือนกันค่ะว่าคงไม่ทำอนิเมซีรีส์ แต่คงมีมูฟวี่ออกมาแทน ซึ่งก็ออกมาจริงด้วย! ถ้ามีโอกาสก็อยากมาดูที่ญี่ปุ่นล่ะค่ะ เพราะดูทรงแล้วตัวเองคงอยู่ถึงแค่มูฟวี่แรกฉาย /ซับน้ำตา

พอคลิปจบลง เด็กๆ คุคุกุมิก็วิ่งออกมาจากหลังเวทีอีกรอบ อันดับแรกเลยคือโมโยะเรียกทุกคนมารวมตัวกันหน้ากล้องกลาง บอกขอโทษคนที่มาดูไลฟ์วิวว่าไลฟ์นี้ไม่ได้จบตอนสองทุ่มครึ่ง (มีระบุไว้ในเว็บว่าไลฟ์จบสองทุ่มครึ่ง) ยังไงก็ช่วยอยู่กับพวกเราต่อไปอีกหน่อยนะคะ! แล้วค่อยพูดถึงเรื่องที่มีมูฟวี่ออกมา ที่มีวันนี้ได้ก็เพราะทุกคนช่วยสนับสนุนเรื่อยมาเป็นอย่างดี จากนั้นก็มีประกาศเพิ่มเกี่ยวกับ 遠足レヴュー ซิงเกิล 7 อีเวนต์ใหม่ในเกม และพวกรีรีสอีเวนต์ที่ตอนนี้ประกาศในเว็บออฟฟิศเชียลหมดแล้ว

แล้วก็ถึงเวลาส่งท้ายของจริง เป็นช่วงเวลาที่ให้แคสต์คุคุกุมิทั้ง 9 คนบอกความรู้สึกและขอบคุณทุกคนที่มาดูไลฟ์ค่ะ แพทเทิร์นขอบคุณของทุกคนจะมีส่วนที่เหมือนกัน คือบอกว่าขอบคุณที่คอยสนับสนุนมาตลอด จากนี้ไปก็ช่วยสนับสนุนอีกต่อไปด้วย ฉะนั้นที่เขียนข้างล่างจะเป็นเวอร์ชันที่ตัดทอนประโยคนี้ออกไปนะคะ! ใจความอาจจะไม่ครบหรือมีอะไรเกินมา (เอ๊ะ) เพราะจดมาเท่าที่ฟังได้ล่ะค่ะ ลำดับการพูดจะเรียงจากลำดับตัวละคร (ถ้าเอาตามสีแท่งไฟก็ไล่มาจากคนสุดท้าย คือคาโอรุโกะไปจนถึงคาเรน)

อิโต้ อายาสะ: ทุกคนคะ ฟุตะคาโอะพยายามกันมามากเลยนะ!! (เฮ) ฉันน่ะชอบเพลง Fancy You มากๆ เลย ชอบมากจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะหยิบมาร้องไลฟ์ไหนก็ชอบ ตอนที่ฉันดูการแสดงนี้จากจอที่อยู่หลังเวที จินโกะซัง (ห้อง B) ถึงกับร้องไห้ออกมาเลยนะคะ  หลังจากฉันร้อง GANG☆STAR เสร็จก็แปะมือกับโมโยะจังเพื่อส่งไม้ต่อด้วยล่ะค่ะ จากนี้ไปก็ช่วยเชียร์พวกเรา และทำให้ฉันได้เห็นทิวทัศน์แบบนี้อีกทีนะคะ!

อิคุตะ เทรุ: โห คนเยอะจังเลยเนอะ ตอนไลฟ์ครึ่งแรกทุกคนเป็นไงบ้าง คิดไม่ถึงใช่ไหมล่ะว่าจะเป็นการแสดงแบบ Non stop พวกเราเองก็เหมือนกัน! แต่พวกเราอยากลองท้าทายอะไรใหม่ๆ ดูเลยไปปรึกษากับคุณสต๊าฟ แล้วออกมาเป็นการแสดงแบบ Non stop นี่ล่ะ ที่มาที่นี่ก็ชวนให้คิดถึงตอนไลฟ์ครั้งแรกดีเนอะ แล้วก็ชอบเพลง 願いは光になって ของทุกไลฟ์เลยด้วย เรวิวที่ได้ร่วมสู้ไปกับคาโอรุโกะวันนี้ก็สนุกมากเลย จากนี้ไปฉันก็ไม่รู้ว่าจะได้ร่วมสู้ไปกับคาโอรุโกะอีกไหม…

อายาสะจัง: (ทำท่าตีหยอกๆ หรือตีจริงไปแล้วก็ไม่รู้ (…)) ต้องได้สู้ด้วยกันอีกสิ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนี่!

เทรุริน: เข้าใจแล้วๆ (หงูวมาก) ถ้ายังไงก็ขอฝากทุกคนติดตามกันต่อไป และจะทำให้ฟุตาบะกลับมายืนอยู่ที่ Position Zero ได้อีกครั้งล่ะ!

ไอบะ ไอนะ: Bon Soir! เนี่ย ก่อนที่จะขึ้นร้องเพลง Star Diamond ฉันต้องกลั้นน้ำตาไว้เลยนะ ฝึกเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนที่ซ้อมเลยนะ! (ตรงนี้มาโฮะเน่จะล้อเลียน (?) ด้วยการทำท่าเงยหน้าแล้วทำหน้าฮึบไว้ คือสองคนนี้ยืนข้างกันอยู่แล้วเลยแหย่กันง่าย) รู้สึกพูดไม่ถูกเลย แต่เอาเป็นว่าขอบคุณทุกคนมากนะคะ

โคอิสึมิ โมเอกะ: ทุกคนสบายดีไหม! (พอทุกคนตอบว่าสบายดี โมเอปิก็หลุดขำออกมาจนทุกคนงงว่าขำอะไรของเธอกัน + มีที่ลนๆ จนพูดผิดนิดหน่อยแล้วฮินะๆ ช่วยแก้ให้)

ซาโต้ ฮินาตะ: จากตัวอย่างที่ฉายเมื่อกี้เหมือนนานะเป็นลาสต์บอสเลยเนอะ แต่ตอนเพลงครีต… (ทุกคนหันกันไปมองมาโฮะเน่)

โมเอปิ: คือว่าเพลงครีตเนี่ยท่อนพูดไม่ค่อยมีใช่ไหมล่ะ พอบอกสต๊าฟว่าอยากมีท่อนพูดกับเขาบ้าง ก็ได้รับข้อเสนอมาว่า “ตอนที่แพ้มายะ ให้พูดว่าそんなバナナเอาไหม?” (น่าจะล้อกับคำว่าそんなバカな บ้าน่า แต่อันนี้เป็นกล้วยน่า (…)) แล้วก็ได้พูดออกไปจริงๆ ด้วยอะ (จากที่ครีตเครียดๆ ก็กลายเป็นตลกคาเฟ่เลยนะ…) จะว่าไปการที่เราได้กลับมาโยโกฮาม่าอารีน่าอีกครั้งแบบนี้เนี่ย ทุกคนว่ามันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ เร็วมากเลยนะ เป็นเพราะทุกคนช่วยเชียร์เสมอมา พวกเราถึงได้กลับมาที่นี่ไงล่ะ ขอบคุณทุกคนนะคะ!

อิวาตะ ฮารุกิ: แหะๆ เมื่อเช้าฉันตื่นเต้นจนกินข้าวเกือบไม่ลงเลยค่ะ ฉันอยากกลับมาแสดงที่นี่อีกครั้งจังเลยค่ะ เพราะงั้นฉันจะพยายามนะคะ และนี่เป็นครั้งแรกที่มาฮิรุได้พูดคำว่า Position Zero กับเขาบ้างแล้ว ฉันจะพยายามเพื่อให้มาฮิรุได้กลับมาตำแหน่ง Position Zero อีกครั้งด้วยค่ะ

อันนี้อยากเสริมให้เพราะเราโอชิฮารุจัง– ในรายการย้อนดูไลฟ์ 3 ที่ฮารุจัง เทรุริน ฮินะๆ มาโฮะเน่ไปออก ฮารุจังบอกว่ามาฮิรุเติบโตขึ้นจากตอนแรกมากเลย อย่างในเพลง よろしく九九組 ท่อนที่มาฮิรุแนะนำตัว จะเป็นท่อนก่อนฮิคาริแล้วตามด้วยคาเรน ในไลฟ์แรกๆ ที่ร้องเพลงนี้ ฮารุจังจะทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร ถ้าใครดูบุไต #1 และอนิเมตอน 5 คงพอรู้ว่ามาฮิรุไม่ถูกชะตากับฮิคาริแค่ไหน แต่พอผ่านอะไรหลายๆ อย่างมา ตอนที่ฮารุจังร้องเพลงแนะนำตัวท่อนนี้ก็จะทำหน้ายิ้มแย้มแล้วค่ะ เช่นกันกับเพลง 情熱の目覚めるとき เมื่อก่อนฮารุจังจะทำหน้าเศร้าๆ หน่อย แต่คราวนี้ยิ้มออกมาได้แล้ว ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีอย่างหนึ่งเลยค่ะ พูดแล้วก็ปลื้มใจในตัวลูกที่เติบโตมาได้ขนาดนี้ ฮือ ; – ;

ฮินะฮินะ: ตอนฉันเจอกับสตาร์ไลท์ เป็นช่วงที่ฉันยังอยู่ม.ปลายอยู่เลย (ฮินะๆ เกิดช่วงท้ายปี 98) ถ้าเป็นเมื่อก่อนอย่าว่าแต่ตัวผลงานเลย จะมีคนจำชื่อโฮชิมิ จุนนะหรือซาโต้ ฮินาตะได้สักกี่คน แต่ที่ฉันมีวันนี้ได้คงเป็นปาฏิหารย์อย่างหนึ่งเลยค่ะ และที่ขาดไม่ได้เลย พวกเราต้องมี 9 คน จะขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้ จากนี้ไปทุกคนก็ยังคงตามสตาร์ไลท์กันอยู่ใช่ไหมคะ (ทุกคนเฮตอบ) อะไรกัน เสียงเบามาก ไม่ได้ยินเลย ขอถามอีกครั้งนะคะ จากนี้ไปทุกคนจะยังตามสตาร์ไลท์อยู่ใช่ไหมคะ! (เฮดังกว่าเดิม)

โทมิตะ มาโฮะ: ทำไมไลฟ์ครั้งนี้ถึงไม่มีเพลง 恋の魔球 อะ!! ฉันอยากแสดงมาตลอดเลยนะ ทำไมไม่มีอะ

ฮินะฮินะ: ซ้อมมาตลอดจริงๆ ค่ะ ฉันยืนยันได้…

มาโฮะเน่: เนี่ย ฉันพร้อมแสดงจริงๆ นะ (เต้นโชว์)

มิโมริ สึซึโกะ: งั้นไว้คราวหน้าฉันแสดงเป็นคาเรนให้เอาไหม

มาโฮะเน่: ได้เหรอ! ดีจังเลย (ตรงนี้ไอไอที่อยู่ข้างๆ ทำท่ายกพาเนลสึซึดัลแคทให้ ฟอร์มทีมกันมาเรียบร้อยเลยนี่!)

มิโมริน: (ถึงคิวแล้ว) อา คือช่วงนี้ฉันงานเยอะมากจริงๆ ค่ะ เยอะจริงๆ…แล้วพักหลังๆ มาเวลามีงานสตาร์ไลท์ที่ไหน ก็มักจะไปแสดงกันแค่ 8 คนโดยไม่มีฉัน แต่ทุกคนก็แสดงกันอย่างเต็มที่ในส่วนของฉัน เหมือนกับว่าที่ตรงนั้นมี 9 คนให้อยู่ตลอดเลยค่ะ ทุกคนอบอุ่นมากจริงๆ สต๊าฟเองก็เป็นเหมือนคุณพ่อคุณแม่เราเลยนะคะ เวลาออกมาแสดงก็มีบอกว่า “ไปดีมาดีนะ” ด้วยล่ะ (แล้วมิโมรินก็เริ่มสะอื้น)

ฉันเจ็บใจมากจริงๆ ค่ะที่ไม่ได้แสดงกับทุกคนตั้งแต่ต้น ตอนที่รู้ก็เป็นวันคืนที่หมอนเปรอะน้ำตาไปหมดเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังเจ็บใจอยู่บ้าง แต่ที่สุดแล้วก็ได้ร้องเพลงร่วมไปกับทุกคน น้ำตาที่ไหลนี่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเจ็บใจ แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจค่ะ (แล้วมิโมรินก็ร้องไห้หนักมาก จนทุกคนบีบแถวกันเข้ามากอดมิโมรินเป็นก้อนเลย) ทุกคนพยายามขอร้องสต๊าฟให้จัดเซ็ตลิสต์ให้ แล้วก็มาชวนฉันร้องเพลง 願いは光になって ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวเพลงหรือเนื้อเพลงฉันก็ชอบมากเลยค่ะ ตรงที่บอกว่าพวกเรามีกัน 9 คน จะขาดใครไปไม่ได้เนี่ย ไม่ว่าจะร้องในไลฟ์ไหนก็ความหมายดีทั้งนั้น คือฉันก็เป็นพี่สาวในวงเลยไม่กล้าขออะไรแบบนี้ เพราะงั้นฉันจึงคิดว่าวิเศษมากเลยค่ะ พวกเราเองก็คอยคิดถึงแฟนๆ เหมือนที่แฟนๆ คอยคิดถึงเราอยู่ตลอดนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ

โคยามะ โมโมโยะ: (ตะโกนเสียงดังเลย ถ้าจำไม่ผิดคือถามว่าทุกคนสนุกกับไลฟ์วันนี้ไหม คิดว่าที่น้องเสียงดังเพราะพยายามดึงอารมณ์ให้คนดูคึกคักล่ะค่ะ) ฉันคิดว่าที่เรามีวันนี้ได้เป็นเพราะปาฏิหารย์ค่ะ ไหนขอดูแรงของทุกคนหน่อย เริ่มจากอารีน่า! (ฝั่งอารีน่ากับเซ็นเตอร์งุนงงว่าต้องโบกแท่งไฟให้ไหม) แล้วก็สแตนด์…

ใครสักคน: ไม่ๆ คือตรงกลางอะคือเซ็นเตอร์ ตรงนี้เป็นอารีน่า…

โมโยะจัง: อ้าว เรียกผิดเลย งั้นเอาใหม่นะ เซ็นเตอร์!! (เซ็นเตอร์ส่งเสียงเฮให้) ที่จริงฉันมีอย่างหนึ่งที่อยากลองทำมานานแล้วค่ะ (พับไมค์ให้ห่างปาก) ทุกคนค่ะ ขอบคุณมากนะคะ!!

จากนั้นทุกคนก็รวมตัวกันขอบคุณทั้งแบบมีไมค์และไม่มีไมค์อีกอย่างละครั้ง จอหกเหลี่ยมก็เปิดออกให้ทุกคนกลับเข้าไปหลังเวที ตรงนี้ทุกคนก็ทยอยๆ กันกลับเข้าหลังเวทีไป และตอนก่อนที่โมโยะมิโมะจะกลับเข้าไป สองคนนี้ก็กอดกันแน่นแล้วหันมาขอบคุณทุกคนอีกครั้งก่อนกลับเข้าไปค่ะ


และแล้วคอนเสิร์ตก็จบลง ระหว่างที่รอคนเดินออก เราก็นั่งเก็บบรรยากาศอยู่สักพักจนสต๊าฟเดินมาบอกว่าออกเถอะจ้า (ฮา) ก็มีคุยกับเพื่อนนิดหน่อยแล้วถ่ายรูปสแตนด์ดอกไม้เกือบทั้งหมดมาล่ะค่ะ สำหรับใครที่สนใจดูรูปทั้งหมด เข้าดูได้จากอัลบัมนี้นะคะ ใช้กล้องมือถือถ่าย อาจจะมีบางรูปที่แสงไม่ค่อยดี (ตอนถ่ายก็สามทุ่มกว่าแล้ว) หรืออันไหนเบลอๆ แปลว่าเหนื่อยและหนาวจนมือสั่นนะคะ

พอถ่ายรูปสแตนด์ดอกไม้มาจนเกือบครบแล้วก็เดินไปหย่อนจดหมายรักให้ฮารุจัง เทรุริน และอายาสะจังค่ะ ตอนแรกกังวลมากว่าไม่ได้หย่อนก่อนเข้างาน แล้วหลังงานเขาจะเก็บกล่องนี้ไปไหม โชคดีที่เขายังไม่เก็บไป 5555555 ใจจริงอยากต่อแถวซื้อของเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่กลัวตกรถไฟแล้วกลับบ้านไม่ได้เลยรีบวิ่งขึ้นรถไฟแทนค่ะ คิดแล้วก็เสียดายอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้ซื้อโบรไมด์น้องมิยุ รู้งี้ซื้อตั้งแต่ต่อแถวซื้อของครั้งแรกแล้ว ฮือ

สรุปรวมๆ คือพอใจกับไลฟ์ครั้งนี้มากค่ะ!! รู้สึกตัวเองมาคุ้มเงินมากๆ ไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจมา ถึงตอนแรกจะเหนื่อยบ้ามากเพราะ Non Stop มาแบบไม่บอกกล่าว ประกอบกับตอนแรกๆ เราว่าเครื่องเสียงฝั่งที่นั่งเรามันดังเกินไปหน่อย บางเพลงเสียงดนตรีก็ดังกลบเสียงคนร้องค่ะ หรือบางทีสต๊าฟก็ลืมเปิดไมค์ให้แคสต์ด้วยค่ะ ถ้าจำไม่ผิดเพลงที่โดนสต๊าฟดับไมค์น่าจะมี キミも私もアリス ที่เห็นชัดๆ ส่วนครึ่งหลังเหมือนระบบเสียงดีขึ้นมาหน่อย ดนตรีไม่ค่อยกลบเสียงคนร้องแล้วค่ะ

อีกทั้งการมาไลฟ์รอบนี้เป็นการมาไลฟ์คนเดียวครั้งแรก ต้องติดต่อกับคนญี่ปุ่นเองอีกต่างหาก ทั้งอันที่ไปรับของสมนาคุณ ทั้งรับบัตรเลยค่ะ อยากไปขอบคุณคุณอุไมโบอีกครั้งที่ขายบัตรให้สาวน้อยนกบัตรอย่างเรามากค่ะ พี่แกเฟรนด์ลี่และชวนคุยตลอดทางเลย ถึงเราจะตอบได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็คุยด้วย เจอคนดีๆ ถือเป็นกำไรชีวิตจริงๆ ค่ะ

ถ้ามีโอกาสก็อยากมาดูอีกล่ะค่ะ! ตอนนี้คงได้แต่ภาวนาให้ถูกตั๋วบุไต จะบัตรอะไรก็ไปดูทั้งนั้น แต่ให้ดีก็ขอ 超スタァライトシート ละกันค่ะ ฮา ขอบคุณทุกคนที่อ่านรีพอร์ตอันแสนยาวเหยียดมาถึงตรงนี้ด้วยนะคะ! ไว้เจอกันรีพอร์ตหน้ากับไลฟ์ของเด็กนิจิกาซากินะคะ XD

คอมเมนต์กัน!