Travelnival: ท่องเที่ยวเดินทาง

บันทึกเดินทางติ่งๆไปโตเกียวสไตล์ S จัง (วันที่ 1+2)

เขียนโดย 15/04/2015March 6th, 2019No Comments

เกริ่นก่อนว่าตอนแรกเลย ไม่คิดหรอกว่าจะได้ไปนะ ญี่ปุ่นเนี่ย เห็นเพื่อนๆไปกันจะหมดยกทีมหละ เลยบอกคุณแม่ว่าอยากไปบ้างจัง (พูดเล่นๆ) แต่คุณแม่ก็บอกว่า เอาสิอยากไปก็ไป !! สตันสิบวิคร่ะ เลยรีบหาข้อมูลเพราะคุณแม่บอกว่า ให้ไปช่วงปีใหม่ แล้วให้รีบกลับมาทำงานต่อ ทีนี้ความวุ่นวายก็เริ่มเกิดค่ะ….

เริ่มจากการจองที่พัก ไวท์แนะนำให้หาที่พักจากเว็บ booking.com ซึ่งมันดีมากเลยนะ เราสามารถหาระบุได้เลย เอาห้องแบบไหน ราคาเท่าไหร่ใกล้ย่านไหน แต่ว่าด้วยความที่รู้ว่าจะได้ไปก็ราววันที่ 20 ธันวาแล้ว แน่นอนว่าที่พักราคาประหยัดที่อยากได้ก็ไม่มี ก็เลยคิดเอาไงดีหละ ที่เหลือก็จะเป็นโฮมสเตย์ จริงๆก็น่าสนใจนะ แต่ก็ยังลังเลอยู่ สุดท้ายเลยลงไปปรึกษาที่บ้าน ที่บ้านบอกว่าตั๋วจองให้ไม่ทัน คงต้องไปหลังจากนี้หละ…..ก็ดีหละมั้ง มีแอบเสียดายที่อดเห็นช่วงเทศการปีใหม่อยู่เหมือนกัน แต่ก็นะอะไรที่รีบๆมันมักไม่ดีหรอก เลื่อนไปแหละดีแล้ว

สุดท้ายก็ได้ตั๋ววันที่ 8-13 รวมแล้วก็ 5 วัน 3 คืน ส่วนที่พักถึงจะเลยช่วงปีใหม่ไปแล้ว แต่ก็ยังเต็มอยู่ดี ก็เลยเลือกที่ Aizuya Inn ดู อ่านรีวิวตามที่ต่างๆก็เห็นชมว่าดีงาม เป็นกันเอง ราคาไม่แพงด้วย เสียอย่างเดียวตอนขึ้นสะพานลอยสูงเสียดฟ้าตอนเดินกลับที่พัก แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ (มั้ง) ก็เลยตัดสินใจเอาอันนี้แหละ

พอเลือกเสร็จ ก็เตรียมเสื้อผ้า ด้วยความที่ไม่ได้ไปต่างประเทศนาน ก็เลยเตรียมเน้นตัวสบายๆน่ารักๆไป พอเอาไปให้คุณเพื่อนทั้งหลายดูแค่นั้นแหละ ก็โดนเตือนว่าระวังจะเดี้ยงเอา…..เลยเริ่มเดินหาเกราะให้หนายิ่งขึ้น ก็ได้ HEATTECH ของ Uniqlo มาหละ ซื้อทั้งท่อนบนล่าง นับว่าคุ้มค่า เพราะมันบางมากแล้วก็ให้ความอบอุ่นดีในระดับนึง ….เอาง่ายๆว่าดีกว่าใส่เสื้อหลายๆชั้นทับกันพองๆแหละ

หลังจากเตรียมความพร้อมแล้ว อีกวันนึงจะเดินทางก็เริ่มคิดขึ้นได้ว่า เอาไงดี ไม่รู้เที่ยวไหน เพราะใจเนี่ยคิดอย่างเดียว ลาบสิคะ ลาบ ลาบ ลาบ ไปแล้วจะเหมาของ เลิฟไลฟ์ ก็เลยเริ่มหาลอกข้อมูล ตามเว็บต่างๆ โชคดีที่ป๋าขาของสาวๆ (ไวท์ซัง) ไปเวลาคาบเกี่ยวกันพอดี เลยขอดูข้อมูลทริปหน่อยว่าไปไหนบ้าง

ไอเดียก็เลยเริ่มมาหละ !! ว่าเราควรลิสว่าจริงๆเราอยากไปทำอะไรที่นั้นบ้าง แล้วเดี๋ยวเราก็จะได้เองว่าเราควรไปที่ไหนบ้าง

ที่ต้องการไปที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ มีเรื่องสนใจใหญ่ๆสองเรื่องคือ

  1. เรื่องเลิฟไลฟ์
  2. เรื่องของกิน

ว่ากันเรื่องเลิฟไลฟ์ก่อน อยากทั้งช๊อปปิ้ง และอยากไปดูอะไรที่เกี่ยวกับลาบ จริงๆอยากตามรอยด้วยนะ แต่ไปคนเดียว มันไม่สนุกอ่ะ >3< แล้วไปครั้งแรกด้วยไม่รู้จะหลงรึเปล่าก็เลยลิสที่อยากทำเกี่ยวกับเลิฟไลฟ์ไว้ว่า

ต้องไปซื้อฟิกโนแบรนเกิร์ลให้ครบทุกคนให้ได้ ซึ่งแน่นอนเราก็จะต้องไปอากิบะ ! (+ นากาโนะบรอดเวย์ด้วยนะ)

ต้องไปแวะดูเลิฟไลฟ์มิวเซียมที่เกมเมอร์ให้ได้ !!  อากิบะอีกแล้วข่าาา

ต้องแวะสถานที่ ที่สาวๆเลิฟไลฟ์ได้เป็นมาสคอตให้ได้ ประกอบไปด้วย

  • ริน – เซก้า
  • นนตัน – ศาลเจ้าคันดะ
  • อุมิ – ลอว์สัน

แค่คิดแค่นี้ที่ที่ต้องไปก็งอกมา 3 ที่ใหญ่ๆหละ ซึ่งก็คือ ย่านอากิบะ ศาลเจ้าคันดะ และนากาโนะบรอดเวย์

ต่อไปก็ต้องเรื่องของกิน ! ที่ตั้งใจไว้คือ อยากทาน ซูชิ ราเมง เทมปุระ ข้าวหน้าปลาดิบ เนื้อย่าง โดยจากคำแนะนำของ Luna และ มินาโตะซัง ก็เลยลิสสถานที่ทานไว้หน่อย

  • เทมปุระ+ซูชิ แถววัดโคมแดง
  • ข้าวหน้าปลาดิบ แถวตลาดอาเมะโยโกะ

ส่วนราเมงกับ เนื้อย่าง จริงๆ Luna ได้ลิสไว้ให้น่าสนใจมาก แต่ตอนนั้นคิดว่าเอ๊ะ เดี๋ยวค่อยดูอีกทีดีกว่า เลยลิสไว้สองอย่างแค่นี้ก่อน (จริงๆ ตีสองแล้วค่า จะร้องไห้แล้ว 555 เอาไงดีเที่ยวไหนดีไปยังไงอะไร ยังไง ยากมั้ย พรุ่งนี้เดินทางแล้ว จะพักพอมั้ย)

ก็จะได้ที่เที่ยวมาหละอีกสองที่ หน้าที่ต่อไปของเราก็คือ ไปยังไงดีหละ ? จากที่พัก ซึ่งตรงนี้ขอบอกว่า google map ช่วยได้เยอะเลย แค่พิมพ์ว่าเราพักที่ไหน จะไปไหน มันบอกให้หมด !! และที่สำคัญ ถ้ามีนาวิกจังไปด้วยหละก็ การเดินทางรับรองได้ว่าไม่มีหลง (หละมั้ง) เอาหละ ตีสามแล้ว….ควรพักหละอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เตรียมพร้อมเดินทางได้ !!

วันที่ 1

ตัดช่วงเช้ากลางวันเลยละกัน เครื่องขึ้นราวห้าทุ่มหละ ก่อนเครื่องขึ้นก็แวะไปหาอะไรทานตรงฟู๊ดเซนชั้นล่างสุด ที่เมื่อก่อนเคยเป็นร้านลับ แต่ตอนนี้กลายเป็นร้านทัวร์ลงแล้ว ลงไปก็เจอทัวร์(น่าจะ)จีน พูดจีนกันสนุกเลย วุ่นวายมาก พูดเหมือนแม่ค้าจะเข้าใจภาษาจีนเลย แม่ค้าก็ตอบเป็นจีนด้วยอีกแหนะ แต่เหมือนจะสื่อกันไม่รู้เรื่อง เลยมองมาทางนี้….แล้วพูดทำนองว่าเอาแบบคนนี้ๆ เท่าไหร่ๆ เธอเธอซื้อมาเท่าไหร่ คือแบบเอ๊ะ คนจีนเค้าคิดว่าคนทั้งโลกพูดจีนได้ไรงี้ป่าวนะ (ฮา) ตอนยกจานจะไปทานโต๊ะ เดินผ่านโต๊ะมีสาวจีนสบตาแล้วพูดราวๆว่า ตรงนี้ว่างอยู่นั่งสิเธอ เหมือนกับรู้จักกันมานาน XD หรือนึกว่ากรุ๊ปทัวร์เดียวกัน ?! จะว่าไปก็อัธยาศัยดีนะ (รึเปล่า) ได้แต่ยิ้มตอบแล้วส่ายหน้า แล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะตัวเอง

ทานข้าวเสร็จก็เตรียมขึ้นเครื่องหละ จาก สุวรรณภูมิไปยังสนามบินฮาเนดะด้วยเครื่องการบินไทย ขึ้นเครื่องไปฟิ้ว กัปตันก็ประกาศบอกว่าเดี๋ยวจะเสิร์ฟของว่างหละ ก็รอทาน เป็นแซนวิชแฮมชีส อร่อยดี ทานเสร็จก็ได้เวลางีบ เพราะต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 5 ชั่วโมงแหนะ ก่อนนอนก็ขอนมมาดื่มแก้วนึงจะได้นอนหลับฝันดี

IMG_7123

นุ๊ม นุ่ม อร่อยมากเลยหละ

แต่นอนได้สักพักก็ได้ยินเสียง เปรี้ยง ตูม ตาม บรึ้ม ชิ้ง จากเก้าอี้ข้างๆ….คือแบบ บนเครื่องบินการบินไทยจะมีหนังให้เลือกดูได้ตามใจชอบแล้วใช้หูฟังฟังเอา แต่พี่แกเล่นเร่งเสียงดังสุด….จะทักก็ขี้เกียจเลยปล่อยๆไป หาหนังดูบ้าง ก็ไปเจอกับ โดเรม่อนหนังโรงภาคใหม่ แต่ดันไม่มีซับแฮะ….เลยไม่ได้ดู ก็เลยหาเกมเล่นบ้าง ดูตัวอย่างหนังบ้าง สักพักที่นั่งข้างๆหนังก็จบ ก็เข้าสู่บรรยากาศเงียบสงบ….อืม ได้เวลาหลับสักทีสินะ !!

IMG_7127

เสียดาย ไม่มีซับหละ

แต่สุดท้ายก็โดนกัปตันปลุกมาทานข้าวตอนตีสี่ มีให้เลือกสองอย่างคือ ไข่ทอดกับไส้กรอกไก่ และ ข้าวปลาผัดผัก เลยเลือกปลาไปเพราะอยากทานเบาๆ ปรากฎ……ข้าวมหาศาลปลาก็โอฬาร…..ทานไปได้นิดก็อืดหละ เยอะมาก อร่อยมากด้วยนะ นอกจากนี้ยังรู้สึกตัวบวมน้ำส้มด้วย เพราะขึ้นเครื่องมานับแล้วดื่มไปเกือบ 6 แก้วได้…..

IMG_7128

บางทีก็ออกจะเยอะไปนะคะ….แต่อร่อยดี อร่อยกว่าทานฟู๊ดคอร์ดข้างล่างอีก

นั่งเพลินๆอีกไม่นาน เหมือนทางสายการบินจะกะเวลาถูกว่าทานข้าวนานเท่าไหร่ ก็ถึงที่สนามบินฮาเนดะพอดี สวัสดีค่า นิฮง ‘ ‘>

ลงเครื่องบินไป ก็นึกว่าเป็นประเทศไทย เจอแต่คนไทย ภาษาไทยตรง ตม. … พอออกจาก ตม. มาก็มองหาก่อนเลยว่า จะซื้อ 3 day pass ที่ไหน ก็ไปเจอตรงเคาท์เตอร์แนะนำนักท่องเที่ยว ก็เข้าไปถามด้วยภาษาญี่ปุ่นงูๆปลาๆ ว่ามีบัตร 3 day pass ขายตรงนี้รึเปล่า เค้าก็ขอพาสปอร์ตเราดูแล้วก็บอกว่า มีค่ะ พูดไทยชัดมากตกใจเลย *[]*  แล้วเค้าก็ถามว่าพักแถวไหน แนะนำหมดเลยว่าให้นั่งสายไหนไปไหน ยังไง น่ารักมาก >w<b

เสร็จแล้วก็ลากกระเป๋าขึ้นรถไฟใต้ดิน let’s go Japan !!

นั่งรถจากสนามบินฮาเนดะมาลงที่กินซ่า จากนั้นต่อสายฮิบิยะไลน์ ไปยังมินามิเซนจู ตอนแรกคิดว่าจะหลง แต่ว่าราบลื่นมากกก (ขอบอกนิดนึง ตอนแรกมานึกว่าไม่หนาวเลยยังไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องให้เรียบร้อย พอมาเจอลมหนาวปะทะใส่หน้า หยิบอุปกรณ์ป้องกันความหนาวมาใช้แทบมิทัน….) ในที่สุดก็มาถึงสถานีมินามิเซนจูจนได้หละ ออกมาก็ได้มาเห็นภาพสะพานสูงเสียดฟ้าตามที่คนรีวิวกันสักที แต่ว่าอ้าวนั้นสัญลักษณ์ลิฟต์….มันก็มีลิฟต์นี่นา แล้วไม่น่าจะพึ่งมีนะ….อ่านรีวิวทุกรีวิวจะบอกว่าที่นี่ดีทุกอย่างเสียแค่ต้องขึ้นสะพานลองสูง….อืม….. ก็เลยมองๆก่อนเอ คนทั่วไปขึ้นได้มั้ยหรือเฉพาะคนพิการ สักพักเห็นคนจูงจักรยานขึ้นลิฟต์ เลยขอขึ้นไปด้วย ตอนลงก็ลงด้วยลิฟต์ * w *b แล้วลากกระเป๋าไปสักพักก็เจอที่พักหละ ต้องขอบคุณกูเกิ้ลสตีทวิลมาก ที่ให้ทดลองหลงก่อน (เรื่องจริง) เอาเป็นว่า ตอนเล่นกูเกิ้ลสตีทวีวนี่หลงแล้วหลงอีก 5555

พอถึงที่พักก็เช็คอินวางของเปลี่ยนชุด แล้วก็ต้องเข้าห้องน้ำทันที….คิดดูสิ ทานแซนวิชตอนตี 1 ข้าวตอนตีสี่ ท้องจะย่อยได้อย่างไรกันคะ ไหนจะน้ำส้มอีก จะเหลืออีท่าไหนเนี่ยยยยยย……ห้องน้ำที่พักไม่ใช่แบบอัตโนมัติแต่ยังดีที่โถนั่งเป็นโถอุ่น….สบายเลยหละ >w<b แถมในห้องน้ำก็เป็นแบบมีก๊อกล้างมือในตัวด้วย สะดวกมากมาย

หลังจากเตรียมอะไรเสร็จก็เกือบจะเที่ยงหละ เลยตัดสินใจไปที่ตลาดอาเมะโยโกะก่อนเป็นอันดับแรกเลย (แบบว่าไวท์ส่งภาพมาให้ดูว่าเนี่ยข้าวหน้าปลาดิบที่นี่เยอะมาก อร่อยมาก คนขายน่ารักมาก ?! ) ตอนมาที่นี่ตอนแรก เจอร้านยูนิโคลก่อนเลย ก็เลยแวะเข้าไปซื้อเสื้อกับกางเกงเพิ่มสักหน่อย ซื้อเผื่อคุณพ่อด้วย (ถูกกว่าที่ไทยประมาณ 200 บาท) ประทับใจตรง ตอนซื้อ ซื้อ S ตัวนึง L ตัวนึง แล้วพนักงานทักว่า เอ ขอโทษนะคะ อันนี้ S นะคะ แล้วอันนี้ L มันคนละไซส์กันนะ ก็บอกว่าไม่เป็นไรค่ะ ซื้อๆ ใส่ใจลูกค้ามากเลยอ่ะ สงสัยจะกลัวหยิบผิด

พอซื้อเสร็จก็เดินไปตามโพยเดินผ่านร้านปาจิงโกะ เดินผ่านร้านขายรองเท้า….อ้าว สุดซอยไม่เจอ เดินใหม่อ้าว กลับไปที่เดิม……เลยลองถามคนแถวนั้นดู โดโกะๆเดสก้า ไม่มีคนรู้สักคน เริ่มจะยอมแพ้หละ หิวแล้วด้วย เลยลองไลน์ไปถามคนแถวนี้ดู ได้คำตอบมาว่า “ไม่แน่ใจ เดินมั่วๆแล้วเจอเอง ” ช๊อกกก ช๊อกกก สิคะะะ คิดในใจ อีนังไวท์

แต่สุดท้ายก็ตามนั้นแหละ เดินๆก็เจอเองซะงั้น เป็นร้านเล็กๆที่มีป้ายหน้าร้านล่อตาล่อใจแมวมาก เลยสั่งอันแพงสุดซะเลย !! อร่อยมาก สดมาก >w<b คุ้มค่าเหนื่อยการเดินหาสุดๆ จะบอกว่าเป็นรสที่ไม่เคยเจอในไทยก็ดูจะเวอร์ไป (ฮา)

IMG_7138

จานนี้ราว 1000 เยนเองค่ะ แบบว่าน้ำตาจิไหลล ดูหอยเม่นนั้นสิคะะ

พอทานเสร็จก็ได้เวลาเดินทางต่อ เป้าหมายต่อไปคือ วัดอาซาคุสะ !! หรือที่รู้จักกันว่าวัดโคมแดง แต่เดิมแล้วจริงๆ กะทานมื้อเช้าเป็น ข้าวหน้าปลาดิบ กลางวันเป็น เทมปุระ แต่ด้วยความอืดขั้นสุดยอดเลยต้องเปลี่ยน ข้าวหน้าปลาดิบเป็นตอนกลางวันแทน ดังนั้นการเดินวัดอาซาคุสะส่วนใหญ่ จะเป็นการ ชิม อาหารต่างๆมากกว่า

อ้อบอกเผื่อไว้ ห้องน้ำที่นี่ให้มองป้ายที่เขียนว่า トイレ (toilet) หละ

IMG_7146

มาแล้วก็ต้องถ่ายรูปเนาะ

ไหนๆมาวัดก็ต้องมาโยนเหรียญสักหน่อย ให้เตรียมเหรียญ 5 เยน เอาไว้ด้วยนะ เห็นว่าเหรียญ 5 เยนพ้องเสียงกับคำว่าโชคดีหละ ไปวัดก็อย่าลืมเตรียมไปกันด้วยนะ !

พอเริ่มบ่ายๆก็ได้เวลา เมนคอร์สสักที นั่งรถไฟไปอากิบะ * w *b ลงรถไฟมาร้านแรกที่เห็นเลยคือร้านชื่อ Hobby Off ที่เลื่องชื่อ (จริงๆ ที่เลื่องชื่อคือ Book Off) เราเห็นปุ๊ป โหร้านนี้มันต้องขายของถูกแน่ๆ เลยรีบตรงเข้าไปเลย !! เข้าไปเจอฟิกเกอร์มากมาย ก็เดินเลือกของพยายามหาของลาบ นั้นไงเจอแล้ว นิโกะกับนนตันโนบราเกิร์ลโนแบรนเกิร์ล 2200 เยน กับ 2700 เยน ตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ 700 บาท กับ 900 บาทสินะ ถูกกว่าที่ไทยอีก ที่ไทยขายราวๆ 1100 แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าถูกจริง เลยลองเดินสำรวจร้านก่อน ไปเจอ ตุ๊กตาผ้ามิโอะจัง 60 เยน…..ตีเป็นเงินไทยก็….20บาทได้ นี่มันถูกแบบเหลือเชื่อ !! เลยรีบวิ่งไปคว้า นิโกะกับนนตันทันทีด้วยความคิดที่ว่า ร้านนี้มันต้องขายถูกทั้งร้านแน่เลย ก็ได้มาหละสองคน เดินออกมาจากร้านด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ !!

แต่รอยยิ้มแห่งชัยชนะมีไม่นาน หลังจากลองเดินเล่นๆแถวๆนั้นก็พบว่า อีร้านข้างๆเดินไม่ไกลกัน (ราว 5 นาที) ขายนิโกะ 1600 เยน  นนตัน  1800 เยน….ช๊อกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ถึงกับยืนตัวแข็งงงงงงง ตกเป็นเงินไทยก็ราวๆ 500 กับ  600 บาท…… ขาดทุนไปแบบไม่ธรรมดา โอ้ร้านนี้ถูกสินะ เหลือบไปเห็น เอริกับอุมิชุดเมด ที่เหมาแพ็คขายอยู่ 3500 เยน ก็ตกตัวละ 1750 เยน ราว 500 บาท เอาก็เอาร้านนี้ขายนิโกะ นนตันโนแบรนอย่างถูก อันนี้คงไม่หลังหักแน่นอน !! ก็เลยซื้อมา

ก่อนกลับเจอร้านเซก้าด้วยหละ เลิฟไลฟ์ทั้งชั้นเลย (ชั้นสอง) ปลื้มมากก พนักงานก็คอสลาบสองคนน แวะไปเล่น ได้คาโยะจิน SIF มินิไซส์มาตัวนึง เครนเกมที่นี่สนุกดีนะ แต่ออกแนวๆเน้นหยอดหลายๆครั้งถึงได้มากกว่า อ้อ ไปหน้าด้านขอถุงรินเค้ามาด้วยนะ ถุงนึงงงง รินแบก รินแบกกุดาไซซ (ฮา)

ตอนแรกว่าจะแวะทานอะไรก่อนกลับ แต่เห็นว่ามืดมากแล้ว ประกอบกับว่านี่พึ่งมาวันแรกเองนะ สดกลับดึกแต่วันแรกคงไม่เหมาะ แถมจะแวะร้านซูชิ 105 เยนแถวที่พัก ก็เมื่อยขาเดินไปไม่ไหว มื้อเย็นเลยกลายเป็นอาหารข้าวกล่องเซเว่นใกล้ที่พักแทน แต่ก็เล็งไว้แต่แรกหละว่าต้องทานให้ได้เพราะใครต่อหลายคนก็บอกว่าถ้ามาญี่ปุ่นต้องลองข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อ ก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ถึงไม่ได้อร่อยมาก แต่พูดว่าไงดีหละเหมือนเอาอาหารร้านยาโยอิ มาไว้ในเซเว่นยังไงอย่างงั้น คือมันทานได้อร่อยด้วย ไม่ชืดแบบอาหารกล่องบ้านเรา

IMG_7155

อร่อยจนอยากทานแล้วทานอีก

สรุปเป้าหมาย+สิ่งที่ได้ :

  • ร้านเซก้า – Clear !! แถมได้ถุงริน+ฟิกเกอร์คาโยะจินมาอีกกกก
  • ข้าวหน้าปลาดิบ – Clear !! อร่อยมากกกกกกก
  • ฟิกเกอร์ โนแบรนเกิร์ล ได้มาสองคน นิโกะ กับ นนตัน
  • ฟิกเกอร์ mogyutto “love” de sekkin chuu! ได้มาสองคน เอริ กับ อุมิ
IMG_7153

ร่องรอยความเจ็บปวดค่ะะะะะะะะ

วันที่ 2

วันนี้จุดมุ่งหมายคือ อากิบะออลเดย์ แต่ด้วยที่ว่าอากิบะเปิดราวสิบโมงกว่าๆ ดังนั้นเราต้องหาที่เที่ยวที่อื่นก่อน และแน่นอน ไปอากิบะ ชอบเลิฟไลฟ์ก็ต้องไปศาลเจ้าคันดะ >w<b

เอาหละเดินทางแต่เช้ามาอากิบะ ด้วยความที่หลงทิศ และไม่อยากพึ่งนาวิกจัง ?! เลยอาศัยถามคนแถวนั้น ซุมิมาเซน คันดะไชน์วะ โดโกะเดสก้า คนญี่ปุ่นงง…….เลยต้องถามใหม่ คันดะเมียวจินๆ คราวนี้ถึงอ๋ออ แล้วก็ชี้ว่าต้องเดินไปทางไหน

เดินไปสักพักพบว่าตัวเองหลงอยู่ดี…..เจอหนุ่มแว่นถามดีกว่า หนุ่มแว่นตอบว่า ไม่ชำนาญทางขอโทษที ทางนั้นมั้งครับ มั้งนะครับ ก็เดินไป ระหว่างทางก็เริ่มชันขึ้นเรื่อยๆเหมือนขึ้นเขา เมื่อยน่าดูแต่ก็สู้ตายค่ะ…… จนสุดท้ายก็ถึงหละศาลเจ้าคันดะเมียวจิน !!

IMG_7156

ถึงแล้ว >w< เห็นว่าตรงนี้มีร้านราเมงอร่อยๆด้วยนะ

IMG_7181

คนเยอะสุดๆไปเลย

คนเยอะมากกกก เหมือนมีจัดงานอะไรกันอยู่ด้วยหละ ก็พยายามไหลไป เดินไปมุมที่เค้าแขวนป้ายไม้ ก็ตามคาด มีแน่แนวอนิเมๆ >w<b อ้อ ที่มาศาลเจ้าคันดะส่วนนึงเพราะอยากมาซื้อ โอมาโมริ โนโซมิด้วยแหละ ก็ยืนต่อแถว เพราะซุ้มขายโอมาโมริมาหลายซุ้มมาก แต่ละซุ้มของไม่เหมือนกัน ก็ไปต่อไปเขินหลายรอบมาก แต่ไม่มีหละ ในใจคิด มันตั้งนานแล้วคงหมดนานแล้วหละ ถอดใจ….ลองเช็คในเว็บ อืม นั้นสินะ น๊าน นานมาแล้ว…..ระหว่างที่กำลังถอดใจ ก็ได้ยินเสียง ลาบเดสๆ หันไปเห็นหลวงพ่อกำลังขายโอมาโมริลาบอยู่ โป๊ะเชะ…แยกขายซุ้มตังหากนี่เอง ไม่รอช้าสิคะ ซื้อมาเลย 7 อัน แจกเพื่อนๆ 3 คน ใช้เอง 2 อัน เก็บไว้เผื่ออนาคตอีก 2 อัน อ๊า ดีจังง เกือบกลับไปก่อนแล้วมั้ยหละะะ อ้อ เวลาต้องการซื้อโอมาโมริ แล้วพูดไม่เป็น + หาไม่เจอตรงแผง ให้ใช้วิธีถ่ายรูปราคาข้างบน แล้วเอามาให้มิโกะที่ขายอยู่ดู

IMG_7161

ของฝากชั้นดีเลยหละ

อ้อ อย่าลืมแวะไปมุมนี้กันด้วยนะ >w<b

IMG_7160

IMG_7158

แผ่นไม้นนตัน น่ารักมาก ตั้งใจทำมากเลย

IMG_7159

หลังจากซื้อของเสร็จก็เดินผ่านทางลงอีกทาง เอ๊ะ นี่มัน เส้นทางที่โฮะฝึกวิ่งขึ้นลงนี่นา ของจริงชันน่าดูอันตรายนะเนี่ย!! ก็เลยค่อยๆเดินลงไป ลงไปปุ๊ปก็เริ่มหิว มองซ้ายมองขวาไปเจอร้านข้าวแกงกะหรี่เขียนป้ายราวๆว่า รายกายโกโกริโกะเคยมาถ่ายทำที่นี่ ก็เลยลองแวะเข้าไปทานสักหน่อย

ร้านที่เข้ามาเป็นสไตล์ตู้หยอดเหรียญ ซึ่งร้านญีปุ่่นสมัยนี้จะออกแนวๆนี้อยู่หลายร้าน คือเราเลือกว่าจะทานอะไร หยอดตัง แล้วก็เอาบัตรไปให้พนักงาน ต้องเตือนนิดว่า ถ้ามีให้เลือก เล็ก กลาง ใหญ่ ถ้าเป็นอารมณ์สาวน้อยหละก็ ขอให้เลือกชามเล็ก เพราะ กลางนี่แบบเยอะมากกกกกกก (แต่ถ้าหิวก็ลองได้นะ * w *b)  ส่วนใหญ่นี่…..อืม ไม่ต้องพูดถึงค่ะะ ก็เข้าไปสั่งข้าวแกงกะหรี่เนื้อดู เนื้อนุ่มอร่อยมากๆเลย แต่ว่าถ้าให้เทียบแล้วก็ยังไม่ต่างกับโคโค่บ้านเราเท่าไหร่นัก ถือว่าโอเค แต่ยังไม่ถึงน้ำตาไหล…

IMG_7166

หิวจัดเลยสั่ง กลางหละ หมดอยู่นะ !

พอทานข้าวเสร็จก็ได้เวลาเดินอากิบะหละ !! นี่คือปรินท์ตามโพยมาเลยว่าต้องไปร้านไหน แต่ที่เด่นๆที่เข้าไปคือร้าน Mandarake ที่จำหน่ายของมือสองหลายชนิด ตอนเข้าไปครั้งแรกได้ยินคำแรกคือ เฮ้ยแก ร้านนี้จะโป๊อีกมั้ยวะ หันไปมองควับเป็นสาวน้อยสองคนคุยกัน……ในใจคิด ถ้าไปชั้นโป๊ก็คงเจอโป๊ๆแหละค่ะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร….ตอนขึ้นลิฟต์ก็ได้ยินคนไทยพูดตลอดเวลา ร้านการ์ตูนอีกแน่เลย (เฮ้ยค่ะ มาอากิบะ หวังอะไรคะ) พอถึงชั้นบนสุด ในใจก็คิดว่า สินค้าลาบ สินค้าลาบ เดินออกลิฟต์ก็เจอเลยหละ รองเท้าริน พร้อมลายเซนต์ !! ราคาตกอยู่ที่ 16000 เยนเองด้วย (ตกราว 5000 บาท) แถมเป็นสไตล์ที่เข้ากับชุดที่ใส่เป็นประจำ คือถ้าเทียบกับรองเท้าแบรนด์เนมที่ซื้อที่ไทยราคามันก็ไม่ต่างกันมาก เตรียมควักกระเป๋าตังหละ แต่จิตสำนึกบอกไว้ว่า นี่วันสองเองนะ ตั้งสติๆๆ จะใช้เงินหมดวันนี้เลยหรออ ก็เลยยังไม่ซื้อ….เดินๆไปเจออีกหละ แท่งไฟปีก่อนๆ ราคาน่าจัดมาก แต่ก็มาอีกหละ ตัวเรียกสติ “เมื่อวานโดนร้านของมือสองเล่นไปนะคะ ใจเย็นๆตั้งสติๆ ” ก็เลยยังไม่หยิบกะว่าเดี๋ยวไปดูร้านอื่นๆก่อน ….. สรุปยังไม่ได้อะไรจากชั้นบนสุดเลยหละค่ะ…..

mandarake

http://www.mandarake.co.jp/shop/index_cmp.html

ถัดลงมาก็เป็นชั้น โดจิน และพวกแผ่น-อัลบั้มภาพคอสเพลย ชั้นนี้มีทั้ง 18+ และธรรมดารวมกัน ตอนแรกว่าจะไม่แวะเข้าไปหรอกเขิน แต่มองเข้าไปแล้วมีสาวแว่นกำลังเดินดูของอยู่….แล้วผู้คนก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจคนอื่นด้วยก็เลยเอาก็เอา……โดจินมือสองสภาพดีราคาประหยัดละลานตามาก @[email protected] ด้วยความที่ยังเขินๆอยู่เลยเดินด้วยความรวดเร็วสำรวจแต่ละตู้หนังสือ แบบว่าโดจินอ่ะ ปกไม่แรงหรอก ที่แรงๆอ่ะพวกนิตยสารรวมเล่ม….ถ้าไม่มั่นพออย่าไปเฉียดหละ (ฮา) ก็ตามจุดประสงค์แหละ ตามหาเลิฟไลฟ์ แต่หาไม่เจอสักที เดินหาเองก็เจอแต่แจ๊คพ๊อตแตก 18+ xxxyyyzzz ก็เลยไปถามคุณพนักงาน คุณพนักงานก็บอกว่าตามมาครับ ทางนี้ๆ แล้วก็ชี้ ….โอ้ ตู้เกือบหน้าสุดนี่เอง แถมอยู่บนสุดแทบจะต้องแหงนมองฟ้า เลยหาไม่เจอ ก็ขอบคุณค่ะๆ แล้วลองเลือกหา……ก็มีทั้ง 18+ กับธรรมดาปนกันไป ตอนซื้อพยายามเลือกแต่ปกแบบน่ารักๆที่แลดูปลอดภัยกับไม่มีคำว่า 18+ ติดอยู่ แต่สุดท้ายตอนเอากลับมาที่พัก เจอเล่ม เอชจริงจัง 18++++++ ติดมือมาจนได้……คือตอนเลือกก็ไม่ได้ดูให้ดีด้วยแหละ คิดดู ตู้อยู่หน้าๆ สูงเสียดฟ้า ต้องเขย่งแหงนหน้าสุดๆ อย่างเด่น – [] – ‘ ! เลยทำให้ต้องรีบหยิบๆๆ (อ้าง 555) แบบว่าเอาจริงๆนะ พอซื้อเสร็จปวดเมื่อยมากกกกกกกกกกก แต่ผลที่ได้มาก็น่าพอใจ โดจินเล่มละ 200 เยน (ตก 60 บาท )  ถ้าเล่มใหม่ๆหน่อยก็ 500 เยนหละ (ตก ร้อยกว่าบาท) ก็ไม่ถือว่าแพงนะ สภาพดีด้วย

พอซื้อเสร็จ มองนาฬิกา เฮ้ย นี่อยู่ร้านนี่ มา เกือบ 2 ชั่วโมง ก็รีบลงมาหละ จริงๆตึกนี่ยังมีพวกของเล่นเก่า ชั้นสำหรับโอโตเมะ อยู่ด้วยนะ ถ้าใครแวะมาก็ลองดูได้น้า พอลงมาก็เจอ ร้าน Lawson !! พระเจ้าช่วย เข้าไปสิ่งแรกที่ทำคือมองหา อุมิจัง แล้วก็เจอสักที!! แฟ้มอุมิจัง Get !! นอกจากนี้ยังมีพวกของอื่นๆอยู่นิดหน่อย ได้สก๊อตเทปลายลาบมาด้วยหละ (คิดว่าคงไม่กล้าใช้แน่นอนน) พอซื้อของเสร็จก็ได้เวลาเดินต่อ….

ตอนเดินก็ผ่านร้านของเล่นหลายร้าน แต่ละร้านก็มีของราคาต่างกันไป บางร้านชิ้นนี้ถูกชิ้นนั้นแพง ทำให้ต้องเดินมันทุกร้านเลยเพื่อหาที่มันถูกสุด….แน่นอน เค้าห้ามถ่ายรูปค่ะ เลยทำให้เกิดอาการแบบว่า ….แย่แล้ว ฟิกเกอร์ถู๊กสุดที่เจอมันร้านไหนนะ – [] – !!!!!! ก็แนะนำว่าถ้าเค้าไม่ให้ถ่ายรูปก็ใช้วิธีจดลงเมมโมในมือถือแล้วกันเน้อ

และแล้วในที่สุดก็วนมาร้าน โทระ จนได้ ! ร้านนี้จะแยกเป็นสองโซนเลย คือตึกซ้ายจะเป็นหนังสือแนวผู้ชาย ตึกขวาจะเป็นแนวผู้หญิงซึ่งแบบว่าคนเข้าต่างกันชัดเจนเหมือนกัน ฝั่งซ้ายจะออกแนวชายหนุ่มเดินเข้าร้านคนเดียว แต่ฝั่งขวาเนี่ยจะมีแต่สาวๆเดินเข้าเป็นกลุ่มๆวี๊ดว้ายๆ แต่ทั้งนี้มันเป็นแค่แนวเฉยๆ ร้านฝั่งซ้ายจริงๆสาวๆก็เข้าเยอะอยู่ ฝั่งขวา หนุ่มๆก็…..อืม ไม่เห็นเลยแฮะ 555

มาพูดถึงร้านฝั่งซ้ายก่อน เข้าไปก็เหมือนเดิม จะแยกเป็นชั้นๆ ตั้งแต่ โดจิน 18+ โดจิน  โดจินซอฟต์ ฯลฯ ส่วนชั้นล่างสุดไม่แนะนำให้สาวๆเข้าไปนะ เพราะมันจะเป็นโซนมือสอง ที่แบบ หนังสือคนละเรื่องกับมือสองของ Mandarake กับมีแต่ 18+ และที่สำคัญ ชั้นล่างสุด หนุ่มล้วนค่ะะะ มากมายด้วยเบียดเสียดกันด้วยความที่หนังสือมันกองเยอะมากกกกก ทำให้พื้นที่เดินไม่มากนัก ทางนี้ลงไปส่องเฉยๆไม่กล้าเดินเข้าไป

tora

http://www.toranoana.jp/shop/akihabara/index.html

ก็เหมือนเคย ชั้นบนสุดก่อน !! เป็นชั้นโดจิน 18+ ตอนนี้เริ่มไม่อายหละ เพราะหน้าชาจากร้าน Mandarake แถมที่ร้านนี้ สาวๆก็ยืนเลือกโดจิน 18+กันหลายคนอยู่ เข้าไปก็พบกับกองโดจินลาบมากมายละลานตาสุดๆ มีความสุขมากคร่ะ 555 อ้อ ยูริก็มีอยู่ในชั้นนี้ด้วยนะ แต่เค้าจะแยกโซนรวมไว้ให้เลย ว่ายูริตรงนี้ พยายามเลือกปกที่มันไม่แรงจะได้ไม่เขินอายเวลาจ่ายตัง แต่มีบางเล่มที่น่าสนใจ ก็เลยหยิบติดมือมาด้วย (ความองความอายหมดแล้วข่าาาาาาา) ร้านนี้จะดีกว่าร้าน Mandareke ตรงที่ มีตัวอย่างให้ดูด้วยหละ 3-4 หน้า คือเค้าจะปรินท์ เป็นหน้าเล็กๆไว้ที่ด้านหลัง ใครอยากดูตัวอย่างก็พลิกปกหลังดูได้เลย ระวังเลือดกำเดากระฉูดด้วยนะ แบบว่าบางเล่มปกสาวน้อย แต่ตัวอย่างนี่ดุเดือดเกิน (ฮา) ก็เลือกเพลินๆ….เฮ้ย ผ่านไปอีกชั่วโมงครึ่ง บ้ามาก สรุปแล้ววันนี้โดนโดจินกินเวลาไปเกือบ 4 ชั่วโมง ถ้าใครมากันหลายๆคนขอให้ระวังตรงจุดนี้ด้วย เพราะว่ามันเพลินมากกกกกกกกกกกกกกกก อ้อ พวกของอะไรที่จะ 18+ ทางร้านเค้าจะใส่เป็นถุงก๊อปแก๊ปสีดำให้นะ ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าคนจะเห็น * w *b แล้วก็ไม่ต้องกลัวด้วยว่า เอ๊ะ งี้คนเค้ามองว่าเราถือถุงดำ จะมองว่าเราซื้อของ 18+ เพราะว่าบางร้าน ซื้อของปกติเค้าก็ใส่เป็นถุงดำให้เหมือนกันหละ

พอลงมาจากตึกด้วยความอิ่มเอม ก็พบว่าฟ้ามืดมากแล้ว แถมหิวข้าวมากๆ ก็กะเดินกลับไปสถานี แล้วต้องแวะร้านซูชิให้ได้ ระหว่างทางเป็นร้าน Animate ที่จัดซุ้มสินค้าลาบได้น่าซื้อชะมัด T[]T แต่ด้วยความที่แบบ….โดจินเต็มมือ หนักมาก ของจากศาลเจ้าคันดะอีก คงไม่สามารถแบกไปมากกว่านี้ได้แล้วเลยได้แต่มอง…

IMG_7179

IMG_7173

IMG_7178

IMG_7177

IMG_7176

IMG_7175

สุดท้ายมาหยุดที่ร้านมือสอง(อีกหละ) ชื่อร้าน Lashinbang แต่ร้านนี้ทำตัวได้สมเป็นร้านมือสองมาก คือของใส่ในกะบะ กับเป็นร้านเล็กๆของวางคละๆกัน ร้านนี้อ่ะถูกของจริงมากๆ ได้หนังสือลาบมาด้วยหละสองเล่ม แล้วก็พรมเช็ดเท้าลายโฮโนกะกับอุมิ (ใครจะเอาไปเช็ดเท้าคะ !! ) แล้วก็แผ่น เพลงมา 1 แผ่น

Lashinbang

https://www.lashinbang.com/017/

Lashinbang2
ทีเด็ดของร้านนี้นอกจากจะมีของมือสองราคาประหยัดจริงๆแล้ว ชั้นใต้ดินยังมีอาหารเซตอร่อยๆอยู่ด้วยหละ คือตอนนั้นเมื่อยมาก ทั้งแขนและขา เลยอยากหาที่นั่งพัก ไปเจอป้ายพอดีเลยลงไปชั้นล่างสุด เป็นร้านอาหารเซตหละ มีเซต A เซต B เซต A+B แนะนำให้ทานเซต A+B เพราะราคาไม่ต่างเท่าไหร่และได้อาหารที่หลากหลาย ตอนแรกไม่ได้หวังหรอก แต่แบบ อ๊าาา อร่อยมากกกกกก พูดไม่ถูกคือเรียบง่ายแต่อร่อยมาก ราคาถูกด้วยยยหละ

IMG_7180

พอทานอิ่มแล้วก็ได้เวลากลับบ้านสักที ก็จบวันที่สองแล้วหละค่ะ อ้อวันนี้กลับดึกมาก เพราะเริ่มชินหละ XD

สรุปเป้าหมาย+สิ่งที่ได้ :

  • ศาลเจ้าคันดะ – Clear !! โอมาโมริน่ารักมาก >w< มิโกะ น่ารักมาก ?!
  • อาหารเซต – อร่อยมากกกกกกก
  • Lawson – Clear !! แฟ้มอุมิและผองเพื่อน จริงๆน่าซื้อสองเซตไม่งั้นไม่กล้าใช้ (ฮา)
  • โทระ – โดจินมากมาย @[email protected] บางเล่มกำลังคิดว่าจะทำไงดีตอนกลับไทย ถ้าเปิดกระเป๋ากลางห้องรับแขกคงจะแย่ไม่น้อย…..
IMG_7183

วันสอง เหมือนเริ่มกระเป๋าฉีกกกกกก  ปล. ลืมเล่าว่าแวะร้านไอดอลมาด้วย สอยรูปมาสามใบ+แท่งไฟด้วยแหละ ส่วนหมอนนั้นก็ได้จากเครนเกมนะ !

จบแล้วหละค่ะสองวัน เหลือวันสุดท้าย ไว้จะมาเล่าต่อน้า >w<b

คอมเมนต์กัน!