รีพอร์ตพาร์ตแรก (วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม)

ย้ำอีกรอบว่าภายในเอนทรี่อาจจะไม่ค่อยมีภาพประกอบดีๆ เท่าไหร่ เพราะมือถือของแต่ละคนที่ไปใกล้ละสังขารเต็มที (อย่างน้อยก็มือถือเรานี่แหละ…) ส่วนใหญ่เลยเน้นการบรรยายเป็นข้อความเท่าที่จำได้ล่ะค่ะ!

จากพาร์ตก่อนหน้าเรากลับที่พักด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและง่วงนอนทำให้ไม่ได้ไปดูเมอไลออนตามที่ตัวเองตั้งใจไว้แต่แรกค่ะ ส่วนพาร์ทนี้เริ่มต้นด้วยการตื่นในเวลาที่อยากตื่น ทำให้ไม่ได้ไปอยู่ดี (ฮา) แต่หลังจัดการมื้อเช้าที่ศูนย์อาหารใกล้ๆ ที่พักเป็นที่เรียบร้อย ก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงาน Japan Park Singapore (Chara Expo Mini) เหมือนเดิมเพื่อรอร่วมกิจกรรมสำหรับวันอาทิตย์เหมือนเดิม ซึ่งวันนี้จะประกอบด้วยช่วงมีตตอนประมาณ 17.30 น. และไลฟ์ช่วง 20.00 น. ค่ะ

วันนี้มาถึงงานตอนประมาณบ่ายโมงกว่าๆ นั่งว่างหนักมากเพื่อรอเวลากัน (และเหมือนตอนแรกจะจำกันว่าเป็นบ่ายสามด้วย…) เดินรอบห้างรอเวลากัน… เจอพวกร้านขายขนมญี่ปุ่นกับพวกร้านขายของเล่นอย่างฟิกเกอร์เนนโดรอยด์อะไรพวกนี้ด้วยล่ะ  

ด้านหน้ามีรายละเอียดแค่นี้เลย ส่วนด้านหลังเป็นตราปั๊มของบูชิโร้ด

แล้วด้วยความที่มันไม่ได้บอกอะไรไว้เลยนอกจากเวลาและ At Bushiroad Bang Dream! booth ก็คุยๆ กันว่ามันจะจัดมีตกันส่วนไหนของบูทนะ… เพราะตรงเสตจในบูทเองก็ไม่ได้มีพื้นที่เยอะขนาดนั้นล่ะค่ะ (เอาจริงๆ ก็ค่อนข้างแคบเลยแหละ…) กับเราเองไม่ค่อยมีประสบการณ์เข้าร่วมอีเวนต์แบบนี้เท่าไหร่ ส่วนใหญ่คุ้นกับการนั่งคุยตอบคำถาม มีทอล์กนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็มีแจกนามบัตรสั้นๆ ในห้องอะไรพวกนี้ล่ะ… แบบของที่อนิเมททำ สรุปว่าพี่ไก่ๆ ไปเห็นแฟนๆ ต่างชาติเรียกช่วงนี้ว่า “วาตาชิไก” ถึงกับตาสว่างกันเลย… ไม่นะ นี่ยังไม่ได้เตรียมใจ—-!?

สรุปมีตแอนด์กรีตบ้านเรากับบ้านเขามันไม่เหมือนกันเรอะ…!?

บรรยากาศในบูทเป็นประมาณนี้ล่ะค่ะ!

วาตาชิไกคืออะไร? วาตาชิไกไม่ได้ตรงข้ามกับวาตาชิใกล้แบบที่ใครบางคนเล่นมุกเอาไว้ แต่เป็นงานแจกนามบัตรค่ะ… แบบรับจากมือศิลปิน เอาใกล้เคียงก็เหมือนพวกงานจับมือของตระกูล 48 กรุ๊ปล่ะ แต่ห้ามสัมผัสตัว พูดคุยกันได้นิดหน่อย สบตาในระยะประชิด ใจเต้นแรงนิดหน่อย คล้ายๆ ว่าจะโดนตก…

หลังจากนั้นก็ไปเดินวนๆ ด้อมๆ มองๆ อีกหลายรอบจนเขาเอาโต๊ะกับที่กั้นแถวมาวางเตรียมไว้

ในใจคือจัดที่บูทจริงๆ ด้วยวุ้ย ความแคบของเวทีกับระยะห่างระหว่างสองฝั่งก็ประมาณนี้ค่ะ ตอนปกติในจอจะฉายไลฟ์แบงดรีมวนไปเรื่อยๆ ตอนรับนามบัตรก็เดินขึ้นไปบนเวทีเตี้ยๆ นั่น เผชิญหน้ากับตัวศิลปินที่ยืนเรียงกันสี่คน ริมิ ไอมิ อายาสะจัง ซาเอจิ… (แบ่งครึ่งโต๊ะตามกรุ๊ปกันดื้อๆ งี้เลยเรอะ) หนึ่งคนต่อศิลปินสองคนในขณะที่ข้างๆ ก็มีไอมิอยู่!? กดดันมาก ไม่รู้ตอนพูดควรเอาสายตาไปโฟกัสตรงไหน!? 

เครียดมากๆ มองใครคนหนึ่งมากเกินไปจะรู้สึกผิดกับอีกคนอยู่ในใจ….!?

พอใกล้ถึงเวลาเรากับพี่ไก่ๆ ก็ย้ายไปใกล้ๆ บูทที่เริ่มมีคนทยอยมายืนรอกันเนืองแน่น (น่าจะประมาณเกือบๆ 200 คน…) มีกล่องสำหรับให้ของขวัญศิลปินมาวางใกล้ๆ เวทีแล้วด้วยล่ะ ดีเลย! เราเลยเอาการ์ดที่ไปคอมมิชมาจากเพจ Canterbury•Bell พร้อมจดหมาย (…ที่ถึงจะสั้นๆ แต่เนื้อหาป่วยมากใจรับตัวเองไม่ไหวแล้ว) ไปโยนใส่กล่องด้วยเลย เขาเปิดรับคอมมิชตลอดไปสั่งได้นะคะ จิบิน่ารักมากๆ เลย—

พอใกล้ถึงเวลาก็มีประกาศย้ำหลายครั้ง “ห้ามถ่ายรูป อัดวิดีโอ หรือบันทึกเสียงในระหว่างกิจกรรมมีต ห้ามสัมผัสร่างกายศิลปิน และห้ามให้ของกับตัว ถ้าอยากให้มีกล่องของขวัญอยู่ข้างๆ เวที ใครมีบัตรของทั้งสองกรุ๊ปให้เข้าคิวจับกรุ๊ปหนึ่งให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปต่อคิวอีกรอบ” กติกาทั่วไปเหมือนอีเวนต์อื่นๆ ที่ผ่านมา โอเค เข้าใจได้! สักพักสาวๆ Poppin’ Party ก็เดินมาเข้าห้องเตรียมตัวกันค่ะ แต่เราตัวเล็กและอยู่หลังๆ ทำให้โดนฝูงชนบังมองและไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่ ทุกคนแวบๆ มาก รู้แค่ว่ามาในชุดนักเรียนหน้าร้อนเหมือนในดีเลย์ไลฟ์เมื่อคืน และอายาสะจังน่ารักค่ะ… ออกมาก็มีการแนะนำตัวกันด้วยบทพูดที่ได้ยินมาเป็นรอบที่สามแล้ว แต่คราวนี้ไม่ได้มีการชวนคุยเรื่อยเปื่อยอะไร แนะนำตัวเสร็จก็แสตนด์บายแจกนามบัตรเลย! 

ระหว่างเข้าแถวยิ่งใกล้ถึงคิวยิ่งกดดัน คิดอะไรไม่ออกเลยค่ะ ทั้งญี่ปุ่นทั้งอังกฤษก็ได้แบบกระท่อนกระแท่น (…) ยิ่งใกล้ถึงคิวแถวยิ่งไปเร็วมาก  อายาสะจังตัวเล็กมาก ระดับต้องก้มหน้ามอง ฮือ น้องงงงงงงงง ขอโทษนะซาเอจิ แทบไม่ได้มองซาเอจิเลย มองแค่ตอนรับนามบัตรกับตอนเดินออกมา….

เรา: I’m from Thailand desu! (← จนถึงตอนนี้ก็ยังสงสัยว่าทำไมต้องมี desu…)

ซาเอจิ & อายาสะจัง: โออออออ้ (ทำตาโต พูดด้วยเสียงตื่นเต้น) (…กรี๊ด—)

เรา: จะ จะรอดูไลฟ์นะคะ! (พยายามพูดภาษาญี่ปุ่น)

ซาเอจิ & อายาสะจัง: Thank you! Thank you! Thank you!

พูดสั้นมากเลยค่ะ รู้สึกสั่น ตอนเดินออกมาก็โบกมือให้ทั้งคู่เลยแบบสั่นๆ ได้รับการโบกมือตอบด้วย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากๆ เหมือนจำนวนแต้งกิ้วของอายาสะจังเยอะกว่าซาเอจิหน่อยหนึ่งด้วย (← แต่จะไม่พิมพ์อะไรออกมาเป็นคำพูดแล้ว มันดูป่วยมากเลย) เสร็จแล้วไปเดินอ้อมไปทางหลังสเตจ ยืนรอพี่ไก่ๆ ที่ออกมาทรุด (…) เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกผิดเบาๆ เพราะไม่ได้มองหน้าอายาสะจังเลย มีบอกซาเอจิว่าจะไปอีเวนต์วันเกิดที่จะจัดขึ้นภายในเดือนนี้ด้วย (และตอนที่อัปเอนทรี่นี้ไปไก่ๆ ก็กลับมาจากญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว…!?)

ปล. เขาบอกห้ามจับตัวศิลปินมีคนเอาเนโซเบริ 40 ซม. มาให้ลูบหัวแทนด้วย… ยืนมองเนโซเบริอาริสะเยียวยาจิตใจจนอยากได้ แต่ก็ครุ่นคิดว่าจำเป็นไหมนะ บนเตียงไม่มีที่เก็บแล้ว…

และนี่คือนามบัตร (จริงๆ ก็โปสการ์ด) ที่ได้มาจากมือทั้งสองคน! …ดูขี้ชิปแปลกๆ นะ– 

เสร็จประมาณหกโมงกว่าๆ ค่ะ จากนั้นก็ไปหาอะไรกินแล้วกลับมารอช่วงไลฟ์ตอนสองทุ่มล่ะ! อันนี้เป็น Kaya Toast เซ็ต (จำราคาไม่ได้ แต่น่าจะประมาณ 4-5 เหรียญ) ขนมปังสังขยาที่มีเนยเค็มๆ ด้านใน จิ้มกินกับไข่ลวก แล้วก็กาแฟดำแก้วหนึ่ง ถึงจะกินตอนเย็นแล้วแต่เหมือนกาแฟจะไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่… ง่วงอยู่ดี ส่วนพี่ไก่ๆ ดูเหมือนจะตรอมใจกินอะไรไม่ลง เราเลยใจดีช่วยกินที่ขนมปังอีกชิ้นไป (?)

อร่อยค่ะ ขนมปังสังขยาธรรมดาแต่เราชื่นชอบ

กินเสร็จก็กลับมารอที่เดิม ที่นั่งดูจัดช้ากว่าที่คิดนิดหน่อย และทยอยให้คนเข้าด้านในค่อนข้างช้า (ไลฟ์จัดสองทุ่มพี่เปิดให้ทยอยเข้าตอนทุ่มครึ่งงี้ใจเย็นไปไปนะคะ…) ระหว่างรอแถวค่อยๆ เคลื่อนเราเลยไปยืนคุยเรื่องการปฏิสัมพันธ์ของตัวละครในเกมแบงดรีมหน้าสแตนด์ตัวละครกับพี่ไก่ๆ รอ ภาษาชาวบ้านคือไปยืนชิปให้ครบสามร้อยเรือ แต่แถวมันขยับช้ามาก คุยเรื่องโมเมนต์จนไม่มีอะไรจะคุยแล้วถึงได้เข้าไปด้านในสักที…  

คราวนี้ไม่ได้หน้าสุดค่ะ อยู่ประมาณแถวที่สี่นับจากหน้าเวที ก็ค่อนข้างใกล้ชิดอยู่

เหนือสิ่งอื่นใดตำแหน่งที่เรากับพี่ไก่นั่งมุมดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เห็นคีย์บอร์ดกับกีตาร์ชัดมากๆ เลยค่ะ

แม้จะมีการล็อกที่ไว้ให้ แต่ทุกคนยืน เราก็เลยยืนด้วย คล้อยตามบรรยากาศที่ดูตื่นเต้น (?)

และพอถึงเวลา (แบบเลทไปนิดๆ หน่อยๆ) สาวๆ ก็ออกมาในชุดนี้กัน! ช่วงแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษคล่องแคล่วและยาวขึ้นเรื่อยๆ ไม่ตะกุกตะกักหรือส่องโพยแล้วด้วย (?) ไอมิพูดๆ บอกว่าเนี่ยมาสิงคโปร์เป็นครั้งที่สามแล้วนะ แล้วอายาสะจังก็ทำสามนิ้วแล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ (…) ให้ “ตรีไตมส์” “เหย้ๆ ตรีไตมส์” (…) แล้วไอมิก็ถามต่อว่า “มีใครมาดูไลฟ์พวกเราครั้งแรกบ้าง” เราก็ยกๆ โบกแท่งไฟ มีพูดเรื่องเกม Bang Dream! Girl Band Party ด้วยว่ามีเซิร์ฟเวอร์อินเตอร์อยู่ มีใครในนี้เล่นบ้าง พอมีคนยกๆ มือทุกคนก็ดูตื่นเต้นดีใจใหญ่เลย 

พูดภาษาอังกฤษก่อนไลฟ์ด้วย คราวนี้พูดยาวขึ้นกันแล้ว (…)

ซาเอจิ: Love you all!

ริมิ: Thank for coming!

อายาสะจัง: Have a good time! (นว้องไม่ Enjoy แล้ว! นว้องมีพัฒนา!?)

* จากพาร์ตที่แล้วช่วงดีเลย์ไลฟ์ที่อายาสะจังคิดอะไรไม่ออกน้องจะ Enjoy! อย่างมีอินเนอร์ตลอด (เสริมว่ามี ‘เอ่อ…’ ‘เอ่อ…’ ก่อนด้วยนะ มีการตัดบทด้วยคำว่า Enjoy อีกต่างหาก ไม่ Enjoy ก็ทำหน้าเศร้าแล้วพูดว่า So Sad…) แต่น้องจะแปล 楽しみ เป็น Enjoy เฉยๆ ไม่ได้นะ…!?

ปล. รีพอร์ตทริปสิงคโปร์ปีก่อนที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงไหม ไว้ผองพี่เล่าว่าอายาสะจังบรรยายต้นบอนไซด้วยคำว่า ‘Tree’ ‘Cut’ ‘Cut’ ‘Cut’ ด้วยค่ะ *ทำนิ้วเป็นรูปกรรไกร* (…)

แนะนำตัวเสร็จก็เป็นไลฟ์ค่ะ สลับกับ MC นิดๆ หน่อยๆ อันนี้เป็นเซ็ตลิสต์จากบล็อกของซาเอจิล่ะ (ฮา)

https://ameblo.jp/otsuka-sae/entry-12395874300.html

1.Yes! BanG_Dream!

2.最高(さあ、行こう)!

3.夏のドーン!

4.キラキラだとか夢だとか~Sing Girls~

5.ティアドロップス

6.STAR BEAT!~ホシノコドウ~

มาถึงตอนนี้จำอะไรไม่ค่อยไม่ได้… รู้สึกว่าทุกอย่างผ่านไปไวมาก ที่จำได้คือมีวิดีโอจากฮัชชี่มาพูดคุยกับแฟนๆ ด้วยนิดๆ หน่อยๆ มีบอกว่า “เสียดายที่ครั้งนี้ไปไม่ได้ แต่สักวันก็อยากไปสิงคโปร์ในฐานะยามาบูกิ ซายะ มือกลองของ Poppin’ Party ให้ได้เลยค่ะ” โซโล่กีตาร์ของซาเอจิกับโซโล่เบสของริมิเท่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ปกติเวลาดูในไลฟ์กล้องจะไม่ค่อยจับเท่าไหร่ล่ะ ไอมิดีมากทั้งตอนร้องตอนเล่นกีตาร์ อายาสะจังตอนควงผ้าขนหนูไปเล่นคีย์บอร์ดมือเดียวไปก็ดีมากๆ ตอนถือแทมโบรีนกระโดดไปโดนมาบนเวทีก็ดีมากๆ รู้สึกใจบางไปหมด 

จบไลฟ์ก็มีการโยนพิกตามธรรมเนียมค่ะ แน่นอนว่านก…

ทั้งสี่คนเดินไปเดินมาบนเวที โบกมือแล้วก็โค้งขอบคุณ แฟนๆ ข้างล่างก็ตะโกนขอบคุณกลับไปด้วย พอจะลงเวทีกันไอมิก็หันมาพูดออกไมค์ว่า “Surprise! Take a photo!” แล้วก็เรียกทุกคนมาถ่ายรูปกันล่ะ! เป็นภาพที่ทวิตเตอร์แบงดรีมอินเตอร์ลงไว้ด้านล่างนี้เลย (ส่วนเรากับพี่ไก่ๆ โดนผ้าขนหนูอีเวนต์ซาเอจิบังอยู่ค่ะ หาไม่เจอหรอก–) 

https://twitter.com/bangdreamgbp_EN/status/1026302964053422081

พอจบแล้วก็มีการตะโกน “โปะปิปา ปิโปะปาฯ” กันด้วย พิธีกรบอกอยากให้สาวๆ มาปีหน้าอีกใช่ไหม เรามาส่งแรงใจ (…) ให้พวกเธอกัน มาช่วยกันตะโกนา “See You Next Year” กันเถอะ… เสร็จแล้วก็ทยอยกันกลับค่ะ ส่วนพวกเราก็ตรงกลับที่พักเลยโดยไม่ได้แวะไหนอีก เริ่มจะปวดแขนหน่อยๆ แล้วด้วย (ฮา) เป็นทริปที่กิจกรรมพบปะศิลปินแบบใกล้ชิดมากๆ ขอบคุณพี่ไก่ๆ ที่ชวน เป็นสามวันสี่คืนที่ได้รับประสบการณ์ที่ดีมากๆ ค่ะ ถ้าเวลาและเงินตราอำนวยก็อยากจะไปทริปแบบนี้อีกนะ! 


วันรุ่งขึ้นก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษค่ะ ตื่น เช็กเอาท์จากที่พัก หาอะไรกินแล้วก็เดินทางไปสนามบิน… กลับไทยไปชดใช้กรรมกับงานที่เราได้ทอดทิ้งมันมา (…) ส่วนข้างล่างนี้เป็นขนมที่ซื้อไปฝากที่แผนกล่ะ ถือคติว่าธรรมดาโลกไม่จำ คิตแคตรสวาซาบิ ที่หวานมาก มีกลิ่นวาซาบิแค่นิดเดียวแบบนิดจริงๆ กินได้เรื่อยๆ ไม่เป็นแผลใจ

คอมเมนต์กัน!